|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ทีโอซี" จับมือ "ค็อกนิสไทย" ตั้งบริษัทร่วมทุนไทยอีท็อกซีเลท ตั้งเป้าโกยรายได้ 2.5 พันล้านบาท หลังโรงงานเปิดผลิตในไตรมาส 4/49 เผยปีนี้ทีโอซีมีรายได้ถึง 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีกำลังการผลิตโอเลฟินส์เพิ่มขึ้นอีก 3 แสนตันในต้นปี 48
วานนี้ (10 ม.ค.) บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน) ลงนามสัญญาร่วมทุนกับบริษัท ค็อกนิสไทย เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนไทยอีท็อกซีเลท เพื่อผลิตสารแฟตตี้แอลกอฮอล์อีท็อกซีเลท มูลค่าโครงการ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 800 ล้านบาท ขนาดกำลังการผลิต 5 หมื่นตัน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ไตรมาส 4 ปี 2549
นายอดิเทพ พิศาลบุตร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด(มหาชน)(ทีโอซี) กล่าวว่า บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะสร้างรายได้ประมาณปีละ 2,500 ล้านบาท หลังเปิดดำเนินการผลิตในปลายปี 2549 โดยจะเน้นจำหน่ายภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า ซึ่งปัจจุบันไทยยังไม่มีโรงงานใดผลิต ส่วนกำลังการผลิตที่เหลือจะส่งออกไปยังประเทศแถบเอเชีย โดยอาศัยฐานการตลาดของค็อกนิส ประเทศเยอรมนี ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมานานกว่า 160 ปี
ปัจจุบันความต้องการใช้สารแฟตตี้แอลกอฮอล์อีท็อกซีเลทในไทยมีประมาณ 2.5 หมื่นตัน/ปี ขณะที่ความต้องการใช้ในภูมิภาคเอเชียอยู่ที่ 1.6 ล้านตัน และทั่วโลกใช้อยู่ถึง 5.2 ล้านตันต่อปี ซึ่งสารแฟตตี้แอลกอฮอล์อีท็อกซีเลทจะนำไปใช้ผลิตสินค้าประเภทแชมพู สบู่เหลว น้ำยาซักล้างทำความสะอาดในครัวเรือนและอุตสาหกรรม รวมทั้งเครื่องสำอาง
โครงการดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาระดับผลกำไรในช่วงขาลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีการผลิตในภูมิภาคนี้ และวงจรราคาแตกต่างไปทั้งเอทิลีน และโมโนเอทิลีน ไกลคอล (MEG)
นายอดิเทพ กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้ บริษัทฯคาดว่าจะมีรายได้รวม 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีปริมาณกำลังการผลิตเอทิลีนส่วนขยายเพิ่มขึ้นอีก 3 แสนตัน/ปี ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นรวม 9.25 แสนตัน คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องจักรได้ไม่น้อยกว่า 90% ของกำลังการผลิตรวม โดยราคาเอทิลีนปีนี้น่าจะทรงตัวในระดับสูง 800-900 เหรียญสหรัฐต่อตัน และมีสเปดราคาระหว่างวัตถุดิบกับราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตันใกล้เคียงกับสเปดราคาในปีก่อน
ในปี 2549 คาดว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากโรงงาน EO/EG จะก่อสร้างเสร็จและสามารถเดินเครื่องผลิตได้ไตรมาส 2/49 และโครงการขยายคอขวดอีก 250,000 ตันต่อปี จะเสร็จในไตรมาส 3/49 ซึ่งวัฏจักรปิโตรเคมียังมีแนวโน้มที่ดีต่อไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า
นายอดิเทพ กล่าวว่า บริษัทได้กู้เงินจำนวน 75 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3 พันล้านบาท เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อนำไปใช้คืนเงินกู้ที่จะครบกำหนดชำระคืนในปีนี้ประมาณ 2.48 พันล้านบาท ที่เหลือบริษัทจะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยเงินกู้จำนวนดังกล่าวมีอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยลอยตัวไลบอร์ + 0.66% และกำหนดเพดานดอกเบี้ยจ่ายสูงสุดไว้ไม่เกิน 5% เพื่อรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่ให้ต่ำเกินไป โดยหลังกู้เงินดังกล่าวจะมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.5 เท่า ซึ่งการกู้เงินเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯครั้งนี้ยังช่วยทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทฯได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้ภาวะอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนในปัจจุบัน
|
|
 |
|
|