Thai Mobile เปิดบริการเป็นทางการแล้ว ทันเส้นตายกำหนดใช้ความถี่ ช่วงแรกทดสอบระบบ
5,000 เครื่องเพื่อรอความ พร้อมด้านการตลาด หลังบอร์ดทศท.ตกลงเรื่องผลตอบแทนสามารถ
ไออีซี "สุธรรม มลิลา" ย้ำมือถือ 1900 ไม่ล็อกรหัสเครื่อง เปิดรับมือถือ
ที่พร้อมใช้งานมาซื้อซิมการ์ดใช้ได้ทันที คาดเปิดขายก.ค.นี้ ส่วนเครือ ข่ายเตรียมประมูลอีก
800 สถานีฐาน
วานนี้ (25 มี.ค.) กิจการร่วมค้าองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) และการสื่อสารแห่งประเทศไทย
(กสท.) ได้เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์อย่างเป็นทางการ
ในชื่อบริการ Thai Mobile โดยมี นายศรีสุข จันทรางศุ ปลัดกระทรวง คมนาคมเป็นประธาน
และมีผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 2 หน่วยงานร่วมในงาน
นายศุภชัย พิศิษฐวานิช ประธานบอร์ดทศท. กล่าวว่าโทรศัพท์มือถือ 1900 เมกะเฮิรตซ์
เป็น ทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ให้ ทศท.และกสท.ดำเนินการร่วมกันในลักษณะกิจการร่วมค้า
โดยทศท. จะทดลองให้บริการในช่วง 3 เดือน เพื่อใช้เวลาในระหว่างนี้ติดตั้งสถานี
ให้แล้วเสร็จ เตรียมความพร้อมด้าน การตลาด จัดการระบบในแจ้งหนี้ และศึกษาถึงปัญหาในการให้บริการ
ด้านต่างๆ ก่อนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในราวเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้
"เป้าหมายใน 12 เดือนแรกหลังให้บริการ Thai Mobile จะต้องมียอดขายได้อย่างน้อย
3 แสนหมายเลข"
ในช่วงทดลองบริการ ทศท.จะใช้วิธีการแจกฟรีเครื่องให้ผู้บริหารทั้ง 2 หน่วยงานใช้
โดย เสียค่าลงทะเบียนเพียง 107 บาท และใช้ได้ไม่จำกัดจำนวน ส่วนการใช้งานในต่างจังหวัดนั้น
แหล่งข่าวจากเอไอเอส ระบุว่าเอไอเอสพร้อมให้ Thai Mobile โรมมิ่งได้ทันทีที่เครือข่ายมีความพร้อม
โดยผลตอบแทนเป็นไปตามหลักการเจรจา คือ 70:30 หมายถึงทศท.ต้องจ่ายค่าโรมมิ่งหรือ
ใช้เครือข่ายเอไอเอสเป็นจำนวน 70% ของรายได้ค่าโทรศัพท์
นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการทศท. กล่าว ว่าแนวทางการทำตลาดของ Thai Mobile
ทศท. จะเป็นผู้จำหน่ายซิมการ์ดหรือควบคุมหมายเลข เอกชนจะทำเฉพาะหน้าที่การขายและการให้บริการ
โดยที่เครื่องโทรศัพท์มือถือในระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์จะไม่มีการล็อกรหัสประจำเครื่อง
ประชาชนสามารถนำเครื่องเข้ามาขอเลขหมายหรือซื้อซิมการ์ดจากทศท.ได้ทันทีส่วนระบบบิลลิ่ง
จะใช้วิธีการเช่าจากบริษัทสามารถ โทรศัพท์มือถือร่วมค้าหรือทศท.จะเป็นผู้บริหารเอง
เนื่องจาก ระบบบิลลิ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ
ส่วนการแต่งตั้งเอกชนเป็นตัวแทนการขาย และบริการนั้น ที่ประชุมบอร์ดทศท.ได้อนุมัติให้บริษัทสามารถ
อี-เทรดดิ้ง และบริษัท ไออีซี เป็น ตัวแทนการขายและบริการ โดยจ่ายผลตอบแทน
ให้เลขหมายละ 1,300 บาท สำหรับยอดลูกค้าใหม่ต่อเดือนไม่เกิน 20,000 ราย เลขหมายละ
1,500 บาท สำหรับยอดลูกค้าใหม่ที่มากกว่า 20,000 ราย แต่ไม่เกิน 50,000 ราย
และเลขหมาย ละ 1,700 บาท หากยอดลูกค้าใหม่ในส่วนที่เกินกว่า 50,000 ราย
หากในกรณีที่ทศท.ต้องการให้เอกชนขายเครื่องลูกข่ายในระดับที่ต่ำกว่าทุน
(ราคานำเข้าเครื่องบวกภาษีนำเข้าบวกค่าดำเนินการนำเข้า ไม่เกิน 5% ของราคานำเข้าเครื่องลูกข่าย)
ทศท. จะต้องชดใช้เงินให้กับบริษัทเท่ากับส่วนต่างของราคาขายเครื่องลูกข่ายกับต้นทุนการขายเครื่องลูกข่าย
สำหรับแผนการขยายเครือข่ายของระบบมือถือ 1900 ตามแผนที่เสนอให้บอร์ดทศท.
พิจารณาจะลงทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ติดตั้งชุมสายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มอีก
8 ชุมสายและสถานีฐานจำนวน 2,300 สถานี เพื่อให้รอง รับผู้ใช้บริการ 2 ล้านเลขหมาย
แต่บอร์ดทศท. อนุมัติเพียงการขายเครือข่ายในกรุงเทพฯและปริมณฑลอีกเพียง 800
สถานีฐาน โดยเป็นการติดตั้งในอาคาร (Indoor) จำนวน 300 สถานีฐาน และติดตั้งอุปกรณ์
Outdoor อีก 500 สถานีฐาน โดยใช้วิธีเปิดประมูลทั่วไป ใช้งบลงทุนของทศท.เอง
"อย่างไรก็ตาม หลังผ่านการพิจารณาจากบอร์ดทศท.แล้ว ก็ยังต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมที่มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน
และมีประธานบอร์ดและผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่งเป็นกรรมการ"