Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 เมษายน 2548
มือถือเติมเงินวูบแน่ ซื้อ"ซิม"ต้องโชว์บัตร-เบอร์เก่าแจ้งชื่อ             
 


   
www resources

โฮมเพจ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

   
search resources

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
Mobile Phone




ไอซีที. ออกมาตรการเข้มคุมซิมการ์ดทั่วประเทศ ให้แสดงบัตรประชาชนตอนซื้อ ลูกค้าเก่าต้องแจ้งชื่อภายใน 6 เดือน ถ้าไม่แจ้งจะถูกยกเลิกเลขหมาย แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะผู้ประกอบการขอให้ออกกฎหมายรับรองก่อน เตรียมเสนอขอเป็นมติครม.วันนี้ บลิส-เทล, เจ-มาร์ท คาดตลาดพรีเพดลดลง 10-30 % เพราะขัดกับคอนเซ็ปต์สะดวกใช้ สะดวกซื้อ นายกฯ ระบุต้องหาจุดพอดีระหว่างความสะดวกกับความมั่นคงของชาติ กก.สมานฉันท์โจมตีไร้สาระ แก้ปัญหาไม่ได้

วานนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ร่วมกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย บมจ. ทศท คอร์ปอเรชั่น บมจ. กสท โทรคมนาคม และบริษัท ไทยโมบาย ประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดระเบียบซิมการ์ดมือถือแบบเติมเงินหรือพรีเพด ตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังพบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นตัวจุดชนวนระเบิดหลายครั้ง

ผลการหารือมีข้อสรุปว่า จะดำเนินมาตรการจัดระเบียบซิมการ์ด 3 มาตรการคือ

1.ผู้ที่จะซื้อเบอร์ใหม่จะต้องแสดงตัว โดยแจ้งหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ถ้าเป็นคนต่างชาติ ต้องแสดงหมายเลขหนังสือเดินทาง

2.ผู้ให้บริการอาจมีการจัดโปรโมชันเพื่อดึงลูกค้าเก่าที่มีอยู่ในตลาดประมาณ 21.5 ล้านเลขหมายเข้าฐานข้อมูล หรือใช้ คอลเซ็นเตอร์ โทร.กลับไปที่ลูกค้าเพื่อขอเช็คข้อมูลจากลูกค้า เพื่อป้องกันผู้อื่นนำไปแอบอ้าง

3.หากภายในระยะเวลา 6 เดือน ไม่มีการเติมเงินหรือให้ข้อมูลกลับมายังผู้ให้บริการ จะมีการยกเลิกซิมการ์ดทันที เพื่อให้เข้ามาแสดงตัวใหม่หากต้องการใช้บริการ ซึ่งปกติหากไม่มีการใช้งานภายในเวลา 3 เดือน โอปอเรเตอร์ก็จะยกเลิกอยู่แล้ว แต่ไอซีทีเห็นว่า การให้เวลาถึง 6 เดือน ก็เพื่อให้เอกชนสะดวกในการบริหารจัดการฐานข้อมูลมากขึ้น

"เรื่องนี้จะไม่การออกเป็นกฎหมาย แต่เป็นการขอความร่วมมือกับผู้ให้บริการ ซึ่งเราต้องทำทั่วประเทศเพื่อเป็นการอุดช่องโหว่ ไม่ให้มีคำถามตามมาว่าทำไมทำแค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้"

นายคณวัฒน์ วศินสังวร ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงไอซีที กล่าวและเชื่อว่า โอปอเรเตอร์ทุกรายพร้อมให้ความร่วมมือ เพราะผู้ให้บริการเองต้องการจัดระบบฐานข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้สามารถทำแผนงานตลาดต่อเนื่องได้ดี ตนจะนำมาตรการดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมครม.ในวันนี้ (19 เม.ย.)

ส่วนกรณีที่มีการใช้เอกสารปลอม ต้องขอความร่วมมือกับโอปอเรเตอร์ในการกำกับดูแลช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งหมด นอกจากนี้ กรณีที่จะมีการถือซิมการ์ดมาจากต่างประเทศเพื่อก่อการร้ายนั้น ในทางเทคนิคก็มีวิธีการจัดการในการสอบสวน เพราะสามารถรี-เช็คกลับไปได้ เนื่องจากเบอร์เหล่านี้จะเป็นลักษณะ non received call หรือไม่มีผู้รับสาย

ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่ซิมการ์ดถูกขโมย เพื่อนำไปใช้ในการก่อการร้าย ก็เข้าข่ายลักทรัพย์ ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการทำงานของตำรวจ หรือเจ้าของซิมการ์ดต้องอายัดซิมเพื่อระงับการใช้งานกับโอปอเรเตอร์ทันที

**รอมติ ครม.

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดเวลาว่าจะใช้มาตรดังกล่าวเมื่อไร เพราะหลังการประชุมกับไอซีที เย็นวานนี้ ทศท. และ กสท. ได้หารือกับเอกชนคู่สัญญา ถึงมาตรการดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป แม้ทุกโอปอเรเตอร์จะเห็นด้วย เนื่องจากต้องการให้มีกฎหมายออกมารองรับเกี่ยวกับการลิดรอนสิทธิ์ผู้บริโภค ซึ่งนายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทศท.กล่าวว่า จะรายงานผลการหารือให้ปลัดกระทรวงไอซีที.ทราบ เพื่อทางกระทรวงจะได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

"จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับมติครม.ว่าจะมีนโยบายออกมาอย่างไร" นายธีรวิทย์ กล่าวและว่าการออกกฎหมายคงเน้นที่ลูกค้าใหม่ เพราะถ้าเป็นลูกค้าเก่าคงต้องให้เวลากับโอปอเรเตอร์ในการจัดการ เวลาแค่ 6 เดือนคงไม่พอ อาจต้องยืดถึงปี 2549 เพราะขณะนี้ลูกค้าไม่ทราบว่ากระจายอยู่ที่ไหนบ้าง

**เอกชนขอกฎหมายรองรับ

นายวิชัย เบญจรงคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ยินดีรับมาตรการที่ทำแบบทั่วถึงและเป็นระบบเดียวกัน แม้มาตรการดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าที่ต้องการเข้ามาซื้อจะไม่สะดวก

นายวิชัยกล่าวว่า ผู้ให้บริการต้องมีระบบจัดการตัวเองด้วยว่า หลักฐานที่ผู้แทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ได้มาจากลูกค้านั้นเป็นความจริง ถูกต้อง โดยบริษัทอาจต้องส่งกลับไปที่ตำรวจ เพื่อตรวจเช็คความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ จะต้องมีการออกกฎหมายรองรับการยกเลิก ระงับการใช้บริการของลูกค้าด้วย เพราะกฎหมายไม่ย้อนหลัง ลูกค้าที่ต้องการรักษาเบอร์ไว้ มีสิทธิที่จะฟ้องได้ตามเงื่อนไขการให้บริการ

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้อำนวยการกลุ่มแฮปปี้ ของดีแทค กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้มีกฎหมายออกมาก่อน แล้วค่อยปฏิบัติตาม ซึ่งอย่างน้อยก็อาจจะเป็นกฎกระทรวงก่อน เพื่อให้มีเป็นหลักยึดปฏิบัติได้ ส่วนผลกระทบกับยอดขายนั้น ระยะแรกอาจจะมีผลกระทบกับการทำตลาดบ้าง แต่เพื่อความมั่นคงก็ต้องยอมเสียสละความง่ายแบบเดิมๆ อย่างไรก็ตาม หากทุกรายปฏิบัติบนพื้นฐานเดียวกัน เชื่อว่าผลกระทบกับยอดขายคงไม่มี

นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงไอซีที และเชื่อว่าไม่กระทบกับยอดขาย หากผู้ให้บริการทุกรายปฏิบัติหรือทำตามมาตรการเดียวกัน


**คาดตลาดรวมตกลง 30%

นายอรรถวิชญ์ เอกธนิตพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บลิส-เทล จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดรายใหญ่ กล่าว่า หากผู้ซื้อซิมการ์ดต้องแสดงตัวด้วยบัตรประชาชน หรือแสดงเลขที่พาสต์ปอร์ตเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบภายหลัง รวมทั้งการสอบถามจาก Call Center ของโอเปอเรเตอร์ว่าเป็นเลขหมายบัตรประชาชนผู้ซื้อซิมหรือไม่นั้นจะสร้างความยุ่งยากให้กับวงการพรีเพดเป็นอย่างมาก

" พรีเพด เป็นระบบที่เน้นความสะดวกในการใช้งาน สะดวกในการซื้อหา หากมีการควบคุมก็จะทำให้เกิดความยุ่งยาก คาดว่าตลาดรวมพรีเพดจะลดลง 30% เป็นอย่างน้อย "

อย่างไรก็ตามก็ต้องขึ้นอยู่กับภาครัฐและโอเปอเรเตอร์ด้วยว่าจะร่วมมือกันอย่างไร ซึ่งหากมาตรการนี้เป็นไปเพื่อความมั่นคงของประเทศ เป็นเรื่องของส่วนร่วม และน่าจะเป็นผลดี ก็ต้องให้ความร่วมมือ แต่ก็ควรจะพิจารณาว่าน่าจะมีโซลูชั่นอื่นที่เป็นทางออกที่ดีกว่านี้หรือไม่ ทั้งนี้เพราะการก่อการร้ายด้วยการระเบิดหากไม่ใช่โทรศัพท์มือถือเป็นตัวจุดชนวนก็มีเครื่องมืออื่นที่สามารถทำได้อีกหลายอย่าง

ในส่วนของบลิสเทล มองว่าไม่ส่งกระทบกับยอดขายทั้งนี้เพราะบลิสเทลเน้นการทำตลาดตัวเครื่องของแต่ละยี่ห้อมากกว่าการขายซิมการ์ดของพรีเพด โดยที่ผ่านมาการทำตลาดซิมการ์ดพรีเพดของบลิสเทลเป็นเพราะโอเปอเรเตอร์ขอความร่วมมือมา ซึ่งที่ผ่านมามีการทำตลาดซิมการ์ดพรีเพดประมาณเดือนละ 4-5 หมื่นใบ ยอดขายรวมเดือนละประมาณล้านบาท หากมีการออกมาตรการนี้มาคาดว่าจะส่งกระทบยอดขายเหลือประมาณ เดือนละ 2-3 หมื่นใบ

ในส่วนของเจ มาร์ท นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการที่ภาครัฐจะออกมานี้จะมีผลกระทบกับตลาดอย่างแน่นนอน เพราะเหมือนกับการที่ผุ้ซื้อต้องมาลงทะเบียน แม้จะไม่เต็มรูปแบบก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามมองว่าในที่สุดแล้วก็จะมีทางออกของการโกงด้านอื่นออกมาอย่างเช่นการปลอมบัตรประชาชนเพื่อเอามาซื้อซิม

"ผลกระทบของตลาดพรีเพดน่าจะเห็นได้ชัดในช่วงแรก แต่ในที่สุดแล้วก็คงเป็นไปตามไดเร็กชั่นที่ตลาดต้องมีการปรับตัว"

ผู้บริหารเจ มาร์ท กล่าวว่า พรีเพดเป็นตลาดใหญ่ธุรกิจส่วนแบ่งในตลาดโทรศัพท์มือถือประมาณ 80-90% การออกมาตรการนี้มาคาดว่าจะส่งกระทบกับตลาดรวมประมาณ 5-10 % ซึ่งก็คาดว่าจะส่งกระทบกับเจ มาร์ทในสัดส่วนเดียวกัน

**เซเว่นฯขานรับ

แหล่งข่าวจากบริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ผู้จัดการรายวัน" ว่า สำหรับเซเว่น อีเลฟเว่น จำหน่าย ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงิน ทั้ง 3 ระบบ คือ วันทูคอล แฮปปี้ดีพร้อมท์ และออเร้นจ์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตที่ดีมาก เฉลี่ยปีละ 20% ตลอด 5 ปี ที่เซเว่น อีเลฟเว่นได้นำสินค้ากลุ่มนี้มาจำหน่าย และสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ให้แต่ละสาขาสูงถึง 10-15% ของรายได้รวมทั้งหมด

ทางบริษัทเห็นด้วยกับนโยบายควบคุมการตำหน่ายซิมการ์ด และมองว่าเป็นสินค้าที่ไม่น่าจะปล่อยให้จำหน่ายแบบอิสระ ซึ่งจะเป็นผลดีครอบคลุมทุกเรื่องไม่เฉพาะเรื่องการก่อการร้าย เพราะปัจจุบันมีกลุ่มคนที่นำโทรศัพท์มือถือไปประกอบอาชญกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ เรื่องธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ที่ขณะนี้สามารถดำเนินการผ่านโทรศัพท์ทุกระบบได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ามาตรการนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการซื้อซิมการ์ดในร้านสะดวกซื้อ โดยในช่วงแรกลูกค้าจะไม่ได้รับความสะดวกในการซื้อ ต้องเตรียมบัตรประชาชน ต้องกรอกแบบฟอร์มการซื้อ เหมือนในยุคที่การซื้อขายซิมการ์ดก็ต้องใช้หลักฐานต่างๆ แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบในแง่ที่ทำให้ลูกค้าลดการซื้อซิมการ์ดที่ร้านเซเว่นฯ และหันไปซื้อที่อื่นแทน เพราะทุกที่ต้องปฏิบัติเหมือนกัน

**กระทบยอดขายแน่

จากการสำรวจในย่านตลาดจตุจักร ใกล้สถานีรถไฟยะลา ซึ่งเป็นย่านซื้อขายโทรศัพท์มือถือทั้งเครื่องใหม่และเครื่องมือสอง พบว่ายังมีประชาชนมาหาซื้อโทรศัพท์มากเหมือนเดิม เจ้าของร้านบอกว่าผู้บริโภคร้อยละ 80 ยังไม่ทราบว่าจะมีการจัดระเบียบการซื้อซิมการ์ด

นางสาวนิตยา สร้อยแสง เจ้าของร้านทีนโซน บอกว่า เห็นด้วยกับการจัดระเบียบ เป็นสิ่งที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายคือ ผู้ซื้อผู้ขายได้สบายใจ เพราะโดยปกติผู้ขายต่างสนใจในเรื่องของการค้าขายมากกว่าที่จะขอทราบถึงวัตถุของการนำไปใช้และที่สำคัญผู้ขายไม่มีสิทธิที่จะถามว่าซื้อแล้วเอาไปทำอะไร การจัดระเบียบสามารถแก้ไขปัญหาความมั่นคงได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ต้องจัดระเบียบทั่วประเทศ ไม่ใช่จัดเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เพราะผู้บริโภคสามารถที่ไปหาซื้อที่ไหนก็ได้

นางสาวทิพรัตน์ เตียเจริญ รักษาการหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ บริษัท บุญชัยธุรกิจ จำกัด ตัวแทนจำหน่วยโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์และซิมการ์ดทั้งปลีกและส่งรายใหญ่และยังเป็นเจ้าของร้านเทเลวิซ 4 แห่งใน จ.สงขลา กล่าวว่า การลงทะเบียนผู้ซื้อซิมการ์ด จะส่งผลต่อยอดขายซิมการ์ดใน จ.สงขลาแน่นอน แต่จะส่งผลดีในระยะยาว เพราะจะสามารถจัดระบบการใช้บริการของกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสมได้

"บางครั้งลูกค้าก็ต้องการให้ข้อมูลเป็นความลับ จึงเลือกใช้ซิมการ์ดแบบเติมเงินมากกว่าการจดทะเบียนที่ยุ่งยาก ลูกค้าที่เป็นวัยรุ่น นักเรียนและนักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ อาจได้รับผลกระทบ เพราะบางคนอาจจะยังไม่มีบัตรประชาชน"

นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าจำนวนมากที่นิยมซื้อโทรศัพท์ 2 เลขหมาย และต่างระบบกัน เพื่อเลือกใช้โปรโมชั่นที่ถูกและใช้สะดวก ซึ่งการจดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือก็จะสร้างความยุ่งยากและสร้างข้อผูกมัดให้กับลูกค้ากลุ่มนี้จนอาจจะเลิกใช้ หรือให้คนอื่นไปใช้ต่อไปเลยก็ได้

**"สิริชัย"เชื่อช่วยแกะรอยได้

พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ ผู้อำนวยการกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) กล่าวถึงมาตรการการควบคุมการใช้ซิมการ์ดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า จะเป็นการช่วยเจ้าหน้าที่ในการติดตามร่องรอยของคนร้ายและทำให้การควบคุมดูแลเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ คนร้ายใช้การจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ เมื่อมีการควบคุมอย่างรัดกุมขึ้น คิดว่าน่าจะเป็นหนทางที่ดีในการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้

**นายกฯให้หาจุดพอดี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ตอนเช้าวานนี้ว่า ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 12 เมษายนที่ผ่านมาว่า ได้ให้กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปคุยกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ดูว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ในการจัดระเบียบควบคุมซิมการ์ด เพราะกระทรวงไอซีทีไม่สามารถออกกติกาเองได้ และไม่ต้องการให้ระบบการบริหารการซื้อขายไม่คล่อง แต่ไม่ใช่คล่องจนไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปได้ เมื่อมีกรณีที่เป็นเรื่องความมั่นคง ซึ่งเรื่องนี้ต้องหาจุดพอดี ความสะดวกของผู้ใช้ยังมีอยู่ ความมั่นคงของชาติก็ไม่เสียหาย

ส่วนจะใช้มาตรการนี้ทั่วประเทศหรือเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ถ้าใช้บางพื้นที่ ก็จะเกิดปัญหาการไปซื้ออีกที่แล้วส่งไปให้ ซึ่งก็จะลำบากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้ซื้อกันง่ายๆ ส่วนใหญ่ซื้อกันแถว จังหวัดยะลา ไกลที่สุดก็ซื้อที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

"หากจะทดลองนำร่องเป็นจุดๆ ไปก่อน ก็อาจเป็นไปได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ กทช.และกระทรวงไอซีทีจะคุยกับองค์การโทรศัพท์เพื่อดูความเหมาะสมในความเป็นไปได้"

พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการจดทะเบียนซิมการ์ดของผู้ซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งจะให้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำบันทึกเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเ พื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจนขึ้น

พล.ต.อ.ชิดชัยกล่าวว่า การหารือในวันนี้ได้ออกมาตรการออกมา 2 แบบ ซึ่งความจริงอยากทำทั้งประเทศ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องที่ลำบากอะไร ส่วนที่เสนอนายกฯนั้นจะเป็นมาตรการแบบเดียว มาตรการนี้คงจะสามารถควบคุมการก่อเหตุรุนแรงได้บางส่วน ต้องใช้มาตรการอื่นประกอบด้วย

พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า การควบคุมซิมการ์ด ทางการไม่ได้เอาอะไรมาก เพียงแต่ขอทราบว่าใครเป็นคนซื้อ และไม่ได้ไปแอบฟังโทรศัพท์ใครด้วย ส่วนการที่ทางผู้ประกอบการออกมาแสดงความเห็น ก็เป็นธรรมดาที่พวกพ่อค้าต้องอยากได้กำไร และการควบคุมต้องคุมทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่ 3 จังหวัด

**กก.สมานฉันท์ชี้ละเมิดสิทธิด้านมนุษยชน

นายอัฮหมัด สมบูรณ์บัวหลวง นักวิชาการด้านสันติวิธีและหนึ่งในคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ กล่าวว่า การใช้มาตรการดังกล่าว ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่รัฐบาลพยายามกำหนดและใช้กฎหมายบังคับประชาชน ถือว่าไม่เป็นการเคารพสิทธิด้านมนุษยชนด้วย เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้โทรศัพท์ การจัดระเบียบในเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องไร้สาระ และคิดว่าคงไม่สามารถแก้ไขความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us