Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 เมษายน 2545
ดีล US-ทรีนีตี้ ล้มจี้รัฐสอบ             
 


   
search resources

ทรีนิตี้, บล.
ยูไนเต็ด,บล.




ดีลรวมกิจการ บล. ยูไนเต็ดและทรีนีตี้ล้ม นักลงทุนสวด สร้างความเสียหายหลังจากเข้าซื้อหุ้น หลังจากเห็นแนวโน้มดี ก.ล.ต.เตรียมตรวจสอบรู้ล่วงหน้าแล้วไม่แจ้ง

ส่วนเรื่องนักลงทุนที่เสียหายจากราคาหุ้นต้องไปร้องที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ นักวิเคราะห์รับหุ้น US ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน เผยคน US เสียเปรียบเรื่องเก้าอี้เลยต้องล้ม มาร์เก็ตติ้งจี้ผู้บริหาร 2

โบรกต้องรับผิดชอบ นายศิริพงษ์ สมบัติศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) หรือ US เปิดเผยภายหลังการประชุม วิสามัญประจำปี 2545 ว่า

ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกวาระการประชุมส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการกับบริษัทในกลุ่มทรีนิตี้ และมีมติอนุมัติในเรื่องการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 11,125,286 หุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5

บาทรวมเป็นทุนจดทะเบียน 172 ล้านหุ้น การยกเลิกมติการควบรวมกิจการกับกลุ่มบริษัททรีนิตี้ หลังจากที่ ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจไป แล้วก่อนหน้านี้

เนื่องจากไม่สามารถที่จะเจรจาในรายละเอียดเกี่ยวกับแผน การดำเนินธุรกิจในอนาคตได้จึงจำเป็น ต้องยกเลิก "เรื่องนี้เพิ่งมีการเจรจากันเมื่อคืน

นี้แล้วไม่สามารถตกลงในรายละเอียดในด้านวิธีการที่จะควบรวมได้ จึงต้องมีการยกเลิก ซึ่งเรื่องนี้พยายามที่จะไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล แม้แต่ที่ปรึกษาทางการเงินก็ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

แต่การยกเลิกการควบรวมครั้งนี้ก็เป็น มติที่เห็นชอบทั้ง 2 ฝ่าย โดยต่อไปจะมีการเจรจากันใหม่หรือไม่ขณะนี้ไม่สามารถบอกได"

ในส่วนของราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้หลังจากที่บริษัทได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าเบื้องต้นว่าจะมีการควบรวมนั้น

บริษัทได้มีการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิในส่วนเดิมที่จะออกให้แก่กลุ่มทรีนิตี้ โดยจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นแทน ซึ่งหุ้นจะขึ้นเครื่อง หมาย XR ภายในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้

ดังนั้นผู้ที่ซื้อหุ้นจนถึงกำหนดดังกล่าวจะมีสิทธิได้รับใบสำคัญดังกล่าว ในอัตรา 2 หุ้นเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ

สำหรับมติการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่ผู้ถือหุ้นจะมีการนำเข้าสู่การประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อขออนุมัติ ในส่วน ของแผนการดำเนินงานหลังจากยกเลิกการควบรวม ในส่วนของ

บล.ยูไนเต็ดคงจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด 1.2% ซึ่งในอัตราค่าคอมมิสชั่น 0.25% เป็นระดับ ที่บริษัทสามารถมีกำไรและอยู่รอดได้

ส่วนโครงสร้างรายได้มีรายได้จากการค้าหลักทรัพย์ 50% ธุรกิจด้านวาณิชธนกิจ 40% และรายได้อื่นๆ อีก 10% ทั้งนี้ ตามข้อตกลงเดิมก่อนที่จะมีการยกเลิกนั้น คณะกรรมการบริษัทหลักทรัพย์

ยูไนเต็ดให้เข้าควบรวมกับกลุ่มบริษัททรีนิตี้ โดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ บล.ทรีนิตี้, บริษัททรีนิตี้ อินฟอร์เมชั่น และบริษัททรีนิตี้ แอ๊ดไวเซอร์รี่ 2001 และออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ 3

บริษัทเป็นการตอบแทน แจกวอร์แรนต์ชดเชย บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงให้ทราบว่า ตามที่คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เข้าควบรวมกิจการกับบริษัทกลุ่มทรีนิตี้

โดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนิตี้,บริษัททรีนิตี้ อินฟอร์เมชั่น และบริษัท ทรีนิตี้ แอ๊ดไวซอรี่ 2001 และออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ ผู้ถือหุ้นของ 3

บริษัทดังกล่าวเป็นการตอบแทน ซึ่งได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจไปแล้วนั้นเนื่องจากจนถึงปัจจุบันไม่สามารถที่จะเจรจาในรายละเอียด เกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคตได้

ดังนั้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2545 ของบริษัท จังได้มีมติให้ยกเลิกวาระการประชุมส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการกลับบริษัทกลุ่มทรีนิตี้

และมีมติอนุมัติในเรื่องการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 111,125,286 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท รวมเป็นทุนจะทะเบียน 172 ล้านหุ้น โดย 1. จำนวน 30,437.357

หุ้นเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีรายชื่อปรากฏ ณ วันปิดสมุด ทะเบียนวันที่ 25 เมษายน 2545 ตามสัดส่วนในอัตราส่วนการจองซื้อ 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่โดยมีราคาเสนอขายหุ้นละ 5

บาทและกำหนดระยะเวลาการเสนอขายในวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2545 ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิแสดงความจำนงที่จะจองซื้อนอกเหนือจากสิทธิได้ในราคาเดียวกัน 2. จำนวน 60,874,714

หุ้นสำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีรายชื่อปรากฏ ณ วันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 25 เมษายน 2545 ที่ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามข้อ 1 ในอัตราส่วน

1 หุ้นสามัญใหม่ต่อ 2 ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยไม่มีราคาเสนอขายและใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุ 3 ปีและมีราคาการใช้สิทธิ 5 บาทต่อ 1 หุ้นสามัญ 3. จำนวน 4,500,000

หุ้นสำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่เสนอขายแก่กรรมการและพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย โดยมีอายุ 5 ปีและมีราคาการใช้สิทธิ 5 บาทต่อ 1 หุ้นสามัญ 4. จำนวน

15,313,215 หุ้นเสนอขายให้แก่ บุคคลในวงจำกัด ทั้งนี้การออกและเสนอขายใบสำคัญแสดง สิทธิตามข้อ 2 และ 3 จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นและจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งได้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อน ภายหลังจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 860

ล้านบาทซึ่งเป็นการขยายฐานเงินทุนของบริษัทสำหรับรองรับการขยายธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอนาคต ทำให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้น

ก.ล.ต.เตรียมดูเจตนา แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า

เรื่องดังกล่าวจะต้องเป็นหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่จะเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากการล้มการเจรจานี้ทำให้มีผู้ที่เสียประโยชน์เป็นจำนวนมาก

เพราะตอนที่มีการประกาศรวมกิจการกันนั้นทำให้หุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ยูไนเต็ดปรับตัวเพิ่มขึ้นไปพอสมควร "ในส่วนของ ก.ล.ต.มีหน้าที่ที่จะต้องดูว่า เหตุผลที่ไม่สามารถควบกิจการกันได้นั้นของทั้ง 2

บริษัททราบล่วงหน้านานแค่ไหน เพราะโดยหลักการแล้วเมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะต้องแจ้งต่อผู้ถือหุ้นในทันทีŽ นักลงทุนเสียหาย เจ้าหน้าที่การตลาดรายหนึ่งกล่าวว่า เมื่อตอนที่บล.ยูไนเต็ด

แจ้งขอต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อหยุดพักการซื้อขายหุ้นของบริษัทเป็นการชั่วคราว ในช่วงการซื้อขายภาคบ่าย ของวันที่ 18 เมษายน 2545 เนื่องจากจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นกรณีพิเศษ

ในเวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อระดับราคาหุ้นของบริษัท ทำให้ทุกคนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นกับยูไนเต็ด เพราะการประชุมกรรมการบริษัท

ถ้าเป็นเรื่องปกติหุ้นก็ซื้อขายได้ตามปกติ แต่การขอหยุดพักการซื้อขายก็แสดงว่า น่าจะมีเรื่องที่เป็นข่าวเชิงบวกหรือเชิงลบกับทางบริษัท แต่คาดว่าน่าจะเป็นเชิงลบมากกว่า เนื่องจากราคาหุ้น US

ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปิดที่ 19 บาท ลดลง 0.4 บาทหรือลดลง 2.06% มูลค่าการซื้อขาย 103.27 ล้านบาท หลังจากนั้นก็มีการพูดกันว่าการควบรวมกิจการระหว่างยูไนเต็ดกับทรีนีตี้ล้มลง

จึงทำให้บรรยากาศการซื้อขายหุ้นในกลุ่มหลักทรัพย์แย่ลง ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่การควบรวมกิจการของโบรกเกอร์ทั้ง 2 ไม่สามารถดำเนินตามจุดประสงค์เดิมนั้น

ทำให้มีผู้เสียหายจากการเข้าไปซื้อหุ้น US เนื่องจากเห็นว่าการควบรวมกิจการจะทำให้เกิดผลดีกับ US ราคาหุ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2545 ปิดที่ 13.80 บาท รุ่งขึ้น (1 มี.ค.45)

มีการประกาศการควบรวมกิจการทำให้ราคาขยับขึ้นไปปิดที่ 17.70 บาท เพิ่มขึ้น 28.26% และราคาหุ้นได้พุ่งขึ้นไปถึง 20.60 บาท เท่ากับเพิ่มขึ้น 46.28%

"เรื่องตรงนี้คงจะต้องมีหน่วยงานที่เข้ามารับผิดชอบ เพราะผู้ที่เข้าไปซื้อหุ้นก็เห็นความชัดเจนในการควบรวมทุกระยะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนหุ้น 63.748 ล้านหุ้นที่ US ออกให้เพื่อแลกหุ้นกับทรีนีตี้

หรือการแจกแจงรายละเอียดว่าผู้บริหารของทรีนีตี้จะได้รับการจัดสรรหุ้นเท่าไหร่Ž เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้ดีลนี้ไม่ผ่าน แต่ที่แน่ๆ เกิดความเสียหายขึ้นแล้ว และถือว่าผู้บริหารทั้ง 2

แห่งไม่มีความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น พื้นฐานเปลี่ยน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กล่าวว่า "เราทราบ แต่เพียงว่าการจัดสรรตำแหน่งผู้บริหารไม่ลงตัว เนื่องจากคนของ US

มองว่าการรวมครั้งนี้ตัวเองมีสถานะเป็นรองทรีนีตี" เมื่อดีลนี้ล้มลงปัจจับพื้นฐานของบริษัทหลักทรัพย์ยูไนเต็ดก็จะเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะปัจจุบันทรีนีตี้มีสถานะเป็นโบรกเกอร์

สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้เอง จึงทำให้ส่วนแบ่งการตลาด ของยูไนเต็ดลดลงไป และส่วนแบ่งการตลาดของทรีนีตี้ก็สูงกว่ายูไนเต็ด เชื่อว่าดีลนี้น่าจะจบลงเพียงเท่านี้ รายได้ของยูไนเต็ดก็จะต้องลดลง

ขณะที่รายได้จากงานด้านวาณิชธนกิจของยูไนเต็ดก็อาจจะสู้ทรีนีตี้ ไม่ได้ ที่สำคัญคือการเพิ่มทุนของ US เมื่อธุรกรรมหลักไม่เกิดขึ้นแล้วจะนำเงินไปขยายกิจการอย่างไร

คงจะเป็นสิ่งที่คาใจนักลงทุนอยู่ไม่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นจะกระทบกับราคาหุ้นของ US ในวันนี้ แต่ทางผู้บริหารของยูไนเต็ดก็แก้ลำด้วยการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม คือการให้ใบสำคัญแสดงสิทธิ 2

ใบสำหรับผู้ที่เข้าซื้อ หุ้นเพิ่มทุนใหม่ของ US เพื่อประคองไม่ให้ราคาหุ้นของ US ปรับตัวลดลงไปมาก นักลงทุนจะต้องพิจารณาว่าถ้าไม่มีทรีนีตี้ร่วมทีมแล้ว US จะเป็นอย่างไร

และเงื่อนไขที่ผู้บริหารเสนอมานั้นคุ้มค่าหรือไม่

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us