Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 มกราคม 2548
ทีโอซีรับมือขาลงปิโตรเคมีรุกดาวน์สตรีมเพิ่มรายได้             
 


   
www resources

โฮมเพจ ไทยโอเลฟินส์

   
search resources

ไทยโอเลฟินส์, บมจ.
ทีโอซี ไกลคอล
Chemicals and Plastics




ทีโอซีผุด 3 โปรเจกต์ดาวน์สตรีมทดแทนการนำเข้า และรักษาระดับกำไรในช่วงขาลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดปีนี้ฟันรายได้ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีกำลังการผลิตเอทิลีนเพิ่มขึ้นอีก 3 แสนตัน ในช่วงม.ค.นี้ หลังประเมินแนวโน้มเอทิลีนยังอยู่ในระดับสูงไปจนถึงปี 49 โดยมีสเปรดราคาระหว่างวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตันใกล้เคียงปีที่แล้ว

นายอดิเทพ พิศาลบุตร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน)(ทีโอซี ) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้บริษัท ทีโอซี ไกลคอล ซึ่งเป็นบริษัทในเครือดำเนินการผลิตโครงการ EO Derivatives 3 โครงการในช่วงกลางปี 2549 มูลค่าลงทุน 110 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4,400 ล้านบาท เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีการผลิตในภูมิภาคนี้ และวงจรราคาแตกต่างจากเอทิลีนและโมโนเอทิลีน ไกลคอล(MEG) ทำให้ลดความเสี่ยงและรักษาระดับผลกำไรในช่วงขาลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

ซึ่งโครงการ EO Derivatives ประกอบด้วยโครงการผลิต Ethoxylates กำลังผลิต 5 หมื่นตัน/ปี โดยเป็นการร่วมทุนกับบริษัท Cognis Thai ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตพลาสติกชนิดพิเศษมานานกว่า 40 ปี และฐานทางการตลาดที่แข็ง แกร่ง โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นวัตถุดิบในการ ผลิตแชมพู สบู่เหลว และน้ำยาล้างจาน ซึ่งยังไม่มีผู้ผลิตในประเทศ ทำให้ไทยต้องนำเข้าสูงถึง 3 หมื่นตัน บริษัทฯจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าวในปี 2548 แล้วเสร็จในไตรมาส 4/2549 โดยจะเน้นจำหน่ายในประเทศ ส่วนที่เหลือจะส่งออกโดยอาศัยฐานการตลาดที่แข็งแกร่งของ Cognis ประเทศเยอรมนี

โครงการผลิต Ethanolamines กำลังผลิต 5 หมื่นตัน/ปี คาดว่าผลิตเชิงพาณิชย์ได้ไตรมาส 1/2550 ซึ่งความต้องการใช้ในไทยอยู่ที่ 5 พันตัน/ปี ขณะที่ภูมิภาคนี้มีการใช้อยู่ 3 แสนตัน และโครง การผลิต Choline Chloride มีกำลังผลิต 2 หมื่นตัน/ปี เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ไตรมาส 1/2550 จากการศึกษาพบว่าไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศอยู่ 8 พันตัน/ปี ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการใช้ 2 หมื่นตัน ซึ่งโครงการทั้ง 2 ทางทีโอซีอยู่ระหว่างการ หาพันธมิตรร่วมทุนที่มีเทคโนโลยีและฐานการตลาดที่แข็งแกร่ง โดยEthanolamines นำไปใช้ในเครื่องสำอางและของใช้ส่วนบุคคล (personal care) ส่วน Choline Chloride จะใช้ทำอาหารสัตว์

" โครงการทั้ง 3 ไม่น่าเป็นห่วงเรื่องตลาด เพราะไม่มีใครทำในไทย จึงเน้นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ส่วนที่เหลือจะส่งออกไปขายในภูมิภาคนี้ โดยอาศัยช่องทางการตลาดของพาร์ตเนอร์ ซึ่งผลการศึกษาโครงการดังกล่าว มีผลตอบแทนการลงทุน (IRR) 20%" นายอดิเทพ กล่าว

สำหรับแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการดำเนินการนั้นส่วนหนึ่งจะมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินและเงินทุนหมุนเวียนบริษัทจากการดำเนินงาน โดยทีโอซีจะรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E) ไม่ให้เกิน 0.7 เท่า จากปัจจุบันที่มี D/E อยู่ที่ 0.4 เท่า

นายอดิเทพ กล่าวต่อไปว่า ในต้นปีนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จากส่วนขยายกำลังการผลิตเอทิลีนอีก 3 แสนตัน/ปี ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นรวม 9.25 แสนตัน คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องจักรได้ไม่น้อยกว่า 90%ของกำลังการผลิตในปีนี้ โดยจะเน้นส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 60%ของกำลังการผลิตเพิ่ม ส่วนที่เหลือจะจำหน่ายให้แก่ลูกค้าเดิม ในไทย ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ทำสัญญาส่งออกเอทิลีนไปแล้ว 1-1.5 แสนตัน และในปีถัดบริษัทฯจะนำเอทิลีนดังกล่าวป้อนโรงงานผลิต MEG ที่จะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 2/2549 ทำให้มีปริมาณเอทิลีนส่งออกน้อยมาก

ดังนั้น ในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้าหมายรายได้รวมทั้งสิ้น 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2547 ที่คาดว่า จะมีรายได้รวม 2.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรของปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีกำลังการผลิตเอทิลีนเพิ่มขึ้นและสเปดราคาระหว่างวัตถุดิบกับราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตันใกล้เคียงกับสเปดราคาในปี 2547 คาดว่าปีนี้ราคาเอทิลีน ในตลาดโลกจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2549 เนื่องจากจีนยังเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าพลาสติก ถึง 50% ของความต้องการใช้ทั้งหมด

"บริษัทฯจะไม่หาพาร์ตเนอร์เข้าร่วมทุนในโครงการ MEG อีกแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ทางโอมานสนใจเข้าร่วมทุน แต่สุดท้ายโอมานได้เข้ามาถือหุ้นใน ทีโอซีประมาณ 3% โดยซื้อหุ้นทีโอซีผ่านปตท.ในราคา ตลาด 68 บาท/หุ้น ทำให้ไม่สนใจเข้ามาลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้ว"

ขณะที่ความต้องการใช้เอทิลีนในตลาดโลกอีก 3-5ปี ข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 5 ล้านตัน ซึ่งอัตราการเติบโตของเอทิลีนอยู่ที่ 1.4 เท่าของจีดีพี ซึ่งกำลังการผลิตเอทิลีนส่วนเพิ่มของตลาดโลกในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา เพิ่มน้อยมากเมื่อเทียบความต้องการใช้ ทำให้ดีมานด์มากกว่าซัปพลาย ซึ่งแม้ว่าจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในอนาคต เชื่อว่าก็พียงพอสำหรับความต้องการส่วนเพิ่มเท่านั้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us