|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บล.ภัทรเตรียมเข้าตลท.หวังระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ คาดจะระดมทุนประมาณ 1 พันล้านบาท พร้อมเล็งยื่น ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลเพื่อทำให้ประกอบธุรกิจอย่างครบวงจร
นายสุวิทย์ มาไพศาลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด เปิดเผยว่า ภายในเดือนมกราคมคณะกรรมการบริษัทจะมีการประชุมซึ่งมีวาระเกี่ยวกับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยซึ่งคาดว่าจะระดมทุนในระดับ 1 พันล้านบาท โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนนี้บริษัทมีแผนที่จะนำไปใช้ในการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ที่มีศักยภาพที่จะเติบโต รวมถึงเงินส่วนหนึ่งจะนำไปใช้รองรับการทำธุรกิจตราสารอนุพันธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
"การที่บล.ภัทรสนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพราะเห็นถึงโอกาสในการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นการลงทุนในลักษณะเวนเจอร์แคปปิตอลรวมถึงตลาดตราสารอนุพันธ์จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ดังนั้นบริษัทจึงต้องเตรียมความพร้อมที่จะทำธุรกิจด้านนี้ บริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินทุนดังนั้นบริษัทจึงต้องระดมทุน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาแน่นอนที่จะเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์" นายสุวิทย์กล่าว
สาเหตุที่สนใจลงทุนในบริษัทต่าง ๆ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าธุรกิจหลักทรัพย์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงดังนั้นจึงต้องการที่จะหารายได้จากด้านอื่นเข้ามาเพิ่ม คาดว่าผลตอบแทนที่จะได้รับจะพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE รวมทั้งจะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ปัจจุบันบล.ภัทรมีทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาท และมีส่วนของทุนประมาณ 1.1 พันล้านบาท โดยผลประกอบการในปี 2546 บริษัทมีกำไรสุทธิ 600 ล้านบาท โดยเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือเป็นแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในหุ้นขนาดใหญ่ 3 บริษัท ประกอบด้วยหุ้นบริษัทการบินไทย, ธนาคารกรุงไทย และหุ้นบริษัทไทยโอเลฟินส์
ส่วนผลประกอบการในปีนี้คาดว่ากำไรจะลดลงจากปีก่อนโดย ในปีนี้บริษัทเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หุ้นขนาดใหญ่ 2 บริษัทประกอบด้วยหุ้น บริษัทไทยออยล์ และหุ้นอสมท แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนถือ ว่ามีการระดมเงินน้อยกว่า
นายสุวิทย์กล่าวว่าธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่ผ่านมามีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบันมีส่วน แบ่งการตลาดประมาณ 3% แบ่งเป็นลูกค้าสถาบันประมาณ 80% และลูกค้ารายบุคคลประมาณ 20% โดยบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายบุคคลเพิ่มมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะยื่นขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจการบริหารกองทุนส่วนบุคคล เพื่อที่จะทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจรถึงแม้ว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจล่าช้าแต่ก็เชื่อว่าไม่ส่งผลเสียต่อบริษัทแต่อย่างใด เพราะแต่ละบริษัทนั้นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันรวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างกัน ส่วนในธุรกิจด้านวาณิชธนกิจนั้นคาดว่าภายในปีหน้าบล.ภัทรจะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 3 บริษัท โดยแบ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง คือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัทเอกชนอีก 1 แห่ง
|
|
 |
|
|