|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"อิทธิวัฒน์" หลังเปลี่ยน ชื่อเป็น "ปิติพัฒน์" ประกาศล้างขาดทุนสะสม BNT กว่า 500 ล้านบาท-โละซีดีค้างสต๊อก 1.8 พันล้านแผ่น พร้อมขาย 3 โรงงานผลิตซีดีใช้หนี้ ธ.กรุงไทย 320 ล้าน ตั้งเป้าจากนี้โตปีละ 20% คาดรายได้ปีนี้ 1,400 ล้านบาท หลังรุก 3 ธุรกิจใหม่ และต่อยอดธุรกิจภาพยนตร์ มองตลาดหุ้นไทย คาดดัชนีน่าจะไปได้ 750 จุด
นายปิติพัฒน์ เพียรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท บีเอ็นที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BNT เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ปรับโครงสร้างองค์กรในปี 2547 บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2548 จำนวน 1,400 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้มีการลงทุน 3 ธุรกิจใหม่ คือ 1. วิทยุ ใช้เงินลงทุน 100 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าจะมีคลื่นวิทยุปีนี้อย่างน้อยจำนวน 5 คลื่น ซึ่งปัจจุบัน บริษัทมี 4 คลื่น และอีก 1 คลื่นนั้นอยู่ระหว่างขั้นตอนการเซ็นสัญญา 2. โทรทัศน์และเคเบิลทีวี ใช้เงินลงทุน 50 ล้านบาท 3. ธุรกิจเพลง ใช้เงินลงทุนจำนวน 20 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินงาน ก.พ.2548
เข้าลงทุนในธุรกิจภาพยนตร์จำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนดังกล่าวมาจากเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนจำนวน 372.38 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินธุรกิจดังกล่าวบริษัทจะดำเนินการร่วมกับพันธมิตร
รวมทั้งบริษัทจะมีการล้างสต๊อกภาพยนตร์ที่ค้างอยู่จำนวน 1,800 ล้านแผ่น ให้หมดภายในปีนี้ จากปี 2547 ที่บริษัทได้มีการล้างสต๊อกไปแล้วจำนวน 2.6 ล้านแผ่น และบริษัทจะมีการขายโรงงานผลิตซีดีที่บริษัทมีอยู่ทั้งหมด 3 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าตามบัญชีประมาณ 400 ล้านบาท คือ พระราม 3 บางนา และจังหวัดระยอง เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้จากธนาคารกรุงไทย จำนวน 320 ล้านบาท
"ในส่วนเคเบิลทีวีนั้นบริษัททำในลักษณะเคเบิลราคาถูกเพื่อช่วยยอดขายของ UBC และบริษัทจะนำภาพยนตร์ที่บริษัทมีนำมาฉาย โดยการที่บริษัทได้มีการขายโรงงานผลิตซีดีทั้งหมดนั้นบริษัทจะไม่เน้นธุรกิจทางด้านนี้มากนัก โดยบริษัทจะหันไปจ้างโรงงานอื่นผลิตแทน เพราะมีต้นทุนถูกกว่าผลิตเอง รวมถึงบริษัทจะร่วมมือกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในการนำภาพยนตร์ไปฉายในอินเทอร์เน็ตเพื่อเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง"
นอกจากนี้ มีแผนที่จะล้างขาดทุนสะสมที่มีกว่า 500 ล้านบาทภายในปีนี้ โดยใช้เงินจากผลการดำเนินงานของบริษัทที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2547 จำนวนมาก ซึ่งผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนปี 2547 บริษัทมีรายได้เพียง 100 กว่าล้านบาท และมีผลกำไรขาดทุน 195.60 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บริษัทมีการล้างขาดทุนสะสมหมดแล้วและบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานพอสมควรบริษัทก็อาจจะมีเงินเหลือพอที่จะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ รวมทั้งบริษัทตั้งเป้ารายได้ เพิ่มขึ้นปีละ 20%
นายปิติพัฒน์กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยว่า คาดว่าอย่างน้อยดัชนีฯจะสามารถไปถึง 750 จุดได้ เนื่องจากหุ้นกลุ่มหลักๆ เช่น พลังงาน วัสดุก่อสร้าง แบงก์ สื่อสาร ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่ดัชนีมีการปรับขึ้นนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะเม็ดเงินจากต่างประเทศทั้งสิ้น และที่ดัชนีฯได้มีการแกว่งตัวนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นเพราะนักลงทุนต่างชาติ มีการเทขายทำกำไรออกมาเท่านั้น ประกอบกับช่วงนี้อยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย
|
|
 |
|
|