|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ มกราคม 2548
|
 |

โครงการบ้านระดับ high-end ราคาเริ่มต้นที่ 15-80 ล้านบาท กว่า 20 โครงการกำลังเปิดตัวขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดคือการตกผลึกของผู้ประกอบการที่กล้าลงมือทุ่มเม็ดเงินสร้างสินค้า ที่ส่วนใหญ่ต้องสร้างก่อนขาย และเป็นอีกประวัติศาสตร์หนึ่งของการพัฒนาบ้านจัดสรรในเมืองไทยที่มีนัยสำคัญสะท้อนไปถึงแนวโน้มการทำธุรกิจของบ้านจัดสรรในอนาคต
ในยุคนี้เราได้เห็นบ้านเดี่ยวในพื้นที่ไม่ถึง 100 ตารางวา ราคาเริ่มต้นขายที่ 20 ล้านบาทขึ้นไปหลายโครงการ หรือบ้านบางแบบพื้นที่ประมาณ 100 ตารางวา ราคาขายเกือบ 50 ล้านบาท
เป็นปรากฏการณ์การสร้าง "สังคม" ใหม่ให้กับลูกค้าและเป็นการกำหนด "Positioning" ของสินค้าให้แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ในตลาด
จากการสำรวจของ "ผู้จัดการ" พบว่าปัจจุบันมีโครงการที่เริ่มต้นในระดับราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป กำลังทำการก่อสร้างและขายอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 20 โครงการ
บริษัทที่มีชื่อเสียงมานานอย่างแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และควอลิตี้เฮ้าส์ หรือกลุ่มชาญอิสสระ ที่มีความมั่นคงของ "แบรนด์" เป็นจุดขาย ยังคงระวังตัว สร้างบ้านก่อนขายประมาณ 4-5 หลัง ก่อนที่จะทยอยสร้างก่อนขายไปเรื่อยๆ ยกเว้นโครงการล่าสุด "ลดาวัลย์ ณ เจ้าพระยา" ที่มั่นใจมาก สามารถสร้างก่อนขายไปทั้งหมด 41 ยูนิต ราคา 15-88 ล้านบาทและขายได้หมดภายใน 2 เดือน
ในขณะที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่หลายโครงการ ที่มีเงินและครอบครองที่ดินแปลงใหญ่ในทำเลดี ใช้วิธีเรียนลัดในการทำงานด้วยการดึงมืออาชีพจากบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นผู้ร่วมทีม ประสบการณ์ที่หาซื้อได้ด้วยเงินนี้จึงน่าสนใจว่าจะสามารถประสานการทำงานกันได้มากน้อยแค่ไหน หมู่บ้านชินณิชาของเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือไพร์มเนเจอร์ของสุนัทที เนื่องจำนงค์ จึงเป็นที่จับตามอง
ที่น่าสนใจคือ การลงทุนสร้างบ้านราคา 27-56 ล้านบาท พร้อมๆ กันถึง 96 ยูนิต ในโครงการ "บ้านแสนสิริ สุขุมวิท"
ความคิดที่ตกผลึกของผู้ประกอบการ จนเกิดความมั่นใจในการสร้างก่อนขายให้ลูกค้าระดับนี้ เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าความพอใจ แต่อะไรคือความพอใจสูงสุดของลูกค้าในสังคมใหม่ที่มีมาตรฐานนี้
จากจำนวน 20 โครงการประมาณ 1,500 ยูนิต นั้นเป็นเพียงสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนบ้านเดี่ยวที่เปิดขาย 20,872 ยูนิต ในครึ่งปีแรก 2547 (ข้อมูลจาก Sansiri Research) โอกาสที่ตลาดนี้จะขยายตัวออกไปได้มากน้อยแค่ไหน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
"ผู้จัดการ" ได้ยกตัวอย่างวิธีคิดของผู้ประกอบการ 3 ค่ายใหญ่คือ บริษัทควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และค่ายน้องใหม่ ไพร์ม เนเจอร์ เป็นกรณีศึกษา
|
|
 |
|
|