|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"เสี่ยปู่-สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล" ซุ่มไปถือหุ้นใหญ่ 5.56% ติดอันดับ 3 ใน "เอ็ม.วี.ที. คอมมิวนิเคชั่น" เข้าตลาด MAI เตรียมกระจาย 30 ล้านหุ้น หวังนำเงินเพื่อสร้างสายการผลิตเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำรอง ขณะที่หุ้นซี.ไอ.กรุ๊ปเคาะช่วงราคา 2.80-3 บาท ส่วนหุ้นค้าเหล็กไทยเล็งขาย 3-4 ก.พ.นี้
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2548 สำนักงานก.ล.ต.ได้เริ่มนับหนึ่งแบบรายการแสดงข้อมูล (ไฟลิ่ง) ในหุ้น บริษัทเอ็ม.วี.ที.คอมมิวนิเคชั่น โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai) และได้แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ทั้งนี้ บริษัทมีทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาทเป็นหุ้นสามัญทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาทและมีทุนเรียกชำระแล้ว 90 ล้านบาท โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 30 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นที่เรียกชำระแล้วทั้งหมด โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นจะนำไปสร้างสายการผลิตเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำรอง (UPS) ลงทุนขยายงานและพัฒนาธุรกิจตามความเหมาะสม และเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
บริษัทเอ็ม.วี.ที.คอมมิวนิเคชั่น ดำเนินธุรกิจด้านเครือข่ายสัญญาณ โทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศด้านระบบไฟฟ้าควบคุมและ ระบบสำรองไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาในการวางระบบเครือข่าย การออกแบบระบบ เครือข่ายให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า การนำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ การติดตั้งระบบ การทดสอบไปจนถึงการดูแลบำรุงรักษาและจัดอบรม
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2546 บริษัทมีรายได้ 78.05 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 0.85 ล้านบาท เทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2547 บริษัทมีรายได้รวม 112.29 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2.36 ล้านบาท
ส่วนโครงการในอนาคตของบริษัทจะลงทุนขยายงานและพัฒนาธุรกิจตามความเหมาะสมเช่นขยาย ขนาดโกดังสินค้าเพื่อรองรับปริมาณ สินค้าที่ผ่านเข้าออกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จัดตั้งสำนักงานสาขาภูมิภาคตามหัวเมืองใหญ่เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าของกลุ่มบริษัท พัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศภายในกลุ่มบริษัท
บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลของโครงการเพื่อที่จะทำการเข้าร่วมประมูลโครงการในปี 2548 ซึ่งประกอบด้วยโครงการจำหน่ายอุปกรณ์ควบคุมระบบจ่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง, โครงการจำหน่ายสาเคเบิลใยแก้วนำแสงของบริษัทกสทโทรคมนาคม, โครงการสายเคเบิลใยแก้วนำแสง พร้อมติดตั้งและระบบสำรองไฟฟ้าของบริษัท กสทโทรคมนาคม, โครงการจำหน่ายสายเคเบิลใยแก้ว นำแสงของกระทรวงคมนาคม, โครงการจำหน่ายสาเคเบิลใยแก้วนำแสงของบริษัททศทคอร์ปอเรชั่น
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรกของบริษัทนั้นประกอบด้วยกลุ่มนายภาณู ศีติสาร ถือหุ้น 48.07% ภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนจะทำให้สัดส่วนลดลงเหลือ 36.05% รองลงมาได้แก่นางสาวอาจรีย์ พุทาพร ถือหุ้น 7.06% ภายหลังเหลือ 5.29%, นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล หรือเสี่ยปู่ซึ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยด้วย ถือหุ้น 5.56% ภายหลังเหลือ 4.17%, นายพิชัย โขอนันต์ ถือหุ้น 4.83% ภายหลังเหลือ 3.63% และนาย ภาวสุทธิ์ วาสิกานนท์ ถือหุ้น 3.06% ภายหลังเหลือ 2.29% โดยบริษัทมี นโยบายการจ่ายปันเงินผลที่อัตราไม่ต่ำกว่า 40%
แหล่งข่าวจากวาณิชธนกิจเปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทหลักทรัพย์ไซรัสในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินหุ้นบริษัทซี.ไอ.กรุ๊ปได้กำหนดช่วงราคาหุ้นเบื้องต้นที่ระดับ 2.80-3 บาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปราคาที่แน่นอนได้ภายในวันที่ 14 มกราคมนี้ และหุ้นจะเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปในวันที่ 18-20 มกราคมนี้ ซึ่งคาดว่าหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai) ภายในปลายเดือนมกราคมหรือต้นกุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้บริษัทซี.ไอ.กรุ๊ป จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 45 ล้านหุ้นโดยแบ่งเป็นเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป 41 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท จำนวน 4 ล้านหุ้น โดยเงินที่ได้จะนำไปขยายกำลังการผลิตคอยล์ เนื่องจากเห็นว่าอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ มีแนวโน้มขยายตัวค่อนข้างมาก โดยบริษัทมีแผนงานที่จะก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และจะนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ขณะที่หุ้นบริษัทค้าเหล็กไทยนั้นขณะนี้บล.ซีมิโก้ ซึ่งเป็นที่ปรึกษา ทางการเงินได้กำหนดระยะเวลา ที่จะเสนอขายหุ้นในวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์นี้ โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้นจำนวน 85 ล้านหุ้น เพื่อนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
|
|
 |
|
|