|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บลจ.ไอเอ็นจี ชี้ธุรกิจกองทุนรวมแข่งดุ ผู้ประกอบการต่างเข็นกองทุนออกมาประชันโดยเฉพาะตราสารหนี้ ส่วนลูกค้าทำใจรูปแบบกองทุนคล้ายกันทางเลือกในการลงทุนลดลง ขณะที่ตัวสินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการของกองทุนส่งผลผู้ออกตราสารบีบดอกเบี้ยต่ำได้ ย้ำนโยบายลงทุนไตรมาส 2 ไม่เปลี่ยนแปลงเน้นลงทุนอย่างระมัดระวัง ระบุกองทุนหุ้นจะมีให้เห็นมากขึ้นเพราะปัจจัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง เผยพอร์ตสินทรัพย์รวมเดือนมีนาคมสูงถึง 21,160.34 ล้านบาท
นายมาริษ ท่าราบ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การแข่งขันของธุรกิจกองทุนรวมในไตรมาส 2 เชื่อว่ายังคงเข้มข้นเหมือนไตรมาสแรกที่ผ่านมา แต่ตัวรูปแบบสินค้าหรือประเภทของกองทุนกลับมีให้เลือกน้อยลง เพราะบริษัทจัดการแต่ละแห่งจะออกกองทุนในรูปแบบที่คล้ายกันหมดคือ เน้นไปที่กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ทำให้โอกาสในการเลือกของนักลงทุนมีน้อย
ทั้งนี้ การที่บลจ.หลายแห่งต่างออกกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นกันหมดนั้นทำให้ซัปพลายของตราสารหนี้ระยะสั้นมีน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการ ดังนั้นการที่ความต้องการมากทำให้ผู้ออกตราสารสามารถกดดอกเบี้ยให้ต่ำลงได้ ซึ่งเมื่อเทียบกับต้นปีแล้วดอกเบี้ยที่ได้รับ ณ ปัจจุบันถือว่าไม่สูงนัก แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะดีมานด์มีมากกว่าซัปพลาย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทหลายแห่งทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างหันมาออกตั๋ว B/E มากขึ้นเพราะสะดวกที่ไม่ต้องจัดอันดับเครดิตและประหยัดต้นทุน ซึ่งทาง บลจ.ก็ตอบรับด้วยการออกกองทุนระยะสั้นมากขึ้น แต่สำหรับตั๋ว B/E ถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง คือผู้ออกตั๋วจะสามารถชำระคืนเงินต้น ได้ตามกำหนดสัญญาหรือไม่ ซึ่งเหมือนหุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน แต่ในแง่ผลตอบแทนถือว่าให้ค่อนข้างคุ้มค่า
นายมาริษกล่าวอีกว่า สำหรับไอเอ็นจีการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นอย่างตั๋ว B/E ที่ไม่มีการจัดเรตติ้งให้นั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะในส่วนของบริษัทจะมีกระบวนการและวิธีพิจารณาเครดิตของบริษัทที่ออกตั๋ว B/E ซึ่งรูปแบบการพิจารณาดังกล่าวก็เป็นแบบฉบับของบริษัทเอง ทั้งการดูเรื่องความแข็งแกร่งของบริษัทฐานะการเงินเป็นอย่างไร
โดยนโยบายการลงทุนในไตรมาส 2 ของบริษัท ก็ยังไม่ต่างจากเดิมมากนัก ไอเอ็นจียังคงเน้นการลงทุนอย่างระมัดระวัง ทั้งในส่วนของการลงทุนในตลาดหุ้น หรือการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ก็ตาม ซึ่งก่อนการลงทุนบริษัทจะมีการทำอันดับเรตติ้งให้กับหลักทรัพย์เอง หากน่าสนใจและเห็นว่าดีก็จะลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าว
ทั้งนี้แนวโน้มการแข่งขันของธุรกิจจัดการกองทุนในไตรมาส 2 นั้น บริษัทจัดการลงทุนหลายแห่งน่าจะออกกองทุนหุ้นมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้ม และปัจจัยบวกทางด้านการเมือง โครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐที่จะเป็นตัวหนุนเศรษฐกิจให้มีการขยายตัว ซึ่งตลาดหุ้นน่าจะได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้โดยตรง
ส่วนความผันผวนของตลาดหุ้นที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เป็นผลมาจากในช่วงที่ผ่านมาดัชนีขึ้นแรงจึงทำให้นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรในระยะสั้น ส่วนในระยะยาวเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าลงทุนแม้จะมีความเสี่ยงสูงก็ตาม
นายมาริษกล่าวอีกว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ทางกลุ่มไอเอ็นจีได้เดินทางมาเยือนธุรกิจในเครือนั้นเพื่อยืนยันการสนับสนุนการลงทุนในประเทศไทย โดยยอมรับว่ากลุ่มไอเอ็นจีได้ให้แนวคิดและการสนับสนุนการดำเนินงานกับ บลจ.ไอเอ็นจี ในเรื่องของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะเปิดขายหน่วยลงทุนปลายเดือนมีนาคมนี้ด้วย
โดย ณ วันที่ 11 มีนาคม 2548 บลจ.ไอเอ็นจีมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่บริหารทั้งสิ้น โดยไม่รวมกองทุนที่จัดตั้งพิเศษ และกองทุนคันทรีฟันด์ อยู่ที่ 21,160.34 ล้านบาท หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 3.93%
ส่วนผลการดำเนินงานของกองทุนภายใต้การบริหาร ณ วันที่ 5 มกราคม 2548 ในส่วนของกองทุนตราสารหนี้ กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แคช แมเนจเม้นท์ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3,565.65 ล้านบาท ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 1.60% และผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 1.93% กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทยตราสารหนี้ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 924.45 ล้านบาท ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 1.61% และผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 1.42%
กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ตราสารหนี้ปันผล มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 206.59 ล้านบาท ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 1.69% และผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 1.54% กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ฟิกซ์อินคัม พลัส (จัดตั้งพฤศจิกายน 2547) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 556.92 ล้านบาท ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 0.73%
ส่วนกองทุนหุ้น ได้แก่กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทย อิคิวตี้ฟันด์ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2,320.85 ล้านบาท ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 13.39% เทียบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 11.70% ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 0.75% เทียบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 0.39% กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทยอิคิวตี้ฟันด์-ปันผล มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 482.30 ล้านบาท ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 13.98% เทียบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 11.70%
|
|
 |
|
|