|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นักลงทุนเก็งกำไรหุ้น WORK พุ่ง 6.62% หลังโบรกเกอร์หลายแห่งปรับมุมมอง และเป้าหมายราคาหุ้นใหม่ หลังจากที่ได้เวลาผลิตรายการเพิ่มรวมได้เวลา 1,215 นาทีต่อสัปดาห์ "บล.กิมเอ็ง" คาดกำไรโตขึ้น 6% พร้อมปันผลรวม 1 บาท "เคจีไอ" ให้เป้าหมายใหม่ 23.1 บาท แนะ "ซื้อ" ด้านบล.ซิกโก้ให้ราคาเหมาะ สมที่ 18 บาท ส่วนค่ายโกลเบล็ก ระบุระวังความเสี่ยง ขณะที่หุ้น KTECH ขึ้นรับข่าวรับงานก่อสร้าง กว่า 400 ล้านบาท ดันราคาพุ่ง 6.43%
หลังจากมีการปรับเปลี่ยนผังรายการทางโทรทัศน์ในช่วงปี 48 ส่งผลให้บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน) ได้รับการจัดสรรเวลาในการออกอากาศทางช่อง 3 และช่อง 5 เพิ่มขึ้นประมาณ 295 นาทีรวมเป็นที่บริษัทได้รับจัดสรรเพื่อผลิตรายการรวม 1,215 นาที/สัปดาห์หรือคิดเป็นประมาณ 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ โดยมีรายการใหม่ 2 รายการ คือ กล่องดำ และสู้เพื่อแม่ รวมถึงการขยายเวลารายการระเบิดเถิดเทิง
ส่งผลให้ในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์ได้มีการปรับเปลี่ยนคำแนะนำในการลงทุนหลังจากแนวโน้มรายได้และกำไรของบริษัทที่จะต้องเพิ่มขึ้นจ่ายรายได้ค่าโฆษณา ที่จะได้รับตามมา
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (WORK) ในช่วงเช้าเริ่มมีการปรับขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเปิดตลาดที่ 15.20 บาท ก่อนปิดที่ระดับ 16.10 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 6.62% ขณะระหว่างวันราคาปรับขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 16.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 181.70 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEST กล่าวว่า การได้รับเวลาในการทำรายการออกอากาศทางโทรทัศน์เพิ่มของ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK ทำ ให้บล.กิมเอ็งมีการปรับประมาณการกำไรในปี 48 ของ บมจ. เวิร์คพอยท์ ขึ้นอีก 6% เป็น 298 ล้านบาท หรือ 1.49 บาท/หุ้น โดยคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผล 1 บาท/หุ้น เนื่องจากบริษัทฯได้ทำการจ่าย เงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.60 บาท/หุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบ แทน 6.7% ส่งผลทำให้บริษัท WORK เป็นหนึ่งในหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มบันเทิงในขณะนี้
นอกจากนี้ บริษัทจะมีการรับรู้รายได้เต็มปีจากรายการใหม่ที่เริ่มออกอากาศในปี 47 ที่ได้รับเวลาออกอากาศที่เพิ่มขึ้นของรายการเดิมที่ได้รับความนิยม รวมถึงการปรับขึ้นค่าโฆษณาในรายการปัจจุบัน ทำให้คาดว่ารายได้บริษัทจะเพิ่มขึ้น 32% มาเป็น 1,200 ล้านบาท
ส่วนรายการใหม่ของบริษัท 2 รายการ คือรายการเด็ก "สู้เพื่อแม่" ทางช่อง 5 เวลาออกอากาศ 150 นาที/สัปดาห์ ภายใต้สัญญาเช่าเวลากับทางสถานี โดยมีอัตราค่าโฆษณา 200,000 บาท/นาที และรายการใหม่อีกหนึ่งรายการ คือ เกมโชว์ "กล่องดำ" ซึ่งบริษัททำสัญญาแบ่งรายได้ (Revenue sharing) กับทางช่อง 3 โดยอัตราค่าโฆษณาอยู่ที่ 240,000 บาท/นาที มีเวลาออกอากาศรวม 90 นาที/สัปดาห์
รวมถึงการได้รับเวลาในการผลิตรายการระเบิดเถิดเทิงเพิ่ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นรายการที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการใช้เวลาโฆษณาสูง ก็ได้ขยายเวลาออกอากาศอีก 55 นาที รวมเป็น 110 นาที/สัปดาห์
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ซิกโก้ กล่าวว่า ยังคงเป็นปัจจัยบวก เดิมในเรื่องของเรตติ้งที่เพิ่มขึ้น และ 2 รายการใหม่ที่จะออกอากาศ ในปีหน้า ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับขึ้นยังมองมี Upside Gain อยู่ เพราะบล.ซิกโก้ให้ราคาเหมาะสมไว้ที่ 18 บาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. โกลเบล็ก กล่าวว่า ทางด้านเทคนิค ราคาหุ้น WORK ขณะนี้ค่อนข้างมีความเสี่ยงเพราะเข้าใกล้แนวต้าน สำคัญที่ 16.30 บาท รูปแบบ Double Bottom โดยแนวต้านแรกอยู่ที่ 16.30 บาท ส่วนแนวต้านต่อไปคือ 16.80 บาท ถ้าราคาหุ้นเข้าใกล้แนวต้านต้องระวังแรงเทขาย และยึดแนวรับที่ 15.20 บาท เป็นจุด cut loss ถ้าจะเล่นเก็งกำไรต้องเล่นช่วงสั้นมากๆ
บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า บริษัทได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็นที่ระดับ 23.1 บาท และยังคงแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากคาดว่ารายได้และกำไรสุทธิในปี 2548 ของ WORK จะมีการเติบโตสูงถึง 48% และ 37.5% ตามลำดับ
บทวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า การได้เวลาในการผลิตรายการเพิ่มจะทำให้รายได้และกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ได้ปรับเพิ่มประมาณการของ WORK อีก 7.7% ในปี 48 และ 7.5% ในปี 49 จึงทำให้ราคาที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นจาก 20.75 บาท เป็น 22.30 บาท อิงกับ PE 15 เท่าในปี 48
นอกจากนี้ วานนี้นายโนเรียเดอร์ เคโวเคียน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเทค คอนสตรัคชั่น หรือ KTECH แจ้งว่า บริษัทได้ลงนามทำสัญญากับบริษัท ศรัญญา พร็อพเพอร์ตี้ (2002) จำกัด เพื่อทำการก่อสร้างโครงการวิสต้า การ์เด้นส์ สุขุมวิท ซอย 71 กรุงเทพฯ มูลค่าราว 428 ล้านบาท ส่งผลทางจิตวิทยาเชิงบวกทำให้รายย่อยเข้าไล่ซื้อตั้งแต่ช่วงเช้า
โครงการดังกล่าวเป็นคอนโดมิเนียม 2 หลัง หลังละ 19 ชั้น และ 14 ชั้น พร้อมโพเดียม 3 ระดับและชั้นใต้ดิน 1 ชั้น งานที่ดำเนินการ ประกอบด้วยงานโครงสร้าง งาน สถาปัตยกรรม รวมทั้งงานระบบเครื่องกลและไฟฟ้า
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัทปิดที่ 5.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.32 บาท หรือ 6.43% มูลค่าการซื้อขาย 43.64 ล้านบาท
สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 4/47 ของ KTECH บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 80 ล้านบาท สูงกว่า 3 ไตรมาสรวมกันที่ 44 ล้านบาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. กรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า โครงการใหม่ข้างต้นมีมูลค่าราว 7% หากเทียบกับ Backlog ณ ปัจจุบันของ KTECH ที่ 5,890 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ ทั้งนี้ให้ราคาเหมาะสมหุ้น KTECH ที่ 5.95 บาท อิง PE 15 เท่า และกำไรต่อหุ้นปี 47 เท่ากับ 0.40 บาท
|
|
 |
|
|