Verner Liipfert ชื่อนี้อื้อฉาวในบ้านเรา เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา...
ในระหว่างการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านต่อกรณีนิตยสารฟาร์อีสเทิร์น อีโคนอมิก
รีวิว (Far Eastern Economic Review - FEER) พวกเขาได้เปิดเผยชื่อของบริษัทวิ่งเต้น
หรือ lobbying firm แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาออกมา โดยระบุว่า บริษัทดังกล่าวนี้ได้รับจ้างวิ่งเต้นให้รัฐบาลไทยหลายเรื่องด้วยกัน
รวมทั้งกรณีของ FEER ที่ผู้แทนของบริษัทนี้ เสนอที่จะประสานให้ผู้แทนของนายกรัฐมนตรีไทยได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ
FEER ที่ฮ่องกง เพื่อให้ฝ่ายไทยได้ชี้แจงถึงความกังวลต่อรายงานที่ขาดความระมัดระวังและคลาดเคลื่อน
ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า Verner Liipfert เป็นบริษัทรับวิ่งเต้นอย่างถูกกฎหมาย
และในสหรัฐฯ มีบริษัททำนองนี้อยู่มากมายหลายบริษัทด้วยกัน เพียงแต่ Verner
Liipfert ได้ชื่อว่าทรงอิทธิพลสูงสุดแห่งหนึ่งเท่านั้น
Verner Liipfert มีชื่อเต็มว่า Verner, Liipfert, Bernhard, McPherson
& Hand, Chartered
บริษัทนี้มีคำขวัญหรูว่าความสำเร็จของท่านคืองานของเรา...
Your Success Is Our Business.
Verner Liipfert ไม่ใช่บริษัทใหม่ แต่ถือกำเนิดมานานถึง 40 ปีแล้ว หากมองผิวเผิน
คนทั่วไปอาจจะเข้าใจเพียงว่าบริษัทนี้เป็นสำนักงานกฎหมาย (law firm) ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเท่านั้น
แต่ Verner Liipfert มีกิจกรรมมากกว่านั้นในฐานะบริษัทที่ทำการวิ่งเต้นเรื่องต่างๆ
ให้กับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานของรัฐ และไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงในสหรัฐฯ
เท่านั้น แต่ยังได้ขยายเครือข่ายออกไปทั่วโลกอีกด้วย
Verner Liipfert ไม่ใช่วิ่งเต้นเฉพาะกับรัฐบาลและรัฐสภาของสหรัฐฯ เท่านั้น
แต่รวมเลยไปถึงสื่อต่างๆ ในสหรัฐฯ อีกด้วย
คงพอทราบกันนะคะว่า เจ้าของนิตยสาร FEER คือ Dow Jones & Company ซึ่งทรงอิทธิพลของสหรัฐฯ
สำหรับหนังสือพิมพ์ที่เป็นธงของเครือนี้ก็คือ The Wall Street Journal นั่นเอง
Verner Liipfert เป็นบริษัทวิ่งเต้นบริษัทเดียวในสหรัฐฯ ที่มีอดีตผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ
มาทำงานให้ถึง 2 คน คนหนึ่งคือ จอร์จ มิตเชลล์ (George Mitchell) และอีกคนหนึ่งคือ
บ็อบ โดล (Bob Dole) ทั้งคู่มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาพิเศษ
สำหรับจอร์จ มิตเชลล์ นอกจากจะเคยดำรงตำแหน่งผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ
แล้ว เขายังเคยมีบทบาทสำคัญในการเจรจาสันติภาพไอร์แลนด์เหนือและตะวันออกกลาง
และเมื่อปลายปีที่แล้ว สภากาชาดสหรัฐฯ ก็ได้ตั้งให้เขาเป็นผู้ดูแลกองทุนที่มีชื่อว่า
Liberty Disaster Fund ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวินาศกรรม
เมื่อวันที่ 11 กันยายน
ส่วนบ็อบ โดล แม้จะเพิ่งมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษให้กับ Verner Liipfert เมื่อไม่กี่ปีมานี้
แต่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างโดลกับบริษัทนี้ดูจะมีมายาวนาน ย้อนไปสมัยที่โดลสวมเสื้อพรรครีพับลิกันลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
บริษัทยาสูบ 5 ราย ที่เป็นลูกค้าของ Verner Liipfert คือ Philip Morris,
RJR, Brown & Williamson, UST และ Loews ล้วนติดกลุ่ม 1 ใน 10 ผู้บริจาครายใหญ่ของโดลในครั้งกระนั้นทั้งสิ้น
โดยเฉพาะ Philip Morris บริจาคให้โดลถึง 2 ล้าน 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ
เป็นที่ทราบกันดีทั่วไปว่า รายได้หลักของ Verner Liipfert มาจากการวิ่งเต้นให้กับ
บริษัทยาสูบ โดยในปี 2540 Verner Liipfert มีรายได้สูงสุดในกลุ่มบริษัทประเภทเดียวกัน
ดังนั้น เมื่อรายได้ของอุตสาหกรรมบุหรี่ลดลงในเวลาต่อมา จึงย่อมส่งผลกระทบถึง
Verner Liipfert อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากมิตเชลล์และโดลแล้ว หุ้นส่วนของ Verner Liipfert ในปัจจุบันยังประกอบไปด้วยอดีตรัฐมนตรีและอดีตผู้ว่าการรัฐของสหรัฐฯ
อีกหลายต่อหลายคนด้วยกัน
สำหรับหุ้นส่วนสำคัญที่ทำให้ Verner Liipfert เป็นบริษัทวิ่งเต้นที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดบริษัทหนึ่งในสหรัฐฯ
ก็คือ แฮร์รี แมกเฟอร์สัน (Harry McPherson) และลอยด์ แฮนด์ (Lloyd Hand)
ทั้งสองคนมีบทบาทอย่างสูงในสมัยประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน (President
Lyndon B. Johnson) ขณะที่ เบิร์ล เบิร์นฮาร์ด (Berl Bernhard) หุ้นส่วนอีกคนหนึ่งก็ได้ชื่อว่า
เป็นนักวิ่งเต้นระดับมือวางอันดับต้นๆ คนหนึ่งของวอชิงตัน ดี.ซี.
Verner Liipfert มีชื่อเสียงอย่างมากในการวิ่งเต้นด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะโทรคมนาคม
รวมไปถึงด้านแรงงาน พลังงาน และการค้าระหว่างประเทศ
วิลเลียม เคนนาร์ด (William Kennard) อดีตประธาน FCC - The Federal Communications
Commission ซึ่งดูแลด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีบิลล์
คลินตัน (Bill Clinton) ก็เคยทำงานให้กับ Verner Liipfert มาก่อน
ต้องยอมรับว่า นักการเมืองชื่อดังที่เกี่ยวพันกับ Verner Liipfert ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งนั้น
เป็นเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดลูกค้ามาให้กับบริษัทแห่งนี้
ยิ่งดังมาก ก็หมายถึงยิ่งต้องจ่ายแพงมาก!
สำหรับตอนนี้ผู้ที่เป็นแม่เหล็กใหญ่ยังคงเป็นโดลกับมิตเชลล์
ถึงแม้ว่า Verner Liipfert จะเป็นสำนักงานกฎหมายและบริษัทวิ่งเต้นที่โด่งดังมากในช่วงที่ผ่านมา
แต่ในห้วงเวลาที่สหรัฐฯต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย Verner Liipfert ก็ไม่อาจรอดพ้นจากวิกฤตดังกล่าวไปได้
ปีที่แล้ว Verner Liipfert ต้องให้พนักงานทั้งที่เป็นนักกฎหมายและนักวิ่งเต้นออกจากบริษัทไปหลายสิบคนด้วยกัน
พร้อมกับได้ทยอยปิดสำนักงานไปหลายแห่งด้วยกัน โดยเวลานี้คงเหลือไว้เฉพาะที่วอชิงตัน
ดี.ซี. ไมอามี และลาสเวกัสเท่านั้น
สำหรับ Verner Liipfert แล้ว นับเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 40
ปี ซึ่งทางบริษัทแถลงว่าสาเหตุสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานข่าวว่า รายได้จากการวิ่งเต้นให้กับบริษัทยาสูบที่
Verner Liipfert ซึ่งเคยทำได้ถึง 8 ล้าน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2540 มาถึงวันนี้มีค่าเท่ากับศูนย์
ไม่เพียงแต่เท่านั้น ผลที่ตามมาจากการปรับตัวขององค์กรครั้งล่าสุดนี้ ทำให้
Verner Liipfert มีหนี้สูญที่ตามเก็บไม่ได้สูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ยามนี้ต้องถือว่า Verner Liipfert ไม่สบายนัก...