ชั้นบนสุดของอาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทร สถานที่ที่ชัยเพิ่งย้ายเข้ามาใช้เป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของกรุงเทพประกันภัยได้ประมาณ
1 ปีเศษ มีห้องห้องหนึ่งถูกสร้างเป็นโถงกว้าง อยู่ภายในบริเวณที่เป็นโดมหลังคา
ทำให้ห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง
ชัยกำลังตกแต่งห้องนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จะแสดงงานศิลปะ และของเก่า
ที่เขาใช้เวลากว่า 30 ปี สะสมเอาไว้ จำนวนประมาณ 570 ชิ้น
วัตถุประสงค์ของเขา เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจศึกษาเรื่องราวของโบราณวัตถุ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานเครื่องปั้นดินเผาในยุคสุโขทัย และเครื่องสังคโลก โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาได้เข้ามาชม
"ของเก่าพวกนี้ถ้ามี แล้วเก็บไว้ไม่ให้ใครดู มันก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าคุณค่าของมันเป็นอย่างไร"
ชัยให้เหตุผล
นอกจากของเก่ายุคสุโขทัยเหล่านี้ ที่จะถูกนำมาตั้งแสดงไว้ในห้องพิพิธภัณฑ์แล้ว
ในบริเวณห้องโถง ผนัง และมุมห้องตามชั้นต่างๆ ที่ถูกใช้เป็นสำนักงานของกรุงเทพประกันภัย
รวมถึงที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชัยยังนำภาพวาด และงานศิลปะประเภทต่างๆ เช่น
งานปั้น งานแกะสลัก ซึ่งเป็นงานในยุคหลังนำไปตั้งแสดงไว้
ชัยเริ่มสนใจศึกษางานศิลปะและของเก่าตั้งแต่สมัยยังเรียนระดับมหาวิทยาลัย
และศึกษาอย่างจริงจัง หลังเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้ประมาณ 4-5 ปี
เขาเริ่มซื้องานชิ้นแรกในช่วงนี้ ซึ่งเขาเองก็บอกว่าจำไม่ได้แล้วว่าเป็นงานชิ้นไหน
"ช่วง 10 ปีแรก ก็เริ่มซื้อบ้าง แต่มาซื้อมากที่สุด ก็ประมาณ 20 ปีก่อน"
เมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อน ได้มีการค้นพบแหล่งโบราณวัตถุยุคสุโขทัยที่จังหวัดตาก
ในตอนแรกมีนายหน้านำสินค้ามาเสนอขายให้กับชัย แต่เขาดูแล้วไม่มั่นใจว่าเป็นของจริง
"เพราะมันสวยเกินไป"
เขาจึงส่งคนของเขาไปดูยังแหล่งที่ขุดพบด้วยตนเอง
ของเก่าเหล่านี้ เป็นถ้วย จาน ชามสังคโลก และสุโขทัย ถูกพบว่าถูกฝังกลบไว้ในดิน
ในช่วงแรกที่มีการขุดพบมีการสันนิษฐานมูลเหตุไว้หลายกรณี บางทฤษฎีก็ว่าน่าจะเป็นสถานที่ฝังศพของคนระดับเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในยุคนั้น
และบางทฤษฎีก็ว่า อาจจะเป็นคลังสินค้า หรือแหล่งที่พักสินค้า ก่อนที่จะถูกลำเลียงส่งไปขายยังต่างแดน
เพราะในแหล่งที่พบอยู่บนเส้นทางเดินทางของสินค้าที่จะลำเลียงผ่านออกไปขึ้นเรือ
ในท่าเรือของพม่า
แต่ชัยมองว่าน่าจะเป็นการฝังเพื่อนำสินค้าไปซ่อนไว้ เนื่องจากขบวนขนส่งสินค้า
อาจถูกโจรปล้นระหว่างเดินทาง
"เราดูจากสภาพแวดล้อมต่างๆ แล้วก็คิดดูว่าทำไมต้องฝังสินค้าไว้ในดิน ถ้าเราศึกษาดูก็จะรู้ว่าสมัยนั้น
มีการปล้นกันมาก ทั้งปล้นสินค้า ปล้นเอาคนไปเป็นทาส หรือปล้นเอาช่างฝีมือเพื่อเอาไว้ใช้งาน
คราวนี้เมื่อขบวนสินค้ารู้ว่าจะถูกปล้น ก็เลยเอาสินค้าพวกนี้ไปฝังซ่อนไว้
แล้วภายหลังอาจจะเป็นเพราะถูกจับตัวไป หรือถ้าไม่ถูกจับ ก็จำไม่ได้ว่าฝังของไว้ตรงไหน
ของพวกนี้ก็เลยอยู่ที่นี่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา"
และเมื่อส่งคนไปดูแล้ว ก็พบว่าสินค้าหลายชิ้น ถูกนักลงทุนชาวญี่ปุ่นกว้านซื้อออกไปก่อนแล้วเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะของที่มีคุณภาพ มีความสวย และอยู่ในสภาพสมบูรณ์
"พวกญี่ปุ่นเขาให้ความสำคัญกับของเหล่านี้ ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศของเขาหลายแห่ง
มีวัตถุโบราณที่สวยและอยู่ในสภาพดี เป็นจำนวนมากกว่าในเมืองไทยเสียอีก"
นอกจากพวกจานชามยุคสุโขทัย และเครื่องสังคโลกแล้ว ชัยยังสะสมงานเครื่องปั้นดินเผาจากจีน
งานแกะสลักหินแกรนิตของเขมร งานปั้นของช่างอินเดีย รวมถึงงานแกะสลักไม้จากพม่า
แต่ของพวกนี้เมื่อเทียบสัดส่วนดูแล้ว มีน้อยกว่างานจานชามยุคสุโขทัย
"ปัญหาของเก่าของไทยคือเราไม่มีการบันทึกไว้ว่าของแต่ละชิ้นทำกันที่ไหน
และทำในยุคอะไร ต่างจากของจีน อย่างตอนที่ไปพบซากเรือล่มที่พัทยา เมื่อเอาของมาดูแล้วรู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นของที่ทำในยุคไหน
ทำที่ไหน เรือที่ขนมาชื่อเรืออะไร และจะนำของไปส่งที่ไหน เพราะเขาบันทึกไว้หมด"
หากไม่นับความชอบเป็นการส่วนตัว เมื่อมองในแง่ของความเป็นนักธุรกิจแล้ว
ชัยบอกว่าการสะสมงานศิลปะ และของเก่าของเขา ก็ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง
และของที่สะสมไว้แต่ละชิ้น มีการแยกกันอย่างชัดเจนว่าชิ้นไหนเป็นสมบัติส่วนตัว
และชิ้นไหนเป็นสมบัติของบริษัทกรุงเทพประกันภัย
แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ชัยบอกว่าเขาซื้อของเข้ามาน้อยมาก
เหตุผลก็เพราะว่าไม่มีสินค้าซึ่งเป็นวัตถุโบราณชิ้นใหม่ๆ ออกมาในตลาด เพราะของที่มีคุณภาพ
ก็ถูกนักสะสมของเก่าซื้อไปเก็บไว้หมด