ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์-จยย.ไทย "เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ" ก้าวสู่ตลาดโลก เตรียมคว้ายอดสั่งซื้อตรงจากอเมริกาและยุโรป หลังรถยนต์ค่ายยักษ์ 1 ใน 3 กลุ่มบิ๊กทรีเมืองลุงแซม และผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ของยุโรป ลัดฟ้ามาเจรจาเบื้องต้นราบรื่น ประกาศทุ่ม 200 ล้านบาท ติดตั้งเครื่องจักรรองรับการเติบโตของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ในกลุ่มเคพีเอ็นฯ มั่นใจปีนี้รายได้พุ่ง 2,500 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 40%
นายกฤษณ์ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหาร หรือซีอีโอ บริษัท เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ จำกัด(มหาชน) หรือ KPN ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า หลังจากเคพีเอ็นฯ ได้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีเงินทุนจากการเปิดขายประชาชนครั้งแรก (IPO) กว่า 400 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ประมาณ 200 ล้านบาท จะนำไปลงทุนติดตั้งเครื่องจักรใหม่ เพื่อรองรับการขยายตลาดที่เพิ่มขึ้น
"เคพีเอ็นฯ มีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะสามารถเปิดตลาดใหม่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้ ทำให้เราเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยเพียงไม่กี่ราย ที่มีคู่ค้าเป็นทั้งผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่หลักๆ ของโลก ดังนั้นจึงเชื่อว่าผบประกอบการของเคพีเอ็นฯ ในอนาคตจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หรือมีรายได้กว่า 2,500 ล้านบาท"
อย่างไรก็ตาม เคพีเอ็นฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการขยายตัวของยอดการผลิตมากนัก แต่สิ่งที่มุ่งเน้นคือ จำนวนตัวเลขของผลกำไรมากกว่า ดังนั้นนโยบายการดำเนินงานของเคพีเอ็นฯ จึงมุ่งหาคู่ค้าที่เห็นศักยภาพในการผลิตของเคพีเอ็นฯ และมีความเป็นธรรมทางการค้าแก่กัน โดยจะไม่พยายามพึ่งบริษัทรถยนต์เพียงไม่กี่รายเหมือนผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่นๆ เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงในการถูกบีบเรื่องราคา เป้าหมายของเคพีเอ็นฯ จึงเน้นไปที่การหาคู่ค้าที่เป็นบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ ที่มีบทบาทสำคัญต่อรถยนต์ทุกยี่ห้อทั่วโลกมากกว่า
นายณัฐวุฒิ เภาโบรมย์ ประธานกรรมการปฏิบัติการ หรือซีโอโอ บริษัท เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเคพีเอ็นฯ มีคู่ค้าที่เป็นบริษัทรถยนต์ อาทิ ฟอร์ด-มาสด้า โตโยต้า นิสสัน และฮอนด้าแล้ว บริษัทชิ้นส่วนรายใหญ่ของโลกเกือบทั้งหมด ล้วนเป็นคู่ค้าของเคพีเอ็นฯ ไม่ว่าจะเป็น ทีอาร์ดับเบิลยู (TRW), วีสทีออน (Visteon), ดานา (DANA) และอีกรายเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับรถยนต์สัญชาติยุโรปเกือบทุกยี่ห้อ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะอยู่ในช่วงเจรจาขั้นตอนสุดท้าย
"ขณะนี้ตลาดยุโรปกำลังเปิดกว้าง เพราะค่าเงินยูโรที่แข็งทำให้ต้นทุนสูงมากขึ้น จึงต้องหันมาหาแหล่งชิ้นส่วนจากภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศไทย ที่นอกจากราคาไม่สูงมากแล้ว คุณภาพสินค้ายังได้มาตรฐานของยุโรป เคพีเอ็นฯ ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเหล็กขึ้นรูปที่ใหญ่ที่สุดในอุตฯ ยานยนต์ของอาเซียน จึงได้รับการติดต่อให้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ส่งไปยังยุโรป และอีกรายเป็นบริษัทรถยนต์ 1 ใน 3 ของกลุ่มบิ๊กทรีในอเมริกา ซึ่งการส่งออกครั้งนี้ทำให้เคพีเอ็นฯ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยไม่กี่รายที่ส่งออกโดยตรงเช่นนี้"
นายวันชัย คหะแก้ว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ ออโตโมทีฟ (มหาชน) กล่าวว่า แผนการลงทุนของกลุ่มเคพีเอ็นฯ เพื่อรองรับการขยายตลาดมากขึ้นในปีนี้ จะใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินทุนที่ได้จากการเปิดขายไอพีโอเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ในจำนวนเงิน 200 ล้านบาท แบ่งเป็นนำไปลงทุนในการซื้อเครื่องทุบชิ้นส่วนเหล็กขึ้นรูป ขนาด 1,600-6,300 ตัน จำนวน 4 เครื่อง มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันเคพีเอ็นฯ มีเครื่องทุบขึ้นรูปขนาดสูงสุดเพียง 3,000 ตันเท่านั้น ทำให้ต่อไปเคพีเอ็นฯ จะสามารถผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงรถบรรทุกเลยทีเดียว และอีกส่วนหนึ่งประมาณ 70 ล้านบาท จะนำไปลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่ม โดยประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้ จะสามารถเริ่มดำเนินการผลิต และรับรู้ผลประกอบการได้ภายในปีนี้เช่นกัน
สำหรับเงินลงทุนอีกจำนวนหนึ่งประมาณ 50 ล้านบาท จะนำไปซื้อเครื่องจักรในบริษัทย่อย เคพีเอ็น พลาสติก ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็คทรอนิคส์ และทั่วไป โดยแบ่งการลงทุนเป็นซื้อเครื่องฉีดพลาสติกประมาณ 30 ล้านบาท และอีก 20 ล้านบาท ลงทุนในการซื้อทูลลิ่ง หรือโม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และการเพิ่มลูกค้าใหม่ในกลุ่มอิเล็คทรอนิกส์
|