แกลลอรี่หลังเล็กๆ กะทัดรัด สุดสนามหญ้าสีเขียวหลังนั้น มีรูปร่างเหมือนโกดัง
ซึ่งสมใจ ไรส์ บอกว่า มันเหมือนเวทีมากกว่า เพราะเธอสามารถที่จะเปลี่ยนรูปแบบไปได้เรื่อยๆ
ตามเนื้อหาของงานที่จะนำมาแสดง
ทุกอย่างในแกลลอรี่แห่งนี้ เกิดขึ้นจากไอเดียของเธอทั้งหมด รวมทั้งลงมือก่อสร้างเองในบางส่วนด้วย
โดยใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือนก็เสร็จเรียบร้อย
"แพงไอเดีย แต่ถูกเงิน" สมใจเล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจ และบอกว่าแกลลอรี่แห่งนี้ไม่ได้หรูหรา
ปูพรม ติดแอร์เย็นฉ่ำ แต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ดังนั้นตัวห้องก็เลยเป็นกระจกใสทั้งหลัง
สามารถเห็นดงกล้วยใบเขียวใส และความร่มรื่นภายนอกได้ทุกจุด โดยเฉพาะต้นก้ามปูใหญ่ยักษ์ริมรั้ว
ที่อายุยาวนานกว่า 50 ปี และได้รับรางวัลอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ดีเด่น รางวัลที่
2 จากกรุงเทพมหานครไปเมื่อปี พ.ศ. 2542
ถ้าแสงจ้าจัดเกินไป มู่ลี่ไม้ไผ่แผงละ 400 บาท จากตลาดนัดจตุจักร ก็จะถูกคลี่ลงมาบังแสงในวันที่อากาศร้อน
พัดลมติดเพดานอันใหญ่ที่หาซื้อมาจากแหล่งเดียวกัน ก็จะทำหน้าที่ของมัน เช่นเดียวกับหน้าต่างกระจกบางบาน
ก็ยังสามารถเปิดกว้างรับลมพัดตึงจากถนนเพชรบุรีเข้ามาได้ด้วย โชคดีที่อาคารนี้อยู่ในพื้นที่กว้างขวางถึง
1 ไร่ และรั้วเตี้ยๆ หลังแกลลอรี่ยังติดกับบ้านเพื่อนบ้านที่เต็มไปด้วยพรรณไม้ต่างๆ
เช่นเดียวกัน
โครงสร้างเหล็กตรงหลังคา และเพดาน ถูกสมใจจัดการทาสีลายพรางของทหาร เพื่อลดความแข็งกร้าวของเนื้อเหล็ก
ลูกเล่นที่น่ารักอีกอย่างก็คือ ลูกกรงเหล็กตรงระเบียงชั้นลอยนั้น นอกจากเป็นลายพรางแล้ว
เธอยังออกแบบให้เหมือนผู้หญิง ยืนเข้าแถวหันก้นให้อีกด้วย
ดูหมือนเธอจะชอบสีนี้เป็นพิเศษ ถ้าเห็นผู้หญิงรูปร่างสูง ผมยาว ขับรถเบนซ์สปอร์ตลายพราง
ออกจากถนนสุขุมวิทตอนเช้าๆ เพื่อไปเล่นเทนนิสล่ะก็ นั่นเลย! ใช่เธอ เพราะคงมีคันเดียว
ในประเทศไทยแน่นอน
ส่วนพื้นซีเมนต์ธรรมดา ถูกทาทับด้วยสีชานอ้อย ปูเสื่อผืนละ 60 บาท ให้ลูกค้าที่ต้องการนั่ง
หรือนอน ดูภาพ ผนังถูกทาด้วยสีขาวสะอาดตา ทำให้ภาพเขียนสีน้ำของเธอดูโดดเด่นขึ้น
"พี่ยึดสีธรรมชาติไว้ก่อน เพราะเชื่อว่ามันไม่ล้าสมัย และตกแต่งได้ง่าย"
เธอบอก และชี้ให้ดูหลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องลอนคู่ธรรมดาว่า นอกจากราคาไม่แพงแล้ว
เมื่อมีปัญหาก็สามารถเปลี่ยนได้ง่าย และควรทาสีภายนอกให้เป็นสีอ่อนๆ เพื่อการสะท้อนแสงสามารถลดความร้อนภายในแกลลอรี่ได้ด้วย
สมใจ ไรส์ แกลลอรี่ อยู่ในซอยสุขุมวิท 49/13 มีอาณาเขตติดกับบ้านของสมใจ
ซึ่งอยู่มานานถึง 20 ปี ก่อนหน้านี้ เคยมีบ้านให้เช่า หลังจากนั้นก็ปล่อยทิ้งให้เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย
ซึ่งที่จริงแล้วอาจจะพลิกฟื้นให้เป็นคอนโดมิเนียมหรือทาวน์เฮาส์ราคาแพงก็ได้
แต่ด้วยความเป็นคนที่ชอบต้นไม้แท้ๆ ทีเดียว ทำให้เธอปรับปรุงมาเป็นแกลลอรี่กลางสวน
ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2544 ที่ผ่านมาแทน
จากก้าวแรกที่เดินผ่านประตูรั้วเข้ามาจนถึงประตู แกลลอรี่ ลูกค้าสามารถสัมผัสสายลม
สัมผัสใบไม้ร่วง สร้างความสงบ สดชื่น เป็นบรรยากาศที่แตกต่างไปจากแกลลอรี่อื่นๆ
บางคนอาจไม่ชอบดูภาพในแกลลอรี่ ก็สามารถยกใส่ขาหยั่งไป นั่งดู นอนดู ใต้ต้นไม้ใหญ่ในบริเวณรอบๆ
ได้ด้วย ดูจนพอใจไม่ซื้อไม่เป็นไร เพราะเป้าหมายหนึ่งของสมใจ ไรส์คือต้องการให้คนมาดูผลงาน
เธอเชื่อว่า คนที่รักศิลปะหลายคนอาจจะรักแล้วก็มองโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของก็ได้
และการดูภาพบ่อยๆ นั้นสามารถทำให้คนมีความรู้ทางด้านศิลปะเพิ่มขึ้นมาได้เช่นกัน
จุดประสงค์ที่สำคัญในการสร้างแกลลอรี่หลังนี้ นอกจากเป็นที่รวบรวมผลงานของเธอที่ใช้ชีวิตในการวาดรูปมานานถึง
20 ปีแล้ว ยังต้องการให้ที่นี่เป็นประโยชน์กับศิลปินโดยทั่วไปด้วย โดยเฉพาะศิลปินผู้หญิงต่างจังหวัดที่มีความสามารถ
แต่ไม่มีโอกาสได้แสดงผลงาน เพราะไม่ได้อยู่ในแวดวงหรือสถาบันใดๆ เลย โดยอาจจะต้องมีผู้ช่วย
แบ่งเป็นภาคๆ ไป เพื่อจัดหางานของผู้หญิงเหล่านั้นมาแสดง นอกจากจะสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นในตัวศิลปินเอง
และยังทำให้งานทางด้านศิลปะหลากหลายมากขึ้นด้วย
การจัดแสดงผลงานของมูลนิธิ และองค์กรการกุศลต่างๆ ก็เป็นอีกเป้าหมายของการสนับสนุนเช่นกัน
โปรแกรมหนึ่งที่กำหนดไว้แล้วก็คือ เป็นสถานที่แสดงผลงานของเด็กในสลัม และเป็นที่จัดงานประจำปีให้กับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมด้วย
ดูเหมือนว่า เธอเป็นศิลปินคนหนึ่งที่มีพลังงานอย่างไม่รู้จักจบสิ้น มีความมุ่งมั่นในชีวิตอย่างแน่วแน่
เธอจบบทสนทนากับ "ผู้จัดการ" ในวันนั้นด้วยสไตล์มันๆ ว่า
"ชีวิตพี่ มีชีวิตเดียว อยากทำอะไร ทำเลย ไม่ต้องกลัวใครว่าใครวิจารณ์
ชีวิตนี้ใส่เกียร์หนึ่งเดินหน้าลุยลูกเดียวอยู่แล้ว"