ไทยโมบายมือถือ 1900 เดินหน้าโรมมิ่งเอไอเอส เตรียมเปลี่ยนซิมการ์ดล็อตแรก
5,000 เครื่องที่ให้พนักงานทดลองใช้ส่วนด้านเครือ ข่ายเฟส 1 เตรียมรีพีทออเดอร์ให้
ซีเมนส์อีก 1
พันล้านบาทในการติดตั้งไมโครเซล ในอาคาร คนในวงการ ชี้หากขายจริงต้องทบทวนแผนตลาดใหม่
แหล่งข่าวจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย(ทศท.)กล่าวว่า ทศท.
กำลังเตรียมเปลี่ยนซิมการ์ดของโทรศัพท์มือถือ 1900 เมกะเฮิรตซ์หรือไทยโมบายจำนวน
5,000 เครื่อง ที่อยู่ ระหว่างให้พนักงานทศท.และกสท. ทดลองใช้ เพื่อใช้ในการโรมมิ่งเครือข่ายกับเอไอเอสเร็วๆนี้
ถึงแม้การเปิดให้บริการขายเชิงพาณิชย์จะไม่สามารถ ทำได้ในเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้
เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการติดตั้งเครือข่ายเฟส 1 ของกลุ่มคอนซอร์เตี้ยมซีเมนส์
เอ็นอีซี และมิตซุยยังไม่แล้วเสร็จ
นอกจากนี้ทศท.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารีพีทออเดอร์การขยายโครงข่าย 1900
เมกะเฮิรตซ์เฟส 1 ให้ซีเมนส์เป็นเงินประมาณ 1,000 ล้านบาทสำหรับสถานีฐาน
200 แห่ง เพื่อติดตั้งในอาคาร
หรือที่เรียกว่า Indoor Coverage วิธีการดังกล่าวแทบจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
ในการประมูลจัดซื้อ ของทศท.กล่าวคือหากมีงบประมาณเหลือ ก็จะหาวิธีทำการจัดซื้อพิเศษหรือรีทีออเดอร์
เพื่อใช้งบประมาณดังกล่าวให้หมดที่ เสนอให้บอร์ดทศท.เมื่อเร็วๆนี้คือโครงการ
TNEP หรือSDH ระบบสื่อสัญญาณความเร็วสูง ที่กลุ่มอัลคาเทลชนะประมูลด้วยราคาต่ำกว่างบประ
มาณมาก
ทำให้มีความพยา-ยามเอาสายเคเบิลมุดลงดิน เพื่อให้ต้นทุนของโครงการเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับโครงการขยาย เครือข่าย 1900 เฟสแรก ตั้งงบประมาณไว้ 4,200 ล้านบาท
แต่ซีเมนส์ชนะประมูลด้วยราคาเกือบ 3,000 ล้านบาท เท่ากับยังเหลือเงินอีก
1,000 ล้านบาทจึงเป็นที่มาของการรีพีทออเดอร์ดังกล่าว "เป็นที่น่าสังเกตว่า
ราคาเดิมที่ประมูลตอนแรกผ่านไปเกือบ 2 ปีแล้ว
ตามธรรมชาติของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะในระบบจีเอสเอ็มที่มีการผลิตจำนวนมากราคาน่าจะลดต่ำลงได้มาก
กว่าเดิม ถึงแม้ซีเมนส์จะยอมลดราคา ลงมา 5% แต่ก็เชื่อว่าราคายังสูงอยู่"
ไม่เพียงแต่รีพีทออเดอร์ในเฟส 1 แต่ยังมีความพยายามของผู้บริหารระดับสูงบางคนของทศท.ที่ต้องการให้รีพีทออเดอร์
การขยายโครงข่ายมือถือ 1900 เฟส 2 ให้ซีเมนส์ ซึ่งครั้งนี้มูลค่าโครงการสูงกว่า
1
หมื่นล้าน บาทและเป็นการขยายเครือข่ายครอบ คลุมทั่วประเทศ รองรับลูกค้ากว่า
2 ล้านราย ปัญหาสำคัญของการติดตั้งเครือ ข่าย 1900 เฟส 1 ที่ยังไม่แล้วเสร็จเป็นเพราะสัญญาที่เอซีทีทำไว้กับซีเมนส์
ระบุว่าให้ทศท.เป็นคนหาที่ติดตั้งสถานีฐานให้ ซึ่งต่างจากโอเปอเรเตอร์รายอื่นที่ให้ซัปพลายเออร์เป็นผู้หา
สถานที่ให้ด้วย แต่สำหรับซีเมนส์เองแล้ว นายรูดอล์ฟ คลิ้งค์ รองประธานอาวุโส
กลุ่มธุรกิจซีเมนส์
ไอซี กล่าวยืนยันว่าการติดตั้งเครือข่าย 1900 เฟส 1 เป็นไปตามกำ-หนดที่จะแล้วเสร็จในเดือน
ต.ค.หรือภายใน 8 เดือนนับจากเดือนก.พ.ทผ่านา สำหรับแนวทางตลาดที่กำหนดให้ไออีซีและ
สามารถ มี 2
แนวทางคือ 1.ทศท.จัดหาซิมการ์ดเอง โดยทั้ง 2 บริษัททำหน้าที่บริหารการจัดจำหน่ายและจัดการเครื่องลูกข่าย
โดยได้รับค่าตอบแทนในอัตรา 1,300 บาทต่อเลขหมายจากลูกค้าไม่เกิน 2 หมื่นราย
แต่หากเกินกว่านั้นแต่ไม่เกิน 5 หมื่นราย จะได้ 1,500 บาทแต่ถ้าเกิน 5 หมื่นรายจะได้
1,700 บาท และ 2.ทศท.จัดหาซิมการ์ดและเครื่องลูกข่ายเองโดยมีตัวแทนขายและจำหน่าย
ซึ่งทศท.สามารถแต่งตั้งตัวแทนขายเพิ่มเติมได้ โดยได้รับผลตอบแทน 18% ของราคาขายปลีกเครื่องลูกข่าย
โดยทศท.เป็นผู้กำหนดราคาขายปลีกของเครื่องลูกข่าย อย่างไรก็ตาม
แผนการตลาดอาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่ให้ทันสถานการณ์มากขึ้น เพราะสภาพ
แวดล้อมธุรกิจโทรศัพท์มือถือเปลี่ยน แปลงไปมาก โดยเฉพาะการที่ผู้ให้บริการปลดอีมี่
ปลดล็อกซิมการ์ดทำ ให้
เกิดการทำตลาดอิสระระหว่างผู้ค้าเครื่องกับเจ้าของเครือข่าย กลยุทธ์เดิมที่ไทยโมบายคิดจะใช้คือดัมป์ราคาเครื่องก็ไม่น่าจะใช้ได้
เพราะหากทำเช่นนั้นเครื่องราคาถูกจะไหลออกจากระบบ 1900
ไปเข้าระบบอื่นที่เครือข่ายสมบูรณ์มากกว่า และการดัมป์แอร์ไทม์หรือการโปรโม-ชั่น
ไม่ว่าจะลดเหลือนาทีละบาทหรือ 2 บาท หรือต่ำแค่ไหนก็ตาม หากการใช้ งานไม่สะดวก
ก็ยากที่จะมีคนเลือก ใช้
"เรื่องสงครามราคาเครื่องและแอร์ไทม์ ต้องทบทวนใหม่หมด เพราะนานวันเข้า
ก็แทบจะไม่มีช่องว่างให้ไทยโมบายยืนในตลาด"
แหล่งข่าวกล่าวและว่าอย่างไรก็ตามในกลุ่มผู้บริหารทศท.เองก็มีแนวคิดการให้บริการไทยโมบายที่แตกต่างกัน
เพราะมีบางคนมองข้ามระบบจีเอสเอ็ม 1900 ที่ทดลองในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังที่จะให้
ไทยโมบายก้าวไปสู่ยุค 3 จี มากกว่า