Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน28 กุมภาพันธ์ 2548
รัฐบาลจุดพลุ"ซีเคียวริไทเซชั่น" MFC ประเมินปีนี้ 1.2 หมื่นล้าน             
 


   
www resources

โฮมเพจ บลจ. เอ็มเอฟซี

   
search resources

เอ็มเอฟซี, บลจ.
Investment




บลจ.เอ็มเอฟซีประเมินภาพรวมการออกหุ้นกู้ "ซีเคียวริไทเซชั่น"ในปีนี้ ภาครัฐจะเป็นตัวจุดพลุให้ตลาดตื่นตัว โดยคาดว่าในปีนี้จะมีการออกตราสารประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ส่วนโครงการระบบราง 4.1 แสนล้านบาท ที่เตรียมทำซีเคียวริไทเซชั่นกว่า 2 แสนล้านบาท คาดเริ่มทยอยออกได้ในปีหน้า

นายศุภกร สุนทรกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า ภาพรวมการะดมทุนผ่านการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (ซีเคียวริไทเซชั่น) ของภาคเอกชนและรัฐบาลในปีนี้คาดว่าจะมีการระดมทุนในตลาดประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยการระดมทุนผ่านการออกตราสารหุ้นกู้ของภาครัฐจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดขยายตัวเพิ่ม

"ในปีนี้ตัวจุดพลุน่าจะมาจากการระดมทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะในส่วนของศูนย์ราชการที่จะมีการออกตราสาร โดยคาดว่าจะมีการระดมทุนผ่านการออกตราสารประมาณ 1 หมื่นล้านบาท"

ส่วนการระดมทุนในระบบขนส่งราง 4.1 แสนล้านบาท ที่คาดว่าจะมีการระดมทุนผ่านการทำซีเคียวริไทเซชั่นประมาณ 2 แสนล้านบาท คาดว่าจะสามารถออกตราสารมาระดมทุนได้ในปี 2549

รายงานข่าวเปิดเผยว่า โครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ มีแผนระดมทุนผ่านการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท ในปีนี้ช่วงไตรมาสที่ 4 มูลค่า 9.5 พันล้านบาท ไตรมาสที่ 4 ของปี 2549 มูลค่า 9 พันล้านบาท และในไตรมาส 4 ปี 2550 วงเงิน 5.5 พันล้านบาท

นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า กบข.มีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล โดยคาดว่าจะเข้าไปลงทุนในตราสารหุ้นกู้ (ซีเคียวริไทเซชั่น) ในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ เช่น โครงการศูนย์ราชการแห่งใหม่ ซึ่งจะมีการทำซีเคียวริไทเซชั่นออกมา โดยกบข.จะเข้าไปลงทุนผ่านตราสารออกมาเพื่อระดมทุนในการก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่

"กบข.คงเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ซื้อตราสารหนี้ ที่จะมีการออกมาเพื่อระดมทุน โดยเราจะเน้นลงทุนในระยะปานกลาง แต่คงต้องดูในรายละเอียดในเรื่องการลงทุนก่อนว่าได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ และเชื่อว่านักลงทุนพร้อมที่จะลงทุนในตราสารทีออก เนื่องจากสภาพคล่องยังล้นระบบธนาคารพาณิชย์ 4-5 แสนล้านบาท หากรัฐบาลมีการทำซีเคียวริไทเซชั่น โครงการต่างๆออกมา เงินที่ล้นระบบน่าจะสามารถรองรับได้"

นอกจากนี้ กบข.จะเป็นอีกนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปลงทุนในหุ้นกู้ของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (ซีเคียวริไทเซชั่น) เพื่อจำหน่ายแก่ผู้ลงทุน ซึ่งสินทรัพย์ที่นำมาแปลงเป็นหลักทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดกระแสรายรับในอนาคต โดยจะขายสินทรัพย์ของเจ้าของกองทรัพย์สินเดิม ให้กับนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV : Special Purpose Vehicles) เพื่อเป็นตัวกลางในการออกหลักทรัพย์ที่มีกองทรัพย์สินดังกล่าวหนุนหลัง และเพื่อทำหน้าที่รับสภาพหนี้แทนเจ้าของสินทรัพย์เดิม โดยแยกความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ออกจากเจ้าของสินทรัพย์เดิม ทำให้นักลงทุนไม่ต้องรับความเสี่ยงในด้านอื่น ๆ ขององค์กร

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปริมาณหุ้นกู้ ซีเคียวริไทเซชั่น ที่จะออกสู่ตลาดในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากการส่งเสริมของภาครัฐในการสนับสนุนและแก้ไขอุปสรรคในการทำซีเคียวริไทเซชั่น การใช้หุ้นกู้ซีเคียวริไทเซชั่น ซึ่งออกผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือระดมทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐที่วางแผนไว้ในปีนี้เช่น โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการบนถนนแจ้งวัฒนะมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และโครงการขยายเส้นทางของรถไฟฟ้าใต้ดิน 7 สาย มูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั้งในและนอกประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การกู้ยืมผ่านธนาคารพาณิชย์มีต้นทุนที่สูงขึ้น อาจจะทำให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ มีความต้องการระดมทุนโดยการทำซีเคียวริไทเซชั่นเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้น คาดว่าความต้องการลงทุนในหุ้นกู้ ซีเคียวริไทเซชั่น น่าจะเพิ่มขึ้นโดยในปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดที่จะแก้เกณฑ์การออกเสนอขายหุ้นกู้ ซีเคียวริไทเซชั่น ในประเทศจากการขายให้เฉพาะบุคคลในวงจำกัดให้สามารถเป็นการขายให้กับบุคคลทั่วไปได้ ประกอบกับการที่ภาครัฐได้ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการลงทุนในหุ้นกู้ ซีเคียวริไทเซชั่น ให้กับนักลงทุนมากขึ้น น่าจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดความต้องการลงทุนในตราสารประเภทนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us