|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
อายิโนะโมะโต๊ะเซลส์ ปรับแผนรุกของเครื่องดื่มชาเขียวเซนชะ อัดงบ 200 ล้านบาท ลุยตลาดปรับทิศขยายช่องทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น ยอมเสียค่าเอนทรานซ์ฟี ค่าเชลฟ์เต็มที่ เพิ่มหน่วยขายกรุงเทพฯมากขึ้น วางแผนแยกหน่วยขายเครื่องดื่มออกมาต่างหากยอมรับการทำตลาดจากนี้ไปเหนื่อยแน่
นายพิเชียร คูสมิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ และนายอรชัย อัจฉรานุกูล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันเปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนที่จะผลักดันสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้มีรายได้ 1 ใน 4 ของรายได้รวมที่มีมากกว่า 13,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันเครื่องดื่มชาเขียวเซนชะมีสัดส่วนประมาณ 5% จากยอดรายได้รวมบริษัทฯ
โดยในปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างน้อย 2 ตัว ซึ่งเป็นตลาดที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ส่วนเครื่องดื่มชาเขียวนั้นคาดว่าในปลายปีนี้จะมีรสชาติใหม่ออกมาอีก 2 รสชาติ เพราะคู่แข่งที่เป็นอันดับหนึ่งและสองต่างก็มีรสชาติ มากสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคมากกว่า
สำหรับผลิตภัณฑ์ชาเขียวเซนชะนั้น ปีนี้บริษัทฯ ได้ปรับแผนงานเป็นการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น เพื่อลบจุดอ่อนที่มีอยู่เพื่อให้สามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้น จากการแข่งขันที่รุนแรงในขณะนี้ โดยมีแนวทางการตลาดที่ไม่ฉาบฉวยและมองในระยะยาวเป็นหลัก
ปัจจุบันตัวเลขจากเอซีนีลสันระบุว่า เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เซนชะมีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย 11% จากช่วง 2 เดือนแรกที่เข้าตลาดเมื่อปี ที่แล้วมีแชร์ 3% อยู่ในอันดับที่ 3 แต่เซนชะมี ส่วนแบ่งที่ภาคเหนือและอีสานประมาณ 19% จากมูลค่าตลาดชาเขียวรวม 3,400 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้วและเติบโตกว่า 200% คาดว่าตลาดรวมปีนี้จะโต 100%
ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มหน่วยขายโดยแยก ออกมาเป็นหน่วยขายเฉพาะเครื่องดื่มเท่านั้นซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา จากปัจจุบันที่รวมเป็นหน่วยขายเดียวกันกับสินค้าทุกตัว ซึ่งมีประมาณ 400 หน่วยทั่วประเทศ จะเสริมทีมกทม.มากขึ้นเพราะเป็นตลาดใหญ่และแข่งขันรุนแรงที่สุด อีกทั้งบริษัทฯยังมีจุดอ่อนทางด้านช่องทางจำหน่ายที่ผ่านโมเดิร์นเทรดไม่ถึง 50% การเพิ่มจุดขายที่เป็นตู้แช่มากขึ้น แต่ไม่ใช่ตู้แช่ของบริษัท ซึ่งบริษัทฯเคยศึกษาจะทำตู้แช่เองซึ่งพบว่าจะมีปัญหาตามหลังมามากจึงยังไม่ตัดสินใจทำ
"ยอมรับว่าการทำตลาดชาเขียวจากนี้ไปมีความยากมากขึ้น เพราะคู่แข่งมากขึ้น แต่ละรายใช้งบประมาณการตลาดมาก แต่ผมเชื่อว่ายังคง มีช่องว่างให้ทำตลาดอีกเหมือนกัน เราต้องมองคู่แข่งด้วยว่าเป็นอย่างไร คงต้องมีการปรับแผนบ้าง"
ปีนี้บริษัทจะทุ่มงบการตลาดประมาณ 10% จากยอดขายรวม หรือประมาณมากกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเน้นการสร้างแบรนด์ การรุกหนักช่องทางโมเดิร์นเทรดไม่ว่าจะเป็นการยอมจ่ายค่าเอนทรานซ์ฟี ค่าวางเชลฟ์ในตำหน่งที่ดี เพราะยังขาดจุดนี้มาก ทุกวันนี้สินค้าไปอยู่ในมุมที่ไม่ค่อยดี รวมถึงการแยกงบประมาณแบ่งเป็น บีโลว์เดอะไลน์ 40% และอะโบฟเดอะไลน์ 60% ล่าสุดออกหนังโฆษณาชุดใหม่โดยมีน้องวิว เยาวภา บุรพลชัย เป็นพรีเซ็นเตอร์เหมือนเดิม
"เราคงไม่ทุ่มงบประมาณมาจัดชิงโชคอะไรมาก เพราะเป็นเพียงการทำแบบฉาบฉวย ยิ่งถ้าเราไปทำตามรายใหญ่ที่ทำอยู่ก่อนแล้วผลดีก็จะตกอยู่กับผู้นำตลาดทั้งหมด แต่เราจะเน้นสร้างแบรนด์ และนำเงินเหล่านั้นมาสร้างคุณภาพของสินค้ามากกว่า เช่น ล่าสุด ลงทุนติดตั้งเครื่องจักรที่ผนึก ซีลพลาสติกบนฝาขวดเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค"
ทางด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดก็จะมีต่อเนื่องหยุดไม่ได้ เช่น การร่วมสนับสนุนพัทยาอินเตอร์เนชันแนล มิวสิกเฟสติวัล 2005 ที่พัทยา, ร่วมกับสถานีวิทยุต่างๆจัดกิจกรรมหลายแบบ
ล่าสุดได้เปิดตัวรสชาติใหม่ เซนชะ ซากุระอย่างเป็นทางการ และเริ่มกระจายสินค้าสู่ช่องทางต่างๆแล้ว หลังจากที่เริ่มทดลองมาเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์กับร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ได้รับผลตอบรับที่ดี โดยคาดว่ารสซากุระนี้จะสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 20% จากปัจจุบันรสชาติ ยูสุฮันนี้มีสัดส่วน 60% และรสชาติออริจินัลมีสัดส่วน 40%
|
|
 |
|
|