|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ไอเอ็นจี" หารือบริษัทแม่ตั้งกองทุนในต่างประเทศ เพื่อโยกเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ หลังทิศทางเศรษฐกิจไทยยังไปโลด คาดคลอดได้ภายในไตรมาสสองของปีนี้ ส่วนการตั้งกองทุน FIF รอแค่ก.ล.ต.วางกรอบการลงทุนเท่านั้น
นายมาริษ ท่าราบ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการหารือกับบริษัทไอเอ็นจี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในต่างประเทศ เพื่อเตรียมจัดตั้งกองทุนในต่างประเทศ เพื่อระดมเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันในต่างประเทศที่สนใจเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้ผลตอบแทนจากการลงทุนน่าจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนในอัตราติดลบ โดยคาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ภายในไตรมาสสองของปีนี้
ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ที่คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวในอัตรา 5% ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติน่าจะตอบรับกับกองทุนที่จะจัดตั้งขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานของบลจ.ไอเอ็นจี ในส่วนของกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) 2 กองประกอบด้วยกองทุนเปิด ไอเอ็นจีไทย ตราสารหนี้เอเชีย ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2547 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 23.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 10.63% ส่วนมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในรูปของเงินบาทอยู่ที่ 917.44 ล้านบาท ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 6.16%
ส่วนกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต ปันผล ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2547 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 434.71 ล้าน บาท ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ตั้งกองทุนอยู่ที่ 5.26%
"การตั้งกองทุนในต่างประเทศครั้งนี้ น่าจะได้รับการตอบรับเนื่องจากเราอาศัยเครือข่ายของเอไอจี บริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกา"
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น บลจ.ไอเอ็นจี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546 ประกอบด้วย ธนาคารไอเอ็นจี เอ็น.วี. 49% แอตลาส แคปิตอล (ประเทศไทย) 44% และบริษัทไทยศรีซูริค 7%
ส่วนความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อลงทุนในต่างประเทศ (FIF) ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะประกาศออกมา ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีมติเห็นชอบแนวทางการจัดสรรวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศในวงเงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะอนุญาตให้กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ วงเงิน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะจัดสรรให้บริษัทจัดการครั้งละไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่คณะกรรมการกองทุนเห็นชอบให้ลงทุนในต่างประเทศได้ในวงเงิน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะจัดสรรให้บริษัทจัดการครั้งละไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับประเภทหลักทรัพย์ต่างประเทศที่อนุญาตให้กองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลงทุนได้นั้น หากเป็นการลงทุนในตราสารทุนหรือหน่วยลงทุน จะต้องเป็นหลักทรัพย์ในประเทศที่มีองค์กรกำกับดูแลเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือตลาดหลักทรัพย์เป็นสมาชิก ของ WFE หากเป็นตราสารหนี้ จะต้องได้รับการจัดอันดับระดับ investment grade ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะต้องดำรงอัตราส่วนการลงทุนตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด และจะต้องพิจารณาด้วยว่า ข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่จะลงทุนมีเปิดเผยเป็นการทั่วไปเป็นภาษาอังกฤษและสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
|
|
 |
|
|