|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"วิชัย ทองแตง" ยกทีมลาออกจากปุ๋ยเอ็นเอฟซี หลัง "นัฐภพ" คู่กัด "ดิเรก" กวาดหุ้นได้ 50% เปิดทางหุ้นใหญ่ฟอร์มทีมบริหารใหม่ ปฏิเสธปัญหาขัดแย้ง ยันแผนเดิมนำหุ้นเข้าเทรดปลายปี 48
วานนี้ (29 มี.ค.) นางบงกช รัศมีไพศาล ผู้อำนวยการสำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ NFC ได้แจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า กรรมการบริษัทได้ขอลาออก ได้แก่ นายวิชัย ทองแตง ลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานกรรมการ นายชวลิต สาลีผล ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบ, นายดิเรก ฉัตรพิมลกุล ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ, นายอุทัย สกุลครู ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2548 ซึ่งคณะกรรมการจะดำเนินการคัดสรรและแต่งตั้งกรรมการทดแทนต่อไป
นายวิชัย ทองแตง ผู้ถือหุ้นบริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การตัดสินใจลาออกของคณะกรรมการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากนายนัฐภพ รัตนสุวรรณทวี ปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เข้าซื้อหุ้น NFC จากผู้ถือหุ้นบางรายที่มีความจำเป็นต้องขายหุ้นออก ส่งผลให้นายนัฐภพเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน NFC เกิน 50% โดยประมาณ จากที่ก่อนหน้านี้กลุ่มนายนัฐภพ และกลุ่มนายดิเรกมีสัดส่วนการถือหุ้นใกล้เคียงกัน
เมื่อกลุ่มนายนัฐภพเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยมารยาทในการบริหารธุรกิจแล้วคณะกรรมการต้องเปิดทางให้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ได้มีการฟอร์มทีมบริหารขึ้นมาใหม่
นายวิชัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังคงถือหุ้นใน NFC อยู่ประมาณ 8% โดยเป็นการลงทุนในระยะยาว ซึ่งการลาออกครั้งนี้ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากต้องการเปิดทางให้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ได้มีโอกาสบริหารงานได้เต็มที่
"ยืนยันว่าการลาออกไม่ได้มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น หรือมีความขัดแย้งกัน ส่วนก่อนหน้านี้ผมได้เข้ามาเป็นประธานกรรมการก็เพราะทั้งกลุ่มนายนัฐภพและนายดิเรกอยากให้มีคนกลางเข้ามา ซึ่งครั้งนั้นก็ไม่ใช่ว่าทั้งสองกลุ่มจะขัดแย้งกันเพียงแค่มีความเห็นในการบริหารงานไม่ตรงกันเท่านั้น และที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร มีการเข้าใจกันดีแล้ว"
นายวิชัย กล่าวต่อไปว่า การลาออกครั้งนี้คงไม่กระทบต่อแผนการดำเนินงานของบริษัทที่วางโดยแผนเดิมกำหนดที่จะนำหุ้นกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ในปลายปี 2548 นี้ โดยในส่วนที่มีการปรับโครงสร้างทางการเงินเพิ่มทุนและการ ออก ใบสำคัญแสดงสิทธิ์หรือวอร์แรนต์ก็ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่มีผลกระทบหรือมีปัญหาอะไรแล้ว
|
|
 |
|
|