Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน31 พฤษภาคม 2545
สั่งซื้อขายUSด้วยเงินสด "กิตติรัตน์" ยันไม่ปล่อยหุ้นเก็งกำไร             
 


   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
กิตติรัตน์ ณ ระนอง




ตลท.ลงดาบแรกห้ามซื้อขายหุ้น US ด้วยมาร์จิ้นและห้ามหักกลบชำระแค่ส่วนต่าง หากใครอยากเล่นต้องเตรียมเงินสด "กิตติรัตน" ไม่หวั่นข้อกล่าวหาทำลายบรรยากาศลงทุน

แต่ไม่ปล่อยให้มีการเก็งกำไรหุ้นในลักษณะกระจุกตัว ไม่ยืนยันว่าไม่มีการสร้างราคาหุ้นตัวนี้ แม้ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะปรับลดลงจากแรงขายทำกำไร

หลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา วานนี้(30 พ.ค.)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 407.41 จุด ลดลง 1.70 จุดหรือ 0.42%

มูลค่าการซื้อขาย 18,524.63 ล้านบาท จากแรงขายทำกำไรในกลุ่ม มีแรงเทขายในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มไฟแนนซ์และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง จึงทำให้ดัชนีปรับลง แต่หุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)

ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) หรือ US กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยปิดตลาดที่ 25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท คิดเป็น 6.38% มูลค่าการซื้อขาย 771.27 ล้านบาท ความโดดเด่นของหุ้น US

ได้รับการกล่าวขานมาตลอด นับตั้งแต่การแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่าจะทำการควบรวมบริษัทกับบล.ทรีนีตี้ แล้วก็ประกาศยกเลิกในวันประชุมผู้ถือหุ้น(18 เม.ย.)

จากนั้นราคาก็ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง จนมาอยู่แถว 11-12 บาท และในวันที่ 10 พฤษภาคม ทางบริษัทก็ประกาศรายชื่อนักลงทุนที่บริษัทจัดสรรหุ้นให้ในวงจำกัด จำนวน15,313,215 หุ้น

ให้แก่ผู้เสนอซื้อรวม 5 ราย ในราคา 9.78 บาท โดยกำหนดวันชำระค่าหุ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม และในวันดังกล่าวราคา หุ้น US จึงปรับตัวลดลงเพียงแค่ 30

สตางค์และปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงวานนี้ เพียงระยะเวลาแค่ 14 วันนับตั้งแต่วันเปิดตัวผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ที่มีทั้งผู้บริหารจากบริษัทซีฮอร์ส

ในจังหวัดสงขลาและตัวแทนของนักลงทุนรายใหญ่ที่ถือหุ้นแทนนายยรรงยง พันธุ์วงศ์กล่อม นายสมพงษ์ คดีดำรงกุล ทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปถึง 82.48%

แม้ฝ่ายตรวจสอบจากตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศอย่างชัดแจ้งว่ากำลังตรวจสอบราคาหุ้นของ US แต่จากการที่ยังไม่สามารถหาความผิดปกติของราคาหุ้นได้ ทำให้นักลงทุนเข้ามาไล่ราคาหุ้นตัวนี้ต่อ

จนกระทั่งโบรกเกอร์บางแห่งเริ่มที่จะจำกัดความเสี่ยงของลูกค้าที่เล่นหุ้นในลักษณะใช้สินเชื่อโดยบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ลดสัดส่วนการให้สินเชื่อเพื่อการซื้อขาย

หลักทรัพย์หรือมาร์จิ้นลงเหลือแค่ 50% จากเดิมที่ 75% ทำให้ผู้ที่ต้องการจะเล่นหุ้นตัวนี้จะต้องหาเงินสด มาวางอีก 50% เช่นเดียวกันบริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย)

ได้งดบริการมาร์จิ้นสำหรับหุ้นตัวนี้ โดยที่ไม่รอให้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศใช้มาตรการ 3 ด้านคือการงดซื้อขายด้วยมาร์จิ้น การห้ามซื้อขายด้วยระบบเน็ตแซทเทิ้ลเม้นท์และการยืมหุ้น ห้ามมาร์จิ้น-เน็ทฯ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงระหว่างวันที่ 13-30 พฤษภาคม 2545 การซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด

(มหาชน) หรือ US มีแนวโน้มที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสภาพการซื้อขายโดยรวม ดังนั้น

เพื่อเป็นการป้องกันและระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีแนวโน้มที่อาจส่งผลกระทบเสียหายต่อสภาพการซื้อขายโดยรวม อันเนื่องมาจาก

มีการเปลี่ยนแปลงของราคาหรือปริมาณการซื้อขายในหลักทรัพย์นั้นอย่างรุนแรง หรือมีการซื้อขายกระจุกตัวในหลักทรัพย์นั้นเป็นจำนวนมาก ตลาด หลักทรัพย์จึงห้ามสมาชิก(โบรกเกอร์) ให้ลูกค้าทำการ

ซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) หรือ US โดยหักกลบราคาค่าซื้อกับราคาค่าขายหลักทรัพย์นี้ในวันเดียวกัน(Net Settlement)

และห้ามสมาชิกให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์นี้(Margin Trading) เป็นเวลา 10 วันทำการ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมจนถึงวันที่ 13 มิถุนายน 2545 กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์

กล่าวต่อไปว่า การซื้อขายหุ้น US เป็นไปในลักษณะกระจุกตัว โดยวานนี้มีจำนวนหุ้นที่ซื้อขายสูงถึง 31.4 ล้านหุ้น อีกทั้งในช่วง 10 วันทำการราคา หุ้น US ปรับเพิ่มขึ้นไปถึง 60.3% ดังนั้น

เพื่อป้องกันการเก็งกำไรจากการที่ราคาหุ้น US เปลี่ยน แปลงในระดับสูง หากผู้ลงทุนต้องการจะลงทุนคงจะต้องเตรียมเงินสดไว้ "ระยะเวลาที่ให้นักลงทุนซื้อขายหุ้นตัวนี้ด้วยเงินสด

อาจจะขยายต่อไปอีกได้ หากลักษณะการซื้อขายหุ้นตัวนี้ยังไม่อยู่ในภาวะปกติ ซึ่งไม่ได้หมายถึงราคาหุ้นจะต้องปรับตัวลดลง หรือปริมาณการซื้อขายลดลงเท่านั้น"

ในส่วนของเรื่องราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่วันนั้น นายกิตติรัตน์กล่าวว่า "ขณะนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าไม่มีการสร้างราคา ซึ่งทางเรากำลังตรวจสอบอยู่ ผมรู้ว่าการให้หุ้น US

ซื้อขายด้วยเงินสด อาจจะเป็นการทำลายบรรยากาศ ของตลาดหุ้นที่กำลังร้อนแรงในเวลานี้ แต่เราคงไม่ปล่อยให้มีการซื้อขายหุ้นในลักษณะเก็งกำไร" สำหรับความเคลื่อนไหวในด้านอื่นที่เกี่ยว หุ้น US

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้รายงานการจำหน่ายหุ้น US เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2545 ของผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท ทาวน์ โฮลดิ้ง จำกัด

โดยได้จำหน่ายหลักทรัพย์คิดเป็น 5.26% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 19.78% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2545 บริษัททาวน์ โฮลดิ้ง จำกัดได้ขายในจำนวน 8.95% เทขายทำกำไร

สำหรับบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วานนี้ปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับสูงคือ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนจากต่างประเทศ ยังคงซื้อสุทธิ 346.62 ล้านบาท

สวนทางกับนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ขายสุทธิ 343.07 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิเพียง 3.56 ล้านบาท กลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด กลุ่มบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น 7.63%

รองลงมาได้แก่กลุ่มพลังงาน 0.71% และกลุ่มธุรกิจเกษตรเพิ่มขึ้น 0.33% โดยกลุ่มที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 2.99% รองลงมาได้แก่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ลดลง 1.72%

โดยมีกลุ่มไฟแนนซ์เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดคิดเป็น 27.72% ของมูลค่าการซื้อขายโดยรวม ซึ่งดัชนีกลุ่มเพิ่มขึ้น 0.19% ภาพรวมการซื้อขายหลักทรัพย์มีหลักทรัพย์ที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 145

หลักทรัพย์ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 57 หลักทรัพย์และราคาปรับตัวลดลง 132 หลักทรัพย์ นายพิชัย เลิศสุพงษ์กิจ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่าภาวะตลาดหุ้นวันนี้

ดัชนีปรับตัวลดลงตามแรงขายทำกำไรที่มีออกมาในหุ้นหลายกลุ่ม หลังจากดัชนีปรับขึ้นแรงต่อเนื่อง แต่จะเห็นได้ว่าเมื่อดัชนีปรับลงก็มีแรงซื้อเข้ามารับ ถือเป็นการปรับฐานของดัชนีในระยะสั้น

"แรงขายทำกำไรที่มีออกมาในวานนี้ถือเป็นเรื่องปกติ หลังจากดัชนีบวกกว่า 30 จุดก่อนหน้านี้ ประกอบกับดัชนีไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 412 จุดซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเมื่อวานนี้ไปได้

จึงมีแรงขายออกมาในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และ ไฟแนนซ์นำ แต่หุ้นบริษัทหลักทรัพย์มีแรงเก็งกำไรเข้ามาหนาแน่น รับผลดีจากวอลุ่มตลาดที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้" อย่างไรก็ตาม แนวโน้มวันนี้(31

พ.ค.)คาดว่าตลาดยังมีทิศทางที่ดี โดยทดสอบแนวต้านที่ 412 จุด และแนวรับที่ 403 จุด ขณะที่ความเคลื่อนไหวของเงินบาทปรากฏว่า เงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า

เปิดตลาดซื้อขายที่ประมาณ 42.45 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับราคาที่แข็งค่าที่สุดนับจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากนั้นเงินบาทก็ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องไปอีก

หลังจากที่คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่า ธปท.ไม่หนักใจกับทิศทางเงิน บาทที่แข็งค่าขึ้น และไม่กังวลกับผลกระทบต่อการส่งออก ล่าสุดเงินบาทเคลื่อนไหวที่ระดับ 42.40

บาท ต่อดอลลาร์ จากแรงสนับสนุนของการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศส่วนเงินเยนญี่ปุ่น แข็งค่าขึ้นมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 124.05 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us