Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน22 เมษายน 2548
อสังหาฯหมดแรง เข้าสู่วัฎจักรขาลง กำลังซื้อขาดช่วง             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ซีคอน จำกัด

   
search resources

ซีคอน, บจก.
Real Estate
Construction




"กอบชัย" ระบุตลาดอสังหาฯปี48 อยู่ในช่วงขาลง อัตราการเติบโตลด เหตุปัจจัยลบเพียบ ด้านผู้บริหาร "ซีคอน" จ่อปรับราคาสร้างบ้านขึ้นอีก 5-6% ปลายไตรมาส 2 หลังต้นปีปรับขึ้นแล้ว 5% แจงต้นทุนก่อสร้างขึ้น ชี้ตลาดสร้างบ้านแพงหด บ้านราคา 2-2.5 ล้านบาทโต

นายกอบชัย ซอโสตถิกุล ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท ซีคอน จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงแรกของปี 2548 ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จะยังคงมีอัตราการเติบโตได้บ้างเล็กน้อย เนื่องจากผู้บริโภคเร่งตัดสินใจซื้อหรือสร้างบ้านก่อนที่ราคาค่าก่อสร้างจะปรับขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่หากมองภาพทั้งปีเชื่อว่าอสังหาฯ จะมีการเติบโตที่ลดลง เพราะเมื่อราคาอสังหาฯ ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงปัจจัยลบต่างๆ ที่เข้ามากระทบ ทำให้ผู้บริโภคเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปอีก

"ช่วงนี้ถือเป็นช่วงขาลงของอสังหาฯ การสร้างบ้านไว้ในสต๊อกจำนวนมากถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี มีความเสี่ยงสูง ควรมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ถ้าเป็นช่วงขาขึ้นการมีสต๊อกไว้ในมือเยอะๆถือว่าดี ตอนนี้ตลาดบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทเป็นตลาดที่ดี ส่วนบ้านราคาตั้งแต่ 9 ล้านบาทขึ้นไปมีหดตัวลง" นายกอบชัยกล่าว

นางสาวศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ซีคอน จำกัด กล่าวว่าในปีนี้ไม่ใช่เป็นปีทองของธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากมีปัจจัยลบมารุมเร้ารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันและราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มขยับขึ้น ปัญหาเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ ทั้งระบบ โดยเฉพาะในตลาดรับสร้างบ้าน

ในปัจจุบัน ผู้บริโภคจะยังเน้นสร้างบ้านเดี่ยวระดับกลางราคา 2-2.5 ล้านบาท แม้ว่ารสนิยมของผู้บริโภคจะเน้นบ้านหรู แต่กำลังเงินในการผ่อนจ่ายค่างวดการก่อสร้างเริ่มจำกัดด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว ทำให้บ้านระดับ 2-5 ล้านขยายตัวขึ้นมามาก ส่วนบ้านราคาแพงมีแนวโน้มลดลง

สำหรับทิศทางของธุรกิจรับสร้างบ้านในปีนี้ผู้ประกอบการจะต้องเน้นการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตามเมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับราคาค่าก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 5% เพราะต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างได้มีการปรับสูงขึ้น และจากการที่ราคาน้ำมันขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาจะปรับราคาค่าก่อสร้างอีกไม่เกิน 5% ในช่วงปลายไตรมาส 2 ของปีนี้ เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างหลายชนิด ได้มีการปรับขึ้นสูงขึ้น 5-7% แล้ว ส่วนแนวทางการแก้ไขนั้น บริษัทได้มีการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างบางตัว ซึ่งมีการเจรจาในลักษณะบิ๊กล็อต ผ่านทางสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน จึงช่วยประหยัดต้นทุนค่าก่อสร้างได้บางส่วน

นางสาวศุภิชชา กล่าวต่อว่า ภายหลังจากเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา ภารกิจแรกจะดำเนินการ คือเน้นการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ของบริษัทให้มีความทันสมัยมากขึ้น หลังจากที่บริษัทเปิดดำเนินกิจการมานาน 44 ปี โดยจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ New Marketing Concept ที่เน้นสร้างเสริมความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าเก่า และสร้างกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ให้เกิดความเชื่อมั่นและเลือกใช้บริการ

นอกจากนี้ จะเน้นการสร้างแบรนด์ โดยได้ปรับโลโก้บริษัทใหม่ ให้เข้ากับลูกค้าใหม่ในวัยทำงานมากขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยได้ทุ่มงบการตลาดรวม 25 ล้านบาท รวมถึงมีการผูกพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทำการตลาดร่วมกัน ล่าสุดได้ร่วมกับ บริษัท เอสบี.เฟอร์นิเจอร์ แจกชุด เครื่องครัว ให้กับผู้สั่งสร้างบ้าน

อย่างไรก็ตามบริษัทจะให้ความสำคัญกับฐานลูกค้าเก่า ที่มีไม่ต่ำกว่า 10,000 หลัง ให้หันมาใช้บริการในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้านมากขึ้น เนื่องจากบ้านที่อยู่ไป 5 ปี ก็จะถึงรอบในการปรับปรุง ทางด้านยอดขายรวมของบริษัทในปี 2547 มีจำนวน 600 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท

ส่วนในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ 700 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 70 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากการก่อสร้างบ้าน 550 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนบ้าน 250-300 หลัง และรับก่อสร้างบ้านในโครงการจัดสรร 2 แห่ง คิดเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท สำหรับ ตัวเลขตลาดรวมบ้านสร้างเอง ในเขตกทม.และปริมณฑล มีประมาณ 20,000 ยูนิต มีมูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจรับสร้างบ้าน มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 4,000 ยูนิต มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us