|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
TMB ตั้งเป้าดันมาร์เกตแชร์ บล.แมคควอรี ติด TOP TEN ภายใน 2-3 ปี จากปัจุบันที่มาร์เกตแชร์ 2% หลังรุกซื้อหุ้นกว่า 51% จากกลุ่มธนาคารแมคควอรี และเตรียมเปลี่ยนชื่อเป็น บล.ทีเอ็มบี-แมคควอรี คาดแผนการซื้อหุ้นจะเสร็จภายในเดือนมิ.ย.นี้ เน้นทำธุรกิจหลักทรัพย์ครบวงจร โบรกฯ ชี้เป็นผลดีระยะยาว แนะบริหารจัดการและแบ่งงานชัดเจน หวั่นเกิดความขัดแย้งของผู้ถือหุ้น
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารต้องการที่จะเพิ่มขอบข่ายการดำเนินธุรกิจให้ครบวงจร โดยตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นของ บล.แมคควอรี จำกัด จากกลุ่มธนาคารแมคควอรี ในสัดส่วน 51% ซึ่งหลังจากการเข้าไปซื้อธนาคารตั้งเป้าหมายดันให้บล.ใหม่ มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจนติดอันดับ 1 ใน 10 ของบริษัทหลักทรัพย์ในไทยภายในเวลา 2-3 ปีข้างหน้า
สำหรับเงื่อนไขของการเข้าไปลักษณะการร่วมทุน โดยซื้อหุ้นบล.แมคควอรีจำนวน 10.2 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท ในสัดส่วน 51% ใช้เม็ดเงินประมาณ 550 ล้านบาท และมีเงื่อนไขในการชำระเงินเพิ่ม โดยหากผลประกอบการใน 2 ปี บริษัทสามารถทำผลกำไร ให้กับธนาคารได้มากกว่า 100 ล้านบาท ธนาคารก็จะจ่ายเพิ่มให้กับบริษัทเป็นยอดเงินประมาณ 100 ล้านบาท
หลังจากการเข้าไปซื้อหุ้นจบเรียบร้อยแล้ว ธนาคารมีแผนที่จะเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บล.ทีเอ็มบี-แมคควอรี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อของธนาคารด้วย โดยจะเน้นการทำธุรกิจ 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจหลักทรัพย์รายย่อยโดยอาศัยฐานลูกค้าของธนาคาร ร่วมกับการทำธุรกิจกับบริษัทในเครือได้แก่ บลจ.ทหารไทย และ บลจ.เอ็มเอฟซี ธนาคารจะมีการส่งผู้บริหารธนาคารเข้าไปเป็นกรรมการบริษัทใหม่รวมถึงเป็นผู้บริหารระดับสูง ในเบื้องต้นกรรมการผู้จัดการของบริษัทจะมี 2 คน
นอกจากนั้น บริษัทจะเน้นธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์จากนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งอาศัยฐานลูกค้าของแมคควอรี กรุ๊ป ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดในไทยอยู่ประมาณ 2% และบริษัทก็จะเน้นธุรกิจวาณิชธนกิจ ซึ่งจะมีการนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาด โดยอาศัยฐานลูกค้าสินเชื่อของธนาคารและไอเอฟซีที
"แบงก์ต้องการที่จะขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าแบงก์ในการใช้บริการได้ครบเพียงจุดเดียว ซึ่งแบงก์มองว่า บล.แมคควอรีมีความชำนาญด้านการจัดตั้งและบริหารกองทุนสาธารณูปโภค ซึ่งตรงกับความชำนาญของแบงก์ในการให้สินเชื่อกับโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะมีการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ รวม ทั้งแบงก์ยังมีลูกค้าที่เป็นผู้รับเหมา ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์" กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าว
ส่วนประเด็นของ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส นั้นธนาคารได้มีการหารือกับดีบีเอสในฐานะผู้ถือหุ้นแล้ว ปรากฏว่าดีบีเอสต้องการที่จะถือหุ้นใหญ่ในบล. ดังกล่าว ดังนั้น ธนาคารจึงต้องเข้าไปซื้อหุ้นของ บล.แมคควอรี แทน เพื่อให้ธนาคารทำธุรกิจหลักทรัพย์ได้ครบวงจรและสามารถให้บริการลูกค้าไม่ใช่เฉพาะแต่สินเชื่อ แต่ยังสามารถให้บริการด้านการจัดโครงสร้างทางการเงิน การออกตราสารหนี้ด้านอนุพันธ์ โดยจะเร่งดำเนินการซื้อขายหุ้นให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายนตามแผนที่จะวางไว้ เพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
โบรกฯ ชี้ทหารไทยซื้อบล.เป็นผลดีระยะยาว
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้จัดการ ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.พัฒนสิน (CNS) ให้ความเห็นกรณีที่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เข้าถือหุ้น ใน บล.แมคควอรี (ประเทศไทย) คาดว่าธนาคารทหารไทยจะได้รับผลประโยชน์ในด้านการขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น โดยการให้บริการลูกค้าแบบครบวงจรซึ่งเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า ดังนั้นจึงส่งผลให้ลูกค้าหันมาใช้บริการมากขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับธนาคารดังกล่าวอีกด้วย
สำหรับการเข้าถือหุ้นใน บล. แมคควอรี่ สัดส่วน 51% ในช่วงสั้นยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนมากนัก แต่จะส่งผลให้ธนาคารทหารไทยได้รับความคุ้มค่าในระยะยาว ส่วนความวิตกที่เกรงว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งจากการที่ธนาคารทหารไทยถือหุ้น 51% และต่างประเทศอีก 49% นั้น คาดว่าคงไม่เกิดขึ้น โดยเชื่อว่าจะมีการแบ่งงานที่ชัดเจนในการบริหารงานและหน้าที่ความรับผิดชอบ
สำหรับรายได้ของธนาคารทหารไทยในปี 2548 ได้ประมาณการว่าจะมีรายได้ทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท และเป็นกำไรสุทธิ 8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 32% จากปีที่แล้ว ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะนำซื้อ เนื่องจากมีอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจอีกทั้งยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี
|
|
 |
|
|