ดัชนีหุ้นไทยเริ่มฟื้นหลังข่าวดีสุม ตลาดหุ้นตปท.บวก ค่าบาทแข็ง ผลประกอบการแบงก์ยังสวยดันหุ้นแบงก์พุ่งยกแผง "มูดีส์" ปรับเพิ่มอันดับตราสารหนี้ธ.กรุงศรี ตามด้วยคาลเปอร์ส์ดึงหุ้นไทยติดบัญชีน่าลงทุนเป็นทางการ สะท้อนตปท.ยังมั่นใจ ขณะที่แบงก์ชาติไม่ขึ้นดอกเบี้ย ได้หุ้น TPI ดันตลาดกวาดวอลุ่ม 3.7 พันล้านบาท หลังมีความชัดเจนใกล้ถึงวันสรุปราคาขายหุ้นเพิ่มทุนให้ว่าที่พันธมิตร
วานนี้ (20เม.ย.) ภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เริ่มฟื้นตัวหลังจากทรุดหนักตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยดัชนีปิดที่ 684.19 จุด เพิ่มขึ้น 5.82 จุด หรือ 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 18,884.02 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิ 763.48 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 454.01 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 309.47 ล้านบาท
หุ้นกลุ่มสถาบันการเงินปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้นยกแผง นำโดยธ.ทหารไทย (TMB) ปิดที่ 3.82 บาท เพิ่มขึ้น 0.22 บาท หรือ 6.11%, ธ.กรุงศรีอยุธยา (BAY) ปิดที่ 12.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 3.33%, ธ.กสิกรไทย (KBANK) ปิดที่ 56 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 2.75%
นอกจากนี้แรงซื้อยังกระจายเข้าในหุ้นทุกกลุ่ม จากหลายปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุนการลงทุนไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดี, สถาบันจัดอันดับเครดิตชื่อดัง "มูดี้ส์" ปรับเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ธ.กรุงศรีอยุธยา, กองทุนคาลเปอร์สนำตลาดหุ้นไทยเข้าบัญชีตลาดหุ้นน่าลงทุน สะท้อนความน่าเชื่อถือของตลาดหุ้นไทยในสายตาต่างประเทศเพิ่มขึ้น
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยผู้จัดการ บล.เอเพกซ์ กล่าวว่า การปรับขึ้นของดัชนีส่วนหนึ่งมาจากผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมาถือว่าดีขึ้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้นทุกตัว โดยเฉพาะธนาคารใหญ่จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจกับหุ้น TMB เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 1/48 ที่ประกาศออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
นายไพบูลย์ นลินทรางกูล รองกรรมการผู้จัดการ บล.ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นดัชนีวานนี้หลังจากที่มีข่าวดี กองทุนคาร์เปอร์ส ซึ่งเป็นกองทุนที่ค่อนข้างมีความเข้มงวดในการลงทุนได้มีการปรับความน่าสนใจลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้สถาบันในต่างประเทศกลับมาให้ความสนใจกับการลงทุนในประเทศไทยตามไปด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าในระยะสั้นทั้งตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นในเอเชียจะต้องเผชิญกับความผันผวนตามตลาดทุนโลก ที่ยังผันผวนตามเศรษฐกิจของสหรัฐ
นางสาวสเก็ดดาว วัฒนวลี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ยูไนเต็ด กล่าวว่า เนื่องจากค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้น โดยแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าแต่จะไม่ปรับขึ้นแรงมากนัก โดยมองแนวรับที่ระดับ 678 จุด แนวต้านที่ระดับ 680 จุด
นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ บล. ทีเอชอีซี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมถึงการปรับตัวขึ้นหุ้นบริษัทปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) หลังจากความชัดเจนมากขึ้นว่า ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ จะมีการกำหนดราคาขายหุ้นแก่ ปตท.และปัญหาภายในคลี่คลาย รวมถึงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย
วานนี้หุ้น TPI มีนักลงทุนเข้าซื้อขายเก็งกำไรเข้ามาในหุ้น TPI อย่างคึกคักส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปปิดที่ 10 บาท เพิ่มขึ้นเกือบ 13% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 3,735.6 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า นักลงทุนเข้าเก็งกำไรในหุ้น TPI เนื่องจากใกล้จะถึงวันที่มีการสรุปราคาขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับว่าที่พันธมิตรใหม่ในวันที่ 28 เม.ย.นี้จึงมีกระแสข่าวเรื่องราคาและสัดส่วนการขายหุ้นเพิ่มทุน TPI พร้อมกับวอร์แรนต์ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิในสัดส่วนและราคาที่เป็นประโยชน์กับผู้ถือหุ้นรายย่อยรั่วออกมาและกระจายไปยังตามห้องค้าหุ้นทำให้นักลงทุนรายใหญ่และรายย่อยเข้าเก็งกำไรกันอย่างคึกคัก แต่อย่างไรก็ตามสัดส่วนราคาที่หลุดออกมาก็ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย โดยกรอบราคาหุ้นเพิ่มทุนที่วางไว้ก่อนหน้านี้คือ 3.5 - 4 บาท
นอกจากนี้ยังมีการปล่อยข่าวออกมาว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) เตรียมข้อมูลนำเสนอต่อศาลล้มละลายกลางให้นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมชำระหนี้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ให้กับ TPI แต่จำนวนเงินยังไม่ชัดเจน ซึ่งจะเป็นเกมทางกฎหมายที่ 5 อรหันต์ หรือคณะกรรมการบริหารแผนฟื้นฟูเตรียมไว้สำหรับกดดันนายประชัย เพื่อไม่ให้เลิกคัดค้านการทำงานทั้งที่ผ่านมาและในอนาคต เนื่องจากมองว่านายประชัยเกรงกลัวจะต้องถูกฟ้องล้มละลายมาก แต่อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวศาลฯ จะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะให้เรียกชำระหนี้จากนายประชัยหรือไม่
นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า หุ้น TPI มีนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรหลังจากมีข่าวดีออกมาหลายเรื่อง เช่น ความคลี่คลายในเรื่องความขัดแย้งต่าง ๆ การจะไปลงทุนในโรงไฟฟ้า และการที่จะออกจากหมวดฟื้นฟูกิจการ (รีแฮบโก้) ได้ใน 90 วัน ส่วนการเพิ่มทุนจดทะเบียนที่จะนำเงินที่ได้ไปปรับปรุงกระบวนการกลั่นน้ำมันให้เพิ่มขึ้น จาก 1.8 แสนบาร์เรล เป็น 2 แสนบาร์เรล ซึ่งจะมีกำลังการผลิตใกล้เคียงกับไทยออยล์
รวมถึงใกล้จะถึงเวลาการกำหนดราคาขายหุ้นให้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (PTT) แต่ยังไม่ทราบแน่นอนว่าราคาขายหุ้นจะอยู่เท่าไร นักลงทนจึงเปรียบเทียบ TPI ว่าจะดีเหมือน หุ้น TOP , TOC,ATC และเข้าเก็งกำไร
ทั้งนี้หากเป็นนักลงทุนระยะสั้นควรที่จะระมัดระวัง มีกำไรพอสมควรก็ควรที่ขายออกมาก่อน นักลงทุนระยะยาวก็ควรที่จะดูจังหวะซื้อลงทุน เพราะราคาปิโตรเคมียังมีอัตราการเติบโตดี รวมถึงยังได้รับประโยชน์ในเรื่องภาษี ซึ่งทำให้หุ้นของ TPI มีอัตราการเติบโตที่ดีในอนาคต
นางสาวสุภากร จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.นครหลวงไทย กล่าวว่า หุ้น TPI ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความชัดเจนในเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ โครงสร้างทุน และใกล้ที่จะกำหนดราคาขายหุ้นให้แก่ ปตท. ซึ่งจะส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษีก่อนหักดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (อีบีด้า) คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้ราคาหุ้นของ TPI ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง โดยบริษัทคาดว่าการกำหนดราคาขายหุ้นแก่ ปตท.คาดว่าจะต่ำกว่าราคาหุ้นในกระดาน เพราะปตท.คงไม่เข้ามาลงทุนในราคาที่สูง ทั้งนี้ยังไม่สามารถประเมินมลค่าหุ้นของ TPI จะเป็นอย่งไร
|