|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ปูนใหญ่" ชี้น้ำมันดีเซลขยับขึ้นยังไม่ส่งผลชัด แต่ขอประเมินผลกระทบอีก 1-2 เดือน คาดกลางปีปรับราคาตามภาวะต้นทุนที่แท้จริง ส่วนดีลเลอร์รับเต็มๆ เหตุต้องจ่ายค่าขนส่งเอง พร้อมแจงข่าวลาออกแค่โคมลอย ระบุไม่มีแผนลาเก้าอี้ในปีนี้แน่
นายชุมพล ณ ลำเลียง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีกราคาลิตรละ 3 บาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการว่าต้องมีการขยับราคาสินค้าของกลุ่มขึ้นหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ส่งผลชัดเจน คาดว่าจะใช้เวลาดูผลกระทบอีก 1-2 เดือน ซึ่งหากมีการขยับราคาน้ำมันดีเซลอีกรอบก็ต้องมีการขยับราคาขึ้นในช่วงกลางปีนี้
สำหรับกระแสข่าวการลาออกนั้น นายชุมพลกล่าวว่า เป็นเพียงข่าวโคมลอยเท่านั้น ซึ่งตนยังไม่มีแผนที่จะลาออกแต่อย่างใด ซึ่งไม่ปฏิเสธว่าจะออกจากตำแหน่งเพราะอายุมากแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคงไม่ใช่ในปีนี้อย่างแน่นอน
นายปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบาย ปรับราคาปูนซีเมนต์ขึ้น เพราะราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นกระทบในส่วนของค่าขนส่งเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังไม่ส่งกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งหากค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ่านหินก็อาจจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตได้ โดยที่ผ่านมาราคาถ่านหินได้เพิ่มขึ้นมาเกือบเท่าตัว แต่บริษัทยังคงควบคุมต้นทุนการผลิตได้ นอกจากนี้ บริษัทยังไม่ได้แบกรับต้นทุนเรื่องค่าขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันอย่างเต็มที่ แต่ผู้ที่รับภาระจะเป็นตัวแทนจำหน่าย (เอเยนต์) ที่ต้องมารับสินค้าจากหน้าโรงงานเอง
ปัจจุบันนี้ ราคาปูนเสือและปูนช้างเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 2 บาท หรือราคา 1,900 บาทต่อตัน ราคาดังกล่าวจะขึ้นลงบ้างในบางช่วง แต่ยังคงอยู่ในระดับนี้มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ในขณะที่เพดานราคาปูนซีเมนต์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดอยู่ที่ระดับ 1,958 บาทต่อตัน ดังนั้นยังสามารถขยับราคาได้อีกเล็กน้อย แต่หากราคาต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่เป็นอยู่ก็จะต้องขอกระทรวงพาณิชย์ขยับราคาขึ้นไปอีก
สำหรับกำลังการผลิตปูนซีเมนต์รวมในประเทศปีที่ผ่านมามีปริมาณ 53 ล้านตัน แบ่งเป็นผลิตเพื่อใช้ในประเทศ 28 ล้านตัน ส่งออก 10-12 ล้านตัน ส่วนที่เหลือเป็นกำลังผลิตส่วนเกิน ขณะที่ปูนซิเมนต์ไทยมีกำลังการผลิตเต็มกำลังการผลิต 23 ล้านตัน แต่ปัจจุบันใช้เพียง 75% ของกำลังการผลิตรวม โดยมีส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 40%
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบริษัทยังให้ส่วนลดสินค้ากับตัวแทนจำหน่ายเหมือนเดิมคือประมาณ 50-100 บาทต่อตัน ตามภาวะการแข่งขันของแต่ละพื้นที่และสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในช่วงหน้าแล้งปริมาณการใช้งานปูนซีเมนต์จะมีมาก การแข่งขันน้อย จึงไม่จำเป็นต้องให้ส่วนลดมาก ส่วนในช่วงหน้าฝน เป็นระยะที่มีการแข่งขันรุนแรง ทำให้บริษัทต้องให้ส่วนลดแก่เอเยนต์มากขึ้น แต่คณะกรรมการสินเชื่อของบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้ส่วนลดเท่าใด โดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป
ล่าสุด บริษัทได้จัดโครงการ "ปูนเสือ สู้ภัยแล้ง" โดยให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทเข้าสอนวิธีปั้นโอ่งซีเมนต์ให้แก่ชาวบ้านผู้เดือดร้อน พร้อมสนับสนุนซีเมนต์และวัสดุอุปกรณ์สำหรับปั้นโอ่ง จำนวน 3,000 ใบ แก่ 3,000 ครอบครัว รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการในการคัดเลือกผู้ที่ได้รับความ เดือดร้อนจากภัยแล้งจริง
ในเบื้องต้นจะทำการแจกกระจายไปยัง 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ขอนแก่น นครราชสีมา และหนองคาย จังหวัดละ 1,000 ใบ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้ประชาชนสามารถเก็บกักน้ำได้ นอกจากนี้ หากปัญหาภัยแล้งยังมีอยู่ต่อเนื่องบริษัทก็จะทำการขยายการช่วยเหลือต่อไป
|
|
 |
|
|