การบินไทยกวาดกำไรไตรมาสแรก 5,716.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.52% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ค่าบาทแข็งให้คุณทำกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 2 พันล้าน "กนก-ดีดีการบินไทย" แจงปรับเปลี่ยนเส้นทางและเที่ยวบินในประเทศ-ระหว่างประเทศไปแล้ว 15 ม.ค. ไทเป- ฮ่องกง-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-สิงคโปร์ฯลฯ เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการเดินทางผู้โดยสารที่ลดลง ทั้งเป็นการปรับเปลี่ยนเส้นทางที่ไม่สร้างรายได้เพื่อให้ทำกำไรสูงสุด
นายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) "TG" เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกประจำปีการเงิน 2547/48 (ต.ค.-ธ.ค. 47) ว่าบริษัทฯมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 43,063 ล้านบาท มี ผลกำไรจากการขายและให้บริการ 6,406 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนลดลง 1,039 ล้านบาท หรือ 13.94% เมื่อรวมรายได้และรายจ่ายอื่นบริษัทฯมีผลกำไรสุทธิ 5,716.97 ล้านบาท สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 1,467.26 ล้านบาท หรือ 34.52% คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นได้เท่ากับ 3.38 บาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ เป็นผลจากการปรับแผนการตลาดเชิงรุก ทำให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) โดยเฉลี่ยสำหรับไตรมาสนี้ซึ่งเท่ากับ 73.7% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมี Cabin Factor เฉลี่ย 73.2%
ส่วนด้านค่าใช้จ่ายในการขายและการให้บริการ เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 5,843 ล้านบาท หรือ 18.98% สาเหตุหลักจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้บริษัทฯมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าเช่า (EBITDAR) จำนวน 11,041 ล้านบาท
นายกวีพันธ์ เรืองผกา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ไตรมาสแรกปี 2548 การบินไทยมีรายได้จากการ ขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 4,808 ล้านบาท หรือ 12.56% เพราะเพิ่มเที่ยวบินที่มิลาน, นาโกยา, กวางเจา, เฉินตู, มุมไบ, กัลกัตตา, บังคาลอร์, และละฮอร์ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเพิ่มขึ้น 5,848 ล้านบาท หรือ 18.98% โดยมีสาเหตุมาจากผลกระทบราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายน้ำมันสูงขึ้น 4,796 ล้านบาท หรือ 74.53%
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้การบินไทยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 2,055 ล้านบาท เทียบกับจากงวดเดียวกันของปี 2547 มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ 409 ล้านบาท
นายกนก กล่าวอีกว่า ตามที่บริษัทฯได้ทำการปรับเปลี่ยนเส้นทางบินและเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 15 มกราคม - 26 มีนาคม 2548 นั้น เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่มีจำนวนลดลง และปรับเปลี่ยนเที่ยวบินในเส้นทางบินที่ไม่สร้างรายได้ให้บริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯได้ผลกำไรสูงสุดมิได้เป็นการลดเที่ยวบิน เพื่อเปิดทางให้สายการบินไทยแอร์เอเชียทำการบินแต่อย่างใด และสิทธิการบินนี้มิได้เป็นการลดเที่ยวบิน เพื่อเปิดทางให้สายการบินไทยแอร์เอเชียทำการบินแต่อย่างใด และสิทธิการบินนี้ต้องขอจากกรมการขนส่งทางอากาศเท่านั้น
อีกทั้งการปรับเปลี่ยนและลดเที่ยวบินดังกล่าวยังเป็นการดำเนินการในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งบริษัทฯจะได้มีการปรับเปลี่ยนตารางการบินในช่วงภาคฤดูร้อนอีกครั้ง
นอกจากนี้นายสันติ ภูริเวทย์คุณากร ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวางแผนการตลาด บริษัท การบินไทย กล่าวว่า บริษัทฯทำการปรับเปลี่ยน เส้นทางการบินและลดเที่ยวบินในเส้นทางต่างๆ ดังนี้ เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต-สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-สิงคโปร์ ยกเลิกการบินตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-26 มี.ค. 48 จำนวนเที่ยวบิน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์และเที่ยวบิน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตามลำดับ เนื่องจากปริมาณการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของผู้โดยสาร มีจำนวนลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นผลกระทบจาก กรณีพิบัติภัยคลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามัน เมื่อเดือนธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวน้อยลง
เส้นทางไทเป-ฮ่องกง-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ ปรับเปลี่ยนเป็น ไทเป-ฮ่องกง-กรุงเทพฯจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เท่าเดิม (วันที่ 1-28 ก.พ. 48) และปรับลดเป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันที่ 1-26 มี.ค. 48) ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เปิดทำการบินในเที่ยวบินตรงจากจีนไปยังกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน เป็นการชั่วคราว ทำให้จำนวนผู้โดยสารในเส้นทางดังกล่าวของการบินไทยมีจำนวนลดลง เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่ต้องแวะต่อเครื่องบินที่ฮ่องกง
|