|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บลจ.น้องใหม่ค่ายกบข.เตรียมเปิดตัวภายในกลางปีนี้ "วิสิฐ"เผยอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรร่วมทุน เพื่อเสริมเทคโนโลยีและช่องทางการจัดจำหน่าย คาดโยกเม็ดเงินที่ปล่อยให้บลจ.บริหารพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์กลับคืน 7 พันล้านบาท มาบริหารเอง พร้อมเพิ่มสัดส่วนลงทุนในต่างประเทศเป็น 1.4 หมื่นล้านบาท
นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า แผนจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ภายใต้การบริหารจัดการของกบข.คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรร่วมทุน เพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และช่องทางการจัดจำหน่ายให้กับกบข.
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการถือหุ้นกบข.จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบลจ.ที่จะตั้งขึ้น โดยแผนการดำเนินงานของบลจ.จะเน้นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการออมเพื่อการเกษียณ (Pension Product) เป็นสำคัญ
"บลจ.ใหม่ของเราจะเน้นการส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณเป็นสำคัญ รูปแบบคล้ายการประกันชีวิตหรือยูนิตลิงค์ หรือที่เรียกว่า Annulity Product (การเปิดโอกาสให้สมาชิกรับเงินคืนแบบทยอยจ่ายเป็นงวดๆ แทนการจ่ายเป็นก้อนในครั้งเดียว)" นายวิสิฐกล่าว
นายวิสิฐกล่าวว่า รูปแบบการบริหารงานของบลจ.กบข.จะคล้ายกับกองทุนบำเหน็จบำนาญในต่างประเทศ และจะเปิดขายหน่วยลงทุนให้กับเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจด้วย ซึ่งจากนี้ไปบลจ.กบข.จะขยายขอบข่ายไปยังต่างจังหวัดให้ครอบคลุมมากที่สุด เพราะในปัจจุบันบลจ.ที่มีอยู่ เน้นฐานลูกค้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล ยังไม่ขยายลงไปยังต่างจังหวัด
"เราไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของแบรนดิ้งว่า บลจ.ใหม่ของเราต้องมีสีสรร หรือสวยงามเหมือนกับการทำงานของธนาคารพาณิชย์ แต่บลจ.ของเราจะสื่อให้คนได้เข้าใจ และเห็นความสำคัญกับการออมในอนาคตว่ามีสำคัญต่อชีวิตมากน้อยเพียงใด"นายวิสิฐกล่าว
นายวิสิฐกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการออมภาคบังคับ ดังนั้นในช่วงนี้ควรมีการส่งเสริมให้ความรู้คนทั่วไปได้รู้จักการออมว่ามีส่วนสำคัญต่อชีวิตอย่างไร เพราะวิถีชีวิตในอนาคตของคนไทยต้องเปลี่ยนไปมาก จากเดิมที่เป็นครอบครัวใหญ่ บุตรต้องดูแลครอบครัว หรือลูกหลาน แต่สถานการณ์ในปัจจุบันจำเป็นต้องมีการออมเพื่อตัวเองในอนาคต
"เราต้องตระหนักถึงความเป็นจริงอย่างหนึ่งว่าเศรษฐกิจบ้านเรา คน Generation ที่ 1 จะดูแลคนถึง 3 Generation ได้หรือไม่ ถ้าเราไม่รู้จักออมจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต"
สำหรับการบริหารจัดการกองทุนรวม เงินส่วนหนึ่งที่กบข.นำไปลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) ก่อนหน้าจำนวน 7 พันล้านบาท จะมีการโยกกลับคืนมาบริหารเอง หลังบลจ.กบข.จัดตั้งขึ้น ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมได้พอสมควร
ส่วนเงินที่นำไปลงทุนในต่างประเทศ ก่อนหน้ากบข.ได้ลงทุนผ่านหน่วยลงทุนของบลจ.ที่ตั้งกองทุนรวมลงทุนในต่างประเทศ (FIF) โดยในช่วงก่อนหน้านำไปลงทุนประมาณ 8.5 พันล้านบาท แต่ภายหลังจากตั้งบลจ.กบข.แล้ว เงินที่ลงทุนในต่างประเทศทั้งหมดจะบริหารจัดการภายใต้กบข.ทั้งหมด
"ขณะนี้เราอยู่ระหว่างเจรจากับฟันด์เมเนเจอร์ต่างประเทศหลายแห่ง เพื่อให้บริหารจัดการกองทุน FIF ให้เรา ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับสูงกว่าการว่าจ้างบลจ.ในประเทศบริหาร เนื่องจากต้องเสียค่าธรรมเนียม" นายวิสิฐกล่าว
สำหรับแผนการลงทุนในต่างประเทศของกบข.ในปีนี้ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกระทรวงการคลังได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ลงทุนในต่างประเทศของกบข. สามารถลงทุนในต่างประเทศได้ 10% ของพอร์ตการลงทุนของกบข. ทั้งนี้ กบข.มีพอร์ตการลงทุนรวมประมาณ 2.4 แสนล้านบาท
นายวิสิฐ กล่าวถึงแผนการดำเนินในปีนี้ว่า ในส่วนของการลงทุนในประเทศสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้และตลาดหุ้นในสัดส่วน 50:50 เนื่องจากประเมินว่าแนวโน้มผลตอบแทนการลงทุนในตลาดหุ้นในปีนี้น่าจะให้ผลตอบแทนสูง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาผลตอบแทนจากดัชนีตลาดหุ้นลดลงถึง 13.48%
สำหรับภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในปีนี้ กบข.ได้ปรับสัดส่วนการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ระยะยาวลง เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวจะค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้กบข.ปรับรูปแบบการลงทุนมาเป็นลงทุนผ่านตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะปานกลางแทน และลงทุนในตราสารหนี้ที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว จากเดิมที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้น พอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 15% และจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากตลาดหุ้นในต่างประเทศ การเคลื่อนไหวผันผวนน้อยกว่าตลาดหุ้นไทย โดยเฉลี่ยตลาดหุ้นต่างประเทศมีความผันผวนประมาร 15-18% เท่านั้น ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนเฉลี่ย 32-35%
"การลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเราในปีนี้น่าจะดีขึ้นพอสมควร เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นติดลบ 13% เพราะฐาน 680 จุด ถือว่าไม่สูงมาก" นายวิสิฐกล่าว
ส่วนการที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่า การเกิดขึ้นของบลจ.กบข.จะเข้ามาแย่งตลาด หรือเป็นคู่แข่งกับบลจ.ที่มีอยู่เดิม นายวิสิฐกล่าวว่า บลจ.กบข.ที่เตรียมเปิดตัวในช่วงกลางปีนี้ หลักการบริหารงานคงไม่ใช่เข้ามาเป็นคู่แข่งบลจ.ที่มีอยู่เดิม เพราะจุดที่บลจ.กบข.จะเข้าไปเล่นในตลาด จะเน้นการส่งเสริมการออมเป็นสำคัญ และนโยบายไม่เน้นกองทุนที่เข้าไปลงทุนในหุ้นโดยตรง
ส่วนการเข้าไปลงทุนในบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย หรือทีพีไอ นายวิสิฐกล่าวว่า ในส่วนของกบข.ได้เตรียมเม็ดเงินจำนวน 1-1.5 พันล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนร่วมกับพันธมิตรกองทุนไม่ว่าจะเป็นกองทุนไทยทวีทุน และกองทุนไทยสร้างโอกาส โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและประเมินทรัพย์สิน ก่อนที่จะสรุปราคาในการซื้อ
|
|
 |
|
|