|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บีบีทีวี เดินหน้าสร้างพันธมิตร ล่าสุดจับมือ GTH เปิดตัวสร้างภาพยนตร์ 2 เรื่อง รวมเงินลงทุนกว่า 116 ล้านบาท ชี้เป็นการดำเนินงานตามนโยบายบริษัท ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจร ขณะที่เตรียมผลิตรายการป้อนช่อง 7 เพิ่ม ทั้ง เรียลิตี้โชว์ รายการเด็ก และรายการเช้า ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 200 ล้านบาท
นางชาลอต โทณวณิก ประธานกรรมการ บริษัท บีบีทีวี โปรดัคชั่นส์ จำกัด เปิดเผยว่า ได้จับมือกับ บริษัท GMM ไท HUB จำกัด( GTH) เพื่อร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์ไทย 2 เรื่อง ในสัดส่วน 50: 50 โดยบีบีทีวี มีหน้าที่หลักคือเป็นผู้ลงทุน และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อที่มีอยู่ในมือของบริษัทแม่ คือ บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัดซึ่งเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ส่วนงานผลิตเป็นหน้าที่ของ GTH โดยภาพยนตร์ 2 เรื่อง ที่จะสร้าง คือ "หมากเตะ" และ "SEASONS CHANGE" ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 116 ล้านบาท ซึ่ง บีบีทีวี จะออกเงินคนละครึ่งกับ GTH หรือประมาณฝ่ายละ 58 ล้านบาท
ทั้งนี้จุดเริ่มของการเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรกับ GTH เพื่อผลิตภาพยนตร์ เพราะเป็นนโยบายหลักของบริษัทอยู่แล้ว ที่ต้องการทำธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจร ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างให้พันธมิตรเข้ามาเสนอแผนงานธุรกิจโดยไม่จำกัดค่าย เนื่องจากธุรกิจหลักของเรามาจากสายการเงิน คือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดังนั้นการมองเรื่องการลงทุน จะดูที่โอกาสเป็นปัจจัยหลัก และจะเลือกลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพ จุดดีของการลงทุนแบบนี้ คือไม่ต้องแบกรับต้นทุนบุคคลากร
"มีผู้ผลิตหนังหลายรายนำโครงการมาเสนอ แต่ที่เลือก GTH เพราะเห็นเป็นบริษัทที่มีศักยภาพ มีผลงานดี และมีจุดประสงค์ของการทำธุรกิจแบบไม่ค้ากำไรเกินควร ซึ่งเป็นความคิดที่ตรงกัน ดังนั้นพันธมิตรที่จะเข้ามาเสนอโครงการร่วมทุนใดๆก็ตาม ต้องมีสเปกที่ไม่ด้อยไปกว่า GTH โดยภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง ที่ร่วมทุนกันครั้งนี้ แต่ละเรื่องมีกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับธุรกิจของบริษัท คือ หมากเตะ จะเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ชมช่อง 7 ขณะที่ SEASONS CHANGE ก็ตรงกับลูกค้าของธนาคาร ซึ่งน่าจะนำสร้างเป็นกิจกรรมต่อยอดได้"
นางชาลอต กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 200 ล้านบาท แบ่งเป็น 100 ล้านบาท มาจากธุรกิจร่วมลงทุน เช่น การจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส และการร่วมผลิตภาพยนตร์ เป็นต้น และอีก 100 ล้านบาท มาจากธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ให้สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ซึ่งปัจจุบันก็มีละครช่วงบ่าย 1 เรื่องออกอากาศวัน เสาร์-อาทิตย์ ล่าสุด ได้เวลาจากช่อง 7 เพิ่มเติมอีก แต่ไม่ใช่เวลาช่วงไพรม์ไทม์ ซึ่งบริษัทมีแนวคิดจะผลิตรายการที่หลากหลายเป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น รายการเด็ก ,รายการเช้า และเรียลิตี้โชว์ ซึ่งรายการเรียลิตี้โชว์ เรามีกรอบเรื่องรองรับอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นแนวที่มีจุดมุ่งหมายแน่นอน มีสถาบันรองรับ โดยจับกลุ่มคนทำงานเป็นหลัก
ธุรกิจหนังไทยยังไปได้
นายวิสูตร พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด(GTH) เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจหนังไทยปีนี้น่าจะเติบโต และอยู่ในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดย 3 เดือนแรก ก็มีหนังไทยที่โกยรายได้ขึ้นหลัก 100 ล้านบาท แล้ว คือ "หลวงพี่เท่ง" ขณะที่ บุปผาราตรี 2 ที่กำลังจะเข้าฉาย ก็มีแนวโน้มที่ดี โดยตลอดทั้งปีคาดว่าจะมีภาพยนตร์ไทยเข้าสู่ตลาดประมาณไม่เกิน 50 เรื่อง หรือเป็นจำนวนที่ไม่แตกต่างจากปีก่อน ที่มีประมาณ 44 เรื่อง โดยตลาดรวมหนังไทยปี 2547 มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มมาอยู่ที่ 800-900 ล้านบาท สำหรับ GTH ปีนี้ คาดว่าจะผลิตหนังออกสู่ตลาดประมาณ 6 เรื่อง มีรายได้ประมาณ 315 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ประเมินไว้เท่ากับปีก่อน ซึ่งมีหนังออกฉายทั้งหมด 8 เรื่อง ดังนั้นปีนี้เฉลี่ยต่อเรื่องจะทำรายได้ได้ดีกว่า
สำหรับภาพยนตร์ที่ร่วมลงทุน กับบีบีทีวี 2 เรื่อง คือ "หมากเตะ" และ "SEASONS CHANGE" คาดว่าจะฉายได้ในปี 2549 โดยงบประมาณการสร้างแบ่งเป็น หมากเตะ 70 ล้านบาท และ SEASONS CHANGE ประมาณ 40 ล้านบาท
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของ จีเอ็มเอ็ม ปีนี้ คาดว่าจะลงทุนสร้างภาพยนตร์ ประมาณ 6 เรื่อง โดยแบ่งเป็นร่วมกับเครือไฟว์สตาร์ 1 เรื่อง กับ บีบีทีวี 2 เรื่อง และกับ GTH 3 เรื่อง โดยการลงทุนกับบีบีทีวีในครั้งนี้ ทุกอย่างจะแบ่งสัดส่วนกันคนละครึ่ง ทั้ง เม็ดเงินลงทุน และรายได้ สำหรับตนเอง มองธุรกิจหนังไทยไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศ แต่หากทำดีๆ และออกฉายต่างประเทศได้ จะเป็นเม็ดเงินมหาศาล
|
|
 |
|
|