แฟชั่นฟาสต์ฟูดไทยเปิดเกลื่อนเมือง หลังเห็นความสำเร็จของผู้บุกเบิกตลาด
"ก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยาม" ชี้เกิดศึกอาหารเส้น ราย ใหม่ "เย็นตาโฟ"เปิดตัวกินแชร์รายเก่า
ยอดขายไตรมาสแรกลดลง 10-20% คาด1-2
ปีมีผู้ประกอบการล้มหายตายจากจำนวนหนึ่ง "ยำแซ่บ" ไม่สนคู่แข่งทุ่ม120-140
ล้านขยายสาขาครบ 20 แห่งปีหน้า ด้าน "พาสต้า ชาลี" สบโอกาสตลาดกำลังโต
ดัดแปลงอาหารเส้นไทยสู่สากล
เล็งขยายสาขาในต่างประเทศ นางอัญชลี แย้มนาก กรรม-การผู้จัดการ บริษัทก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยาม
จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยาม เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจมาประมาณ
3 ปี มีสาขาทั้งหมด 5
แห่ง ทั้งที่อยู่ในศูนย์การค้า และร้านสแตนด์อะโลน ในแหล่งชุมชน ในปีนี้บริษัทได้วาง
แผนขยายสาขาอีก 5 แห่ง ส่วนใหญ่ อยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลและเดอะ มอลล์
คาดว่าจะใช้งบลงทุนสาขาละ 3-5 ล้านบาท
ขึ้นอยู่กับค่าเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าแต่ละแห่ง การขยาย สาขาของบริษัทได้วางเป้าหมายในแต่ละปีไว้ไม่สูงนัก
คือเฉลี่ยปีละ 3-5 แห่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามพบว่าในช่วง 1-2
ปีที่ผ่านมาอาหารไทยหลายประเภทได้ถูกนำมาพัฒนาให้เป็นร้านอาหารฟาสต์ฟูดสไตล์ไทย
และนำมาขยาย สาขาในศูนย์การค้าเพื่อเจาะกลุ่มเป้า หมายวัยรุ่น คนทำงาน
เช่นเดียวกับฟาสต์ฟูดอินเตอร์แบรนด์ทั่วไป สำหรับอาหารไทยที่มีการขยายสาขา
รูปแบบฟาสต์ฟูดมากที่สุดประเภทหนึ่งคือ อาหารประเภทเส้น เช่นร้าน เย็นตาโฟ
ร้านนูดดี้ เป็นต้น
การขยายตัวของร้านอาหารประ-เภทดังกล่าว ถือเป็นคู่แข่งสำคัญของ ร้านก๋วย
เตี๋ยวเรือท่าสยาม เพราะเป็นอาหารประเภทเส้นเหมือนกัน ในปีที่ผ่านมา
ถึงปัจจุบันร้านอาหารเกิดใหม่ประเภทเส้นได้เข้ามาแย่งตลาดของก๋วยเตี๋ยว
เรือท่าสยามไปส่วนหนึ่ง จะเห็นได้จากยอดขายที่ลดลงในช่วงนี้ประ มาณ 10-20%
"การประยุกต์อาหารไทยในรูป
แบบร้านฟาสต์ฟูดในช่วงนี้มีการขยายตัวค่อนข้างสูง และกำลังมีผู้ประกอบการรายใหม่เตรียมตัวเข้าตลาดอีกหลายราย
หลังจากเห็นความสำเร็จของผู้ประกอบการที่ดำ-เนินการไปก่อนหน้านี้ แต่เชื่อว่า
การ
แข่งขันดังกล่าวน่าจะทำให้มีผู้ประกอบการบางส่วนไม่สามารถอยู่รอดในตลาดได้ด้วยเช่นกัน
เนื่องจากไม่มีความพร้อมในการดำเนินงาน แต่เข้ามาในธุรกิจเพราะเห็นความสำเร็จ
ของผู้อื่น
เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเห็นได้ชัดเจนในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้" นางอัญชลีกล่าว
ทางด้านนางชุติมา ตัณฑ์พูนเกียรติ ประธานกรรมการ บริษัทยำแซ่บ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร
"ยำแซ่บ"
เปิดเผยว่าได้เปิดดำเนินการร้านอาหารไทยประเภทยำต่างๆ ในสไตล์ฟาสต์ฟูดมาเป็นเวลา
2 ปี ขณะนี้มีทั้งหมด 5 แห่ง ในปีนี้มีแผน จะขยายสาขาเพิ่มอีก 5 แห่ง ในครบ
10 แห่ง แต่ละแห่งจะใช้งบลงทุนเฉลี่ย 8-
10 ล้านบาท พื้นที่ประมาณ 150-250 ตารางเมตร ในปี 2546 บริษัทยังมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก
10 แห่ง เนื่อง จากเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยม จากผู้บริโภค ประกอบกับบริษัทเอง
ยังมีสาขาไม่มากนัก
จึงใช้เวลาในช่วง นี้เร่งขยายสาขา ล่าสุดบริษัทได้เจรจา กับเทสโก้ โลตัส
ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สำเร็จ และได้เตรียมเข้าไปขยายร้าน ยำแซ่บ
ในบางสาขาที่มีความเหมาะด้วยจำนวนสาขาที่วางแผนจะขยายในปีนี้และปีหน้าคาดว่าจะต้องใช้งบลงทุน
120-140 ล้านบาท ปัจจุบันพบว่าร้านอาหารไทยที่เป็นรูปแบบร้านฟาสต์ฟูด มีการขยาย
ตัวสูง
ซึ่งจุดเด่นของร้านอาหารประเภทดังกล่าวคงมาจากราคาย่อม เยา เมื่อเปรียบเทียบกับร้านอาหารอินเตอร์แบรนด์ทั่วไปในตลาด
จะเห็นได้จากราคาเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อคนต่อครั้งของลูกค้าร้านยำแซ่บประมาณ
39-50
บาท จะถูกกว่าฟาสต์ฟูดอิน เตอร์แบรนด์ นายวิชิต ชาญอนุเดช ประธาน บริษัทพาสต้า
ชาลี จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร"พาสต้า ชาลี" เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทได้เตรียมเปิดขยายสาขาร้านทั้งหมด
5 แห่ง
โดยจะอยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้งหมด คือที่พระราม 3 ปิ่นเกล้า บางนา
พระราม 2 และเชียงใหม่ แต่ละสาขา จะใช้งบลงทุน 2-3 ล้านบาท พื้นที่เฉลี่ยแห่งละ
150 ตารางเมตร สำหรับร้านอาหารพาสต้า ชาลี
ถือเป็นอาหารประเภทเส้น ที่นำมาดัดแปลงเป็นอาหารให้เข้ากับรสนิยม ของผู้บริโภคในประเทศต่างๆ
ซึ่งพาสต้าของร้านจะมีให้เลือกรับประทานกว่า 40 รายการ ตามสไตล์ ของประเทศต่างๆ
เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี
เยอรมัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน ไทย เป็นต้น สำหรับพาสต้าสไตล์ ไทย อาทิ
พาสต้าผัดไทย พาสต้าผัดขี้เมา ปัจจุบันอาหารไทยกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภคทั่วโลก
การเปิดร้านพาสต้า ชาลี
ถือเป็นการบุกเบิกเพื่อนำอาหารไทยในรูปแบบประยุกต์ออกสู่ต่างประเทศมากขึ้น
โดยบริษัทมีแผนที่จะนำร้านพาสต้า ชาลี ไปขยายสาขาในสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน
เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์
ในลักษณะเข้าไปร่วมทุนกับผู้ประกอบการในประเทศนั้นๆ ที่มีความสนใจธุรกิจร้านอาหารไทย