แบงก์ไทยเผย ยังไม่ปรับเป้าสินเชื่อแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและดอกเบี้ย แต่เชื่อทั้งปีจะสามารถขยายตัวได้กว่า 10% ผู้บริหารยิ้มมีบริการครบวงจรแล้ว คาดบริษัทในเครือจะสร้างกำไรได้ในสัดส่วน 7-10% ล่าสุดจับมือบริษัทสยามวอลล์ซื้อหุ้นเพิ่มทุน 18 ล้านหุ้น
นายพีรศิลป์ ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยที่ได้รับปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ธนาคารยังไม่มีแผนที่จะปรับลดเป้าการขยายตัวของสินเชื่อโดยรวมลง เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงที่มีต่อเศรษฐกิจดังกล่าวธนาคารได้ติดตาม และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ
ทั้งนี้ ในปี 2548 ธนาคารยังคงตั้งเป้าการขยายตัวของสินเชื่อสุทธิอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท หรือเพิ่ม 10% จะทำให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อปัจจุบันที่มีอยู่ 80,000 ล้านบาท โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อสุทธิได้จำนวน 2,000-3,000 ล้านบาท ส่วนกำไรตลอดทั้งปีนี้คาดว่าจะสามารถทำกำไรสุทธิเติบโตได้มากกว่าในปี 2547 ที่ผ่านมา โดยรายได้หลักยังคงมาจากดอกเบี้ยรับซึ่งจะเห็นกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2549
ล่าสุดธนาคารได้ตกลงเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท สยามวอลล์ ลีสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์จำนวน 18 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 75% ของทุนจดทะเบียน โดยธนาคารซื้อราคาหุ้นละ 13.75 บาท คิดเป็นเงิน 247.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท บีที เวิลด์ลีส (BT WorldLease) เพื่อดำเนินธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งการเพิ่มทุนดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จ กลางเดือนพฤษภาคมนี้ และจะสามารถขยายธุรกิจได้เต็มที่โดยไม่ต้องเพิ่มทุนอีก 2 - 3 ปี
นายพีรศิลป์ กล่าวต่อว่า คาดว่าในปี 2548 บริษัทในเครือของธนาคารจะสามารถสร้างกำไรสัดส่วน 7-10% ของกำไรสุทธิจากปีก่อนหน้าที่สร้างกำไรได้ 6-7% และจะเพิ่มเป็น 20-30% ใน 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากบริษัทในเครือจะดำเนินงานได้อย่างเต็มที่
ด้านนายทวีผล เจริญกิตติคุณไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามวอลล์ ลีสซิ่ง จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีพอร์ตเช่าซื้อรถจักรยานยนต์จำนวน 200 ล้านบาท และเมื่อธนาคารเข้าไปถือหุ้นจะทำให้พอร์ตสินเชื่อเพิ่มเป็น 500 ล้านบาทในปีนี้ ส่วนภาพรวมของธุรกิจลีสซิ่งนั้น แม้ว่าจะได้รับผลกระทบที่เกิดจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่เชื่อว่ายังสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก โดยปี 2548 นี้คาดว่าตลาดน่าจะขยายตัวได้ประมาณ 5% แต่ลดลงจากปีก่อนที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 15%
|