Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 พฤษภาคม 2545
ศูนย์กสิกรไทยวิจัยดอกเบี้ยไทยต้องต่ำอ้างปัจจัยศก.สหรัฐฯ             
 


   
search resources

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, บจก.
Interest Rate




ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหยิบยกความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยเฟดสะท้อนคำถามว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นไม่จริง เชื่อมโยงนโยบายดอกเบี้ยต่ำในไทยควรดำเนินต่อเพื่อประคองการใช้จ่ายภายในประเทศต่อ

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้วิเคราะห์เรื่อง"ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกา... เอื้อต่อนโยบายดอกเบี้ยต่ำของธปท."ว่าในวันที่ 7 พฤษภาคม ธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed)

จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Federal Market Committee : FOMC) เพื่อกำหนด ทิศทางนโยบายการเงินและระดับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งผลของการประชุม FOMC

ในครั้งก่อนเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา Fed มีมติอัตราดอกเบี้ย fed funds ไว้ที่ระดับเดิมคือ 1.75% ขณะในช่วงเดือนมีนาคมนั้น ตลาดมีความ

คาดหวังถึงการฟี้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ

รวมถึงนักวิเคราะห์บางส่วนยังเชื่อว่า fed อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย fed funds วันที่ 7 พฤษภาคมนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การคาดหมายของตลาดต่อการฟื้นตัวของสหรัฐฯ ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากตลาดมองว่าแม้เศรษฐกิจสหรัฐฯจะฟื้นตัวขึ้นได้

แต่อาจจะไม่แข็งแกร่งหรือร้อนแรงอย่างที่ได้เคยคาดกันไว้แต่เดิม ดังนั้นสำหรับการประชุม FOMC ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ตลาดจึงคาดว่า fed น่าจะยังให้คงอัตราดอกเบี้ย fed funds

ไว้ที่ระดับเดิมต่อไป ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประมาณการฟื้นต้วทางเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย fed funds ของสหรัฐฯ พร้อมทั้งผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจไทยไว้ดังต่อไปนี้

คำถามเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้น?

ในช่วงที่ผ่านมา ความคิดเห็นหรือการคาดการณ์เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed) เริ่มที่จะเปลี่ยน แปลงไป โดยจากเดิมที่คาดกันว่า Fed

อาจจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย fed funds ตั้งแต่ไตรมาสที่สอง(หลังจากที่ให้คงอัตราดอกเบี้ย fed funds ไว้ที่ระดับ 1.75% มาตั้งแต่ปลายปี 2544)

เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงไตรมาสแรกทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯอาจจะฟื้นตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในปีนี้

สอดคล้องกับการประกาศตัวเลขผลิต-ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ไตรมาสแรกที่ขยายตัวถึง 5.8% จากการขยายตัวของ การลงทุนในสินค้าคงคลังของภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม

การคาดการณ์เปลี่ยนไปเป็นว่า Fed อาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ย fed funds ไว้ที่ระดับเดิมในการประชุม FOMC ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ และต่อเนื่องไปถึงการประชุมวันที่ 25-26 มิถุนายนด้วย

เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯแสดงถึงสัญญาณการฟื้นตัวที่ค่อนข้างจำกัด ดังจะเห็นได้จากการปรับตัวลดลงของตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ( Comsumer Confidence),

ดัชนีกิจกรรมการผลิต( Institute for Supply Management: ISM ) ในเดือนเมษายน และการร่วงลงของดัชนีหุ้นดาวโจนส์และแนสแดค ในช่วงปลายเดือนเมษายน รวมไปถึงการปรับตัว

ขึ้นมากกว่าที่คาดของอัตราการว่างงานในเดือนเมษายน โดยขึ้นไปถึงระดับ 6% จาก 5.7% ในเดือนมีนาคมก่อนหน้า

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed ผ่านการพิจารณาตัวแปรสำคัญทางเศรษฐกิจต่างๆ ดังนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯจะมีอัตราเติบโตที่ชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี 2545หลังจากที่ขยายตัวถึง 5.8% ในไตรมาสแรก

เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทสหรัฐที่ยังอ่อนแออยู่โดยคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตังประมาณ 3.0% ในไตรมาส ที่สอง และ 2.5% ในไตรมาสที่สามและสี่

ซึ่งจะทำให้มีการขยายตัวทั้งปีที่ประมาณ 2.0%-2.5% และอาจเพิ่มขึ้นเป็น3.0%-3.5% ในปี 2546 ทั้งนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า 3.5% เชื่อว่าจะไม่สามารถทำให้อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงได้

อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ : คาดว่ายังคงมีค่าเฉลี่ยในปี 2545 ที่ประมาณ 5.8%-5.9% และคงทรงตัวที่ระดับ 5.8% ในปี2546

โดยเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐฯคงจะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะที่ระดับอัตราการว่างงานยังแสดง ถึงภาวะทดทอยทางเศรษฐกิจอยู่

อัตราเงินเฟ้อ : คาดว่าคงจะมีค่าเฉลี่ยประมาณ 1.2%-1.5% ในปี 2545นี้ ก่อนที่จะได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2.0% ในปี 2546

แต่ก็ยังถือว่าเป็นระดับอัตราเงินเฟ้อที่ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับแรงกดดันมากจนกระทั่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย (เชื่อกันว่าอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 3.0%

ขึ้นไป เป็นระดับที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี2543)

"การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็ถือเป็นปัจจัยลบต่อความสามารถทางการแข่งขันและการ ส่งออกของไทย ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งออกไตรมาสแรกของไทยยังคงมีการขยายตัวที่ติดลบอยู่ประมาณ 6.3%

ซึ่งทำให้ในไตรมาสที่เหลือของ ปีนี้ ตัวเลขการส่งออกต้องมีการขยายตัวค่อนข้าง มาก จึงจะได้ตามเป้าหมาย 5.0% ของทางการไทย"

การที่เศรษฐกิจสหรัฐฯไม่ฟื้นตัวขึ้นอย่างร้อนแรงอย่างที่คาดการณ์ไว้แต่เดิม อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกของไทย

และทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงต้องพึ่งพาการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะการใช้จ่ายและการลงทุนของภาคเอกชน ดังเช่นที่ผ่านมาไตรมาสแรก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่องของทางการไทย ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่

ในการที่จะช่วยประคับประคองการใช้จ่ายภายในประเทศให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำหรับการฟื้นตัวขึ้นของเศรษฐกิจไทย ในยามที่ภาคการส่งออกยังคงมีความไม่แน่นอน รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐบาล

ยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องปัญหาหนี้สาธารณะ

สรุป ศูนย์วิจัยกสิรไทย คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed) น่าจะยังคงให้อัตราดอกเบี้ย fed funds ไว้ที่ 1.75% ต่อไปในการประชุม FOMC ที่มีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้

เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ยังคงมีคำถามอยู่ โดยคาดว่า Fed อาจตรึงอัตราดอกเบี้ย fed funds ไว้ที่ 1.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้

หรือหากมีการพิจารณาปรับขึ้นก็คงจะเป็นการปรับขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี โดยอัตรา ดอกเบี้ย fed funds คงจะไม่ขึ้นไม่เกิน 2.0% ณ ปลายปี 2545 ดังนั้น จึงคาดว่าอัตราดอกเบี้ย fed funds "ณ

ปลายปี 2545 คงจะอยู่ที่ประมาณ 1.75%-2.0% และประมาณ 2.75%-3.5% ณ ปลาย ปี 2546

สำหรับผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจไทยนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า แนวโน้มดังกล่าวของอัตราดอกเบี้ย fed funds น่าจะเป็นสิ่งที่

เอื้อต่อการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย โดย ธปท.คงจะไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันในเรื่องความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย และกระแสเงินทุนไหลออกมากนัก

ขณะที่นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่องของไทย น่าจะช่วยประคับประคองการใช้จ่ายภายในประเทศ ที่ถือเป็นปัจจัยสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ในยามที่ภาคการส่งออกยังคงมีความไม่แน่นอน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us