แทคขู่เตรียมยื่นอุทธรณ์ศาลปกครอง กรณี ทศท.ขู่ตัดการเชื่อมต่อสัญญาณ 28
เม.ย.หากบริษัทไม่จ่ายส่วนค้างชำระกว่า 1.52 พันล้านบาท ขณะที่บริษัทยืนยันอีกรอบ
ไม่จ่ายแน่
แทคโต้มติ ทศท. ยันไม่เคยเป็นหนี้เพราะเงื่อนไขสัญญาขัดกฎหมายใหม่ พร้อมนำเรื่องสู่การพิจารณาศาลปกครองเร็วๆ
นี้ บุญชัยท้าถ้าแทคผิดจริง ทศท.มีสิทธิฟ้อง ยันที่ผ่านมา ส่งหนังสือประนีประนอมขอแก้ไขสัญญามาตลอด
แต่ ทศท.เมิน วอนอย่าก่อเรื่องกระทบผู้บริโภค เพราะเป็นเรื่องขัดแย้งเพียง
2 องค์กร
นายศรีภูมิ สุขเนตร ประธานกรรมการบริหารบริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี
จำกัด (มหาชน) (ยูคอม) เปิดเผยว่าขณะนี้ข้อขัดแย้งระหว่างบริษัท โทเทิ่ล
แอ็คเซส คอมมูนิเกชั่น (แทค) ผู้สร้างเครือข่ายและให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากทั้ง
2 ฝ่ายต่างตีความข้อกฎหมายต่างกัน
ยูคอม ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทค เสนอให้แทคนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาศาลปกครอง
เนื่องจากพิจารณาสัญญาแทคทำกับ ทศท. แล้วเห็นว่าขัดข้อกฎหมายประกอบกิจการโทรคมนาคม
พ.ศ. 2544 ซึ่งระบุให้การประกอบกิจการโทรคมนาคมรายเดิมหรือรายใหม่ ต้องปฏิบัติตามหลักการกฎหมายฉบับนี้
สาระสำคัญ 6 ประการ คือ การให้บริการอย่างทั่วถึง การเชื่อมต่อโครงข่าย การแข่งขันที่เป็นธรรม
การจัดสรรทรัพยากร การกำหนดอัตราค่าบริการ และการให้ใบอนุญาต
โดยเฉพาะมาตรา 25 พ.ร.บ.ฉบับนี้ เกี่ยวกับการเชื่อมต่อโครงข่าย ซึ่งกฎหมายเดิมไม่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ
แต่กฎหมายใหม่ระบุอย่างชัดเจนว่า ให้เจ้าของโครงข่ายมีหน้าที่ให้โครงข่ายอื่นเชื่อมโครงข่ายตน
และการเรียกเก็บค่าตอบแทนให้เชื่อมโครงข่าย ต้องสมเหตุสมผลเป็นธรรม และเท่าเทียมกัน
ระหว่างผู้เชื่อมต่อโครงข่าย พร้อมกันนี้ พ.ร.บ.นี้มาตรา 44 72 และ 87 มีข้อกำหนดฐานความผิด
และบทลงโทษทางอาญา กรณีเจ้าของโครงข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายอย่างชัดเจน
มาตรา 44 ระบุว่าห้ามไม่ให้ผู้ใดทำให้เกิดความเสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า
ทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งโครงข่ายโทรคมนาคม เสา สาย ท่อ อุปกรณ์รับส่ง หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้ในการโทรคมนาคม
หรือสถานที่ให้บริการโทรคมนาคม
มาตรา 72 ระบุว่าหากมีผู้ฝ่าฝืนตามมาตรา 44 แต่ไม่มีผลทำให้ระบบโทรคมนาคมขัดข้อง
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รวมถึงมาตรา 87 กำกับให้กรณีผู้กระทำความผิด ต้องรับโทษตาม พ.ร.บ.นี้เป็นนิติบุคคลล
โดยให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือคนที่รับผิดชอบการดำเนินงานนิติบุคคล
ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติสำหรับความผิดนั้นๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าว
กระทำโดยไม่รู้เห็น หรือยินยอมด้วย
นายศรีภูมิกล่าวเพิ่มเติมว่าความไม่ชอบธรรมข้อสัญญาที่แทคทำกับ ทศท. อยู่ในประเด็นที่เกิดความลักลั่นเงื่อนไข
ส่วนที่ ทศท.คิดค่าเชื่อมโยงโครงข่ายจากแทค เลขหมายละ 200 บาทต่อเดือนนั้น
นอกจากการคิดค่าเชื่อมโยงโครงข่ายจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) 50%
จากส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาสัมปทานที่แทคนำส่ง กสท. ซึ่งแตกต่างจากคู่สัญญารายอื่น
ที่ ทศท. ไม่ไได้เรียกเก็บ การเลือกปฏิบัติเช่นนี้ ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า
20,000 ล้านบาท
ด้านนายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัท โทเทิ่ล
แอ็คเซส คอมมูนิเกชั่น (แทค) กล่าวว่าตั้งแต่กรกฎาคม 2544 แทคยื่นหนังสือขอเจรจากับ
ทศท. ไม่ต่ำกว่า 7 ครั้ง เพื่อให้ทบทวนหลักเกณฑ์สัญญาการคิดค่าเชื่อมโยงใหม่
ให้เป็นไปตามหลักสากลการเรียกเก็บจากต้นทางทั้ง 2 ฝ่ายเมื่อมีการติดต่อ แทนที่จะต้องเสียส่วนแบ่งให้
กสท. และเพื่อให้สอดคล้องกฎหมายประกอบกิจการโทรคมนาคมฉบับใหม่
การติดต่อดังกล่าวที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้รับการตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ จาก
ทศท. เพื่อเจรจาหาข้อสรุปทศท. คงมีแต่หนังสือแจ้งให้แทคชำระเงินค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่ยังค้างชำระเท่านั้น
"เราได้รับแต่ใบแจ้งหนี้ ไม่ได้รับบันทึกยืนยันการหารือ ผมมองว่า ทศท.
มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อแทค ทั้งในฐานะผู้ถือหุ้นแทค และในฐานะเป็นผู้ให้ใช้โครงข่าย
ปัญหานี้เป็นข้อขัดแย้งระหว่างแทคกับ ทศท. ที่ควรเจรจาตกลง เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมโดยไม่ขัดกฎหมายใหม่
“การที่ ทศท. อ้างข้อสัญญาที่ทำกับแทค ว่าแทคไม่ปฏิบัติตาม และอ้างเหตุตัดสัญญาณ
28 เมษายน เป็นเรื่องไม่สามารถทำได้ตามที่กฎหมายระบุ บริษัทยืนยันว่าปัจจุบันบริษัทไม่ได้เป็นหนี้
ทศท.ตามที่ถูกกล่าวอ้าง เพราะทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาตั้งแต่พฤศจิกายน เพราะเห็นว่าข้อกำหนดในสัญญาขัดกฎหมายใหม่"
นายบุญชัยกล่าว
การพิจารณานำข้อขัดแย้งทั้งหมดสู่การพิจารณาศาลปกครอง ซึ่งเป็นองค์กรกลางนั้น
บริษัทจะนำ 2 ประเด็นที่สำคัญ คือเงื่อนไขสัญญาที่ทำระหว่างแทคกับ ทศท. ถูกต้องตามข้อกฎหมายใหม่หรือไม่
เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจหรือไม่อย่างไร
ข้อตกลงนี้ แทคทำไว้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นการรักษาผลประโยชน์ธุรกิจทั้ง
2 ฝ่าย ซึ่งไม่เพียงแต่แทคจะทำได้เท่านั้น หาก ทศท.เห็นว่าแทคทำผิดเงื่อนไข
สามารถยื่นเรื่องต่อศาลปกครองหรือศาลแพ่งได้เช่นกัน
กรณีที่ ทศท.อ้างว่าแทคทำผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ ในฐานะผู้รับช่วงประกอบธุรกิจ
โดยยังไม่ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตนั้น นายบุญชัยกล่าวว่า แทคถือว่าบริษัทดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ประกอบการ
ไม่ใช่ผู้รับช่วง แม้วจะยังไม่ได้รับใบอนุญาต ก็เป็นโดยเท่าเทียมกัน
เพราะปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดได้รับใบอนุญาต เนื่องจากยังไม่ตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(กทช.) เพื่อกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมแทนรัฐวิสาหกิจ
ทศท.จึงไม่สามารถอ้างได้ว่าแทคทำผิดสัญญา แทคยังคงยืนยันจุดยืน และจะยินดีมากหาก
ทศท. มีจดหมายแจ้ง เพื่อเปิดเจรจาระหว่างกัน สำหรับข้อขัดแย้งระหว่าง 2 องค์กรดังกล่าว
เขาคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องตกลงระหว่างองค์กร ไม่ควรสร้างแรงกดดันให้ผู้บริโภค
เสียสิทธิหรือผลประโยชน์ที่ควรได้รับ
ข้อเท็จจริง แม้ลูกค้าแทคมีมากกว่า 3.1 ล้านราย ซึ่งเป็นสัดส่วนใกล้เคียงกับลูกค้
าทศท. แต่ไม่น้อยกว่าเครือข่ายเอไอเอส ไทยะทเลโฟนแอนด์เทเลคอมมิวนิเคชั่น
หรือเทเลคอมเอเชีย ซึ่งหาก ทศท. ยังยืนยันตัดสัญญาณเชื่อมภายใน 28 เม.ย.
บริษัทจำเป็นต้องร้องศาลปกครอง เพื่อขอความคุ้มครองฉุกเฉินต่อผู้บริโภคที่ใช้บริการแทค
แต่เชื่อว่า ทศท.ไม่กล้าตัดสัญญาณ เพราะผิดกฎหมาย และทำไม่ได้
ด้านนายพิทยาพล จันทนะสาโร ผู้อำนวยการกลุ่มอาวุโส สายงานคอร์ปอเรท บริษัทโทเทิ่ล
แอ็คเซส คอมมูนิเกชั่น เปิดเผยว่าบริษัทยอมรับว่าข้อพิพาทและข่าวที่เกิดขึ้น
ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นลูกค้าค่อนข้างมาก
ลูกค้าติดต่อผ่านคอลเซ็นเตอร์ เพื่อสอบถามความมั่นใจใช้เครือข่ายช่วงที่อาจถูกตัดสัญญาณเชื่อม
บริษัทยังคงยืนยันแสดงจุดยืนจัดกิจกรรมส่งเสริมความเชื่อมั่น เพื่อทำตลาดต่อเนื่อง
คาดว่าจะเริ่มกิจกรรมแรกสัปดาห์หน้า
กรณีข้อพิพาทดังกล่าว แทคยื่นเรื่องเสนอ ทศท. ให้ยกเลิกเรียกเก็บอัตราคงที่
200 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน เปลี่ยนเป็น 50 สตางค์ต่อนาที ไม่ว่าจะเป็นการใช้สัญญาณต้นทาง
หรือปลายทาง โดยพื้นฐานคิดจากอัตราเฉลี่ยการใช้โทรศัพท์พื้นฐาน (Fixed Line)
3 บาทต่อ 3 นาที ค่าเฉลี่ยต่อนาทีคือ 1 บาท เมื่อต่างฝ่ายต่างเก็บ จะตกที่
50 สตางค์
แต่ข้อเสนอนี้บริษัทไม่ได้รับการตอบรับหรือให้ความสนใจจาก ทศท.แต่อย่างใด
บริษัทยังแสดงจุดยืนไม่ชำระเงินใดๆ ให้ ทศท.ทั้งสิ้น เพราะถือว่าไม่ได้เป็นหนี้
ทศท. หาก ทศท.คิดว่าแทคผิดเงื่อนไข สามารถฟ้องร้องได้
ผู้บริหารแทคยังอ้างคำอภิปรายนายแก้วสรร อติโพธิ สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร
(สว.) ที่อภิปรายในการแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคมมาตรา 25
ว่า
"ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่าย มีหน้าที่ต้องให้เชื่อมต่อ ไม่มีเหตุปฏิเสธใดๆ
ทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคถูกแบ่งไว้ นี่เป็นกลุ่มนี้ ผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่งก็ไปอยู่อีกโครงข่ายหนึ่ง
และก็ต่อกันไม่ได้เลย อันนี้ห้างเด็ดขาด
“โครงข่ายนี้ต้องถือเป็นของกลาง ซึ่งโดยหลักนี้ ข้อพิพาทที่จะเกิดขึ้นเวลาใครมาขอเชื่อมกับใคร
มีอยู่อย่างเดียวคือราคาเท่าไร ไม่มีเหตุปฏิเสธ แต่ถ้าเป็นเรื่องการใช้ ตัวเองได้ฝ่ายเดียว
มาขอใช้เพื่อไปบริการลูกค้าตนเอง ตรงนี้ตั้องได้รับการปฏิบัติต่างกัน"
ผู้บริหารแทควันนี้อ้าง พ.ร.บ.ใหม่ตลอดเวลา ชี้ว่าเป็นการรักษาผลประโยชน์แต่ละฝ่าย
ซึ่งตีความข้อกฎหมายแตกต่างกัน แทคไม่ยืนยันชัดเจนว่าจะนำเรื่องขึ้นสู่การพิจารณาศาลปกครองเมื่อใด
ดูเหมือนต่างฝ่ายต่างรอดูท่าทีกันและกัน รอเปิดเจรจาอีกรอบสัปดาห์หน้า
ก่อนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะใช้มาตรการกฎหมายชี้ขาด ผู้บริหารแทคยืนยันหนักแน่นว่า
บริษัทพร้อมปฏิบัติตามข้อชี้ขาดศาลปกครอง ซึ่งถือเป็นคำตัดสินสูงสุด ไม่ว่าต้องชดใช้เงินให้
ทศท.หรือไม่ก็ตาม