กิจการต่อตัวถังรถบรรทุกของตระกูล "ทวีแสงสกุลไทย"
เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ ในยุคที่สุรเดช บุตรชายคนเล็กของ ช.ทวีแสงสกุลไทย
เข้ามาบริหารงานเมื่อปี 2536
สุรเดช เกิดเมื่อ 3 ก.ย.2509 จบ มัธยมต้น ที่อัสสัมชัญศรีราชา มัธยมปลาย ที่ขอนแก่นวิทยายน
ก่อน ที่จะบินไปศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ ที่ โยมิอุริ ริโกแซม และคณะบริหารธุรกิจ
ที่มหาวิทยาลัยซันโน ประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้น ได้เข้ามารับผิดชอบกิจการของครอบครัว
ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทขอนแก่น ช.ทวี จำกัด และ ได้นำแนวคิดการบริหารธุรกิจในเชิงรุก
ตามสไตล์การบริหารของนักธุรกิจสมัยใหม่เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงในขอนแก่น
ช.ทวี
ปี 2537 นับเป็นก้าวสำคัญของ ช.ทวี เมื่อได้ร่วมทุนกับบริษัทเอมิลดอลล์
ผู้ผลิตตัวถังรถบรรทุกขนาดใหญ่ จากประเทศเยอรมนี ตั้งบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน
จำกัด เพื่อผลิตต่อตัวถังรถบรรทุก รถเทรเลอร์ และรถพิเศษ ป้อน ตลาดประเทศไทย และส่งออกในแถบเอเชีย
ขณะที่บริษัท ขอนแก่น ช.ทวี (1993) จำกัด ก็ยังคงไว้
สุรเดชให้เหตุผลถึงการร่วมทุนกับผู้ผลิตต่างวัฒนธรรมว่า โนว์ฮาวเป็นสิ่งสำคัญ
หากจะลอกแบบมาทำเอง ก็ทำได้ แต่คุณภาพในเชิงลึก การลอกเลียนคงทำได้ลำบาก
หรือหากทำได้เท่าเทียมคงต้องใช้เวลานาน และเสียต้นทุนมาก เมื่อถึงจุดนั้น
เขาอาจก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นแล้ว สู้ใช้วิธีลัดร่วมทุน เจรจาในรายละเอียด ที่เหมาะสม
ก็จะได้โนว์ฮาว ที่ทันสมัย ขณะที่คุณภาพฝีมือคนไทยอาจพัฒนาเหนือกว่าบริษัทแม่ด้วยซ้ำ
สุรเดชวางตำแหน่งบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน เป็นผู้ผลิตต่อตัวถังรถพ่วงขนาดใหญ่
และรถพ่วงพิเศษป้อนตลาดทั้งใน และต่างประเทศ ขณะที่บริษัท ขอนแก่น ช.ทวี (1993)
เป็นผู้ผลิตต่อตัวถังรถบรรทุกแบบธรรมดาป้อนตลาดในประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้เขามีแผนที่จะนำบริษัททั้งสอง
เข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย
แต่แผนดังกล่าว ต้องมาสะดุดเมื่อบริษัทประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนักตั้งแต่ปี
2540 เป็นต้นมา แผนงานดังกล่าวจึงต้องพับไว้ก่อน แต่การปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร
ระบบบัญชี ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ สุรเดชต้องทุ่มเทไปกับการประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นภัยวิกฤติเศรษฐกิจให้ได้เสียก่อน
ภาระหนี้ต่างประเทศ เขาได้เจรจากับเจ้าหนี้ทั้งเยอรมัน และสิงคโปร์ เพื่อขอยืดระยะเวลาการชำระหนี้เงินต้นออกไป
ขอผ่อนผันจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยยืด L/C ออก ไป ซึ่งเจ้าหนี้ต่างประเทศก็ยอมรับในแนวทางดังกล่าว
ส่วนหนี้สินกับสถาบันการเงิน ในประเทศ ในส่วนหนี้สินระยะสั้นได้เจรจากับสถาบันการเงินขอแปลงเป็นหนี้ระยะยาว
และขอผ่อนผันชำระเฉพาะดอกเบี้ยไปก่อน ทำให้ช่วยลดความรุนแรงจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจไปได้บ้าง
ส่วนการแก้ปัญหาภายในองค์กร ไม่แตกต่างจากบริษัททั่วไปนัก ทั้งการลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กร
สร้างประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด การยุบส่วนงาน ที่ซ้ำซ้อนของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน
สุรเดช ในวัย 34 ปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ให้ทัศนะว่า
การบริหารงานในเชิงรุกของเขา ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาด ที่กล้าบริหาร และเปลี่ยนแปลงองค์กรขนาดนั้น
แต่ในวันนี้ เขามองว่ากิจการของเขาเริ่มมองเห็นแสงสว่าง ที่ปลายอุโมงค์อีกครั้ง
ทิศทาง ช.ทวีต่อจากนี้ไปมีลู่ทางดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ มีงานประมูลขนาดใหญ่ในตะวันออกกลาง ที่เขาสามารถเข้าไปแทรกตลาดได้บ้าง
มองทิศทางในอนาคตแล้วกิจการ ช.ทวีน่าจะดีขึ้น โดยทั้งตลาดส่งออก และตลาดในประเทศ
จะต้องทำควบคู่กันไป เหมือนกับคนที่ต้องยืน 2 ขา