|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ยักษ์ใหญ่ "โตโยต้า" ไม่สนใจผลการเจรจาเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น เรื่องเปิดเสรีชิ้นส่วนยานยนต์จะออกมาอย่างไร ยืนยันใช้ไทยเป็นฐานผลิตต่อไป เตรียมลงทุนอีก 3.7 หมื่นล้าน ตั้งโรงงานแห่งที่ 3 ผลิตรถยนต์ในโครงการ IMV และขยายกำลังการผลิตรถยนต์นั่งโรงงานเดิมที่ฉะเชิงเทรา ตั้งเป้าปี 2550 ผลิตรถได้ปีละ 5.5 แสนคัน เป็นฐานผลิตอันดับ 3 ของโลก
นายอากิโอะ โตโยดะ กรรมการบริหารอาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า โตโยต้าจะลงทุนสร้าง โรงงานใหม่ในประเทศไทย และเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์นั่งมากขึ้นเกือบสองเท่า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย และการขยายการส่งออกทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ในโครงการ IMV (Innovative International Multi-purpose Vehicle) และรถยนต์นั่ง ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตใหญ่อันดับสามของโลก รองจากญี่ปุ่น และสหรัฐฯ
นายเรียวอิจิ ซาซากิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โตโยต้าประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปิดตัวรถยนต์ภายใต้โครงการ IMV ทั้งไฮลักซ์ วีโก้ และรถอเนกประสงค์รุ่นฟอร์จูนเนอร์ เฉพาะปิกอัพวีโก้ เพียง 7 เดือน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2547 ที่ผ่านมา มียอดขายสูงถึงกว่า 1.1 แสนคัน
ปัจจุบันโตโยต้ามีโรงงานประกอบรถ 2 แห่ง ที่สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และที่นิคมอุตสาหกรรม เกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับโรงงานใหม่ซึ่งกำลังตัดสินใจว่าจะตั้งอยู่ที่ใดในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ มีมูลค่าการลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท สามารถผลิตรถกระบะ และรถอเนกประสงค์ในโครงการ IMV ได้ปีละ 1 แสนคัน โดยการลงทุนครั้งใหม่นี้ ในส่วนของรถยนต์ในโครงการ IMV ที่โรงงานแห่งใหม่ จะมีกำลังการผลิต 1 แสนคันต่อปี มีการจ้างงาน 2,000 คน โดยจะเริ่มก่อสร้างประมาณกลางปีนี้ และจะเริ่มดำเนินการผลิตในปี 2550
นอกจากนั้น ยังมีการลงทุนขยายกำลังการผลิตรถยนต์นั่งที่โรงงานในนิคมฯ เกตเวย์ จากปีละ 1.1 แสนคัน เป็น 2 แสนคัน มีการจ้างงานเพิ่ม 1,500 คน มูลค่าการลงทุน 3 พันล้านบาท การลงทุนใหม่ครั้งนี้จึงมีมูลค่ารวม 1.8 หมื่นล้านบาท และหากรวมการลงทุนของผู้ผลิตชิ้นส่วนอีก 1.9 หมื่นล้าน จะทำให้โครงการตั้งโรงงานใหม่และขยายกำลังการผลิตครั้งนี้มีมูลค่าถึง 3.7 หมื่นล้านบาท โดยส่วนที่ขยายจะเริ่มการผลิตภายในปีหน้า
"เมื่อรวมกำลังการผลิตทั้งหมดที่จะเพิ่มเข้ามาและที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ในปี 2550 โตโยต้าในประเทศไทยจะมีกำลังการผลิตทั้งหมด 5.5 แสนคันต่อปี"
นายซาซากิกล่าวว่า จำนวนเงินลงทุนตั้งโรงงาน และขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการประกาศลงทุนในโครงการ IMV จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ที่ประกาศไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเมื่อรวมเงินลงทุนครั้งใหม่ ทำให้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี โตโยต้าได้ลงทุนในไทยไปถึง 6.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตสำคัญของโตโยต้า ทั้งตลาดในประเทศและส่งออก
สำหรับเป้าการส่งออกของโตโยต้าจากประเทศไทย ในปีนี้จะมีการส่งออก 1.5 แสนคัน เฉพาะรถยนต์โครงการ IMV จำนวน 1 แสนคัน และจะเพิ่มเป็น 2.2 แสนคัน ในปี 2549 แบ่งเป็นรถยนต์ IMV 1.5 แสนคัน จากนั้นในปี 2550 จะเพิ่มการส่งออกเป็น 2.5 แสนคัน เฉพาะรถยนต์ IMV จำนวน 1.7 แสนคัน
นายซาซากิกล่าวว่า ไม่ว่าผลการเจรจาเปิดเสรีทางการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นจะออกมาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเหล็กและชิ้นส่วนยานยนต์ที่ญี่ปุ่นต้องการให้ไทยเปิดเสรีโตโยต้ายังยืนยันพันธะกับไทยตลอด 40 ปีที่ผ่านมาในการใช้ไทยเป็นฐานผลิตเช่นเดิม
|
|
 |
|
|