|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
รองผู้ว่าการแบงก์ชาติยันไม่มีแผนควบรวมกิจการธนาคารที่กองทุนฟื้นฟูฯถือหุ้นอยู่ ย้ำไม่เคยระบุจะควบรวมกิจการนครหลวงไทยกับไทยธนาคาร เป็นเพียงภาพรวมของสถาบันการเงินที่จะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการแข่งขัน แย้มกองทุนฟื้นฟูฯ พร้อมขายหุ้นออกหากได้ราคาที่ดี ด้านราคาหุ้น "ไทยธนาคาร" ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนกระแสบวก 3.45%
นางธาริษา วัฒนเกส รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การควบรวมกิจการของสถาบันการเงินตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (มาสเตอร์แพลน) ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ที่มีภาวะควบรวมให้เห็นนั้นเป็นเรื่องของธุรกิจที่จะร่วมมือกันเพื่อความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง พร้อมที่จะมีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถอยู่รอดได้ทั้งนี้ การรวมกิจการไม่ว่าจะเป็นระหว่างสถาบันการเงินของรัฐบาลหรือของเอกชนก็ตามสิ่งสำคัญคือสถาบันการเงินที่จะจับคู่เพื่อควบรวมกิจการเข้าด้วยกันจะต้องมีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน และมีความต้องการที่ตรงกัน รวมทั้งมีปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เหมาะสมในการรวม ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องมีขนาดใหญ่แล้วกิจการจะแข็งแกร่งเสมอไป
"เข้าใจว่าธนาคารแต่ละแห่งมีการเจรจาหารือกันอยู่ และบางรายที่เลิกเจรจากับรายหนึ่งแล้วหันไปสนใจอีกแห่งก็มี หากใครมีเงื่อนไขตรงกันก็สามารถเกิดแผนการควบรวมกิจการขึ้นได้ เป็นความสมัครใจของทั้ง 2 ฝ่ายไม่ใช่การบังคับ ซึ่งแผนการรวมกิจการนั้นตนไม่เคยระบุชื่อว่าธนาคารนครหลวงไทยจะรวมกิจการกับธนาคารไทยธนาคารแต่อย่างใด" นางธาริษากล่าว
อย่างไรก็ตาม การเจรจาในธุรกิจของสถาบันการเงินเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากทุกแห่งต้องติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของแต่ละแห่งเพื่อประเมินศักยภาพการแข่งขันของตนเองและปรับปรุงพัฒนาธุรกิจต่อไป ซึ่งในระยะต่อไปจะเกิดการเจรจากันอยู่ตลอด โดยภาวะในลักษณะดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไร
สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) เป็นผู้ถือหุ้นนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีนโยบายที่จะนำธนาคารที่ถือหุ้นอยู่ไปควบรวมกันเอง เนื่องจากกองทุนฟื้นฟูฯ ก็ไม่มีนโยบายลงทุนระยะยาวในธนาคารพาณิชย์ แต่หากมีการติดต่อขอเจรจาซื้อหุ้นของธนาคารพาณิชย์ที่กองทุนฟื้นฟูฯ เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในปัจจุบันเข้ามาทางกองทุนฟื้นฟูฯก็พร้อมที่จะขายออกหากเป็นช่วงที่ได้ราคาดี ซึ่งการพิจารณาว่าราคาขายจะมีความเหมาะสมหรือไม่เป็นหน้าที่ของกองทุนฯ
รายงานข่าวจาก ธปท.แจ้งว่าปัจจุบันทางกองทุนฟื้นฟูฯถือหุ้นอยู่ในธนาคารพาณิชย์ 5 แห่งประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารไทยธนาคาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน และธนาคารยูโอบีรัตนสิน ที่กองทุนฟื้นฟูเพิ่งตัดสินใจขายหุ้นให้กับธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ไปทั้งหมด 802 ล้านหุ้น หรือ 16.22% ในราคา 2,950 ล้านบาท โดยมีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปแล้วเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นธนาคารไทยธนาคาร (BT) และนครหลวงไทย (SCIB) วานนี้ (15 มี.ค.) ปรากฏว่า ราคาหุ้น BT วิ่งสวนกระแสตลาดที่ปรับตัวลดลง โดยปิดที่ราคาหุ้นละ 6.00 บาท เพิ่มขึ้นจาก วันก่อน 0.20 บาท หรือ 3.45% มูลค่าการซื้อขาย 101.37 ล้านบาท ขณะที่ SCIB ปรับตัวลงปิดที่ 24.70 บาท ลดลงจากวันก่อน 0.30 บาท หรือ 1.20% มูลค่าการซื้อขาย 355.29 ล้านบาท
|
|
 |
|
|