Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน13 ธันวาคม 2547
ปรับแผนซื้อคืนรถไฟฟ้าตั้งหลักรอหลังต่อขยาย             
 


   
www resources

โฮมเพจ รถไฟฟ้ากรุงเทพ
โฮมเพจ ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ
โฮมเพจ กระทรวงคมนาคม

   
search resources

ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ, บมจ.
กระทรวงคมนาคม
รถไฟฟ้ากรุงเทพ, บมจ.
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
Transportation




"สุริยะ" ปรับแผนซื้อคืนหุ้นรถไฟฟ้า ประเมินสถานการณ์หลังมีกระแสข่าวคน ในรัฐบาลไม่เห็นด้วย เพิ่มทางเลือก ตัดสินใจซื้อ 100% ซื้อบางส่วน หรือไม่ซื้อเลย 14 ธ.ค.หารือเรื่องเงินกับคลังก่อนให้คำตอบ คาดสรุปไม่ได้อาจต้องชะลอการซื้อหุ้นออก ไปจนกว่าจะสร้างรถไฟฟ้า 294 กม.เสร็จ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจจะชะลอการซื้อหุ้นรถไฟฟ้าใต้ดินของบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล ในสัดส่วน 25% ในราคาพาร์ 1 บาท ออกไปก่อน เนื่องจากราคาหุ้นของบีเอ็มซีแอลตามมูลค่าทางบัญชีขณะนี้ไม่ถึง 1 บาท ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลผลดี-ผลเสียทั้งหมดของการซื้อคืนหุ้นรถไฟฟ้า ทั้งในส่วนของรถไฟฟ้าใต้ดิน บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล และรถไฟฟ้าบีทีเอส จากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส

โดยขณะนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)ได้ทำหนังสือมายังกระทรวงคมนาคมแล้วว่า ต้องการดำเนินการซื้อหุ้นตามสิทธิ์ในสัดส่วน 25% ก่อน โดยในวันที่ 14 ธ.ค.นี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องการซื้อหุ้น 25% ได้ ทั้งนี้ยังยืนยันว่าแนวทางการซื้อสัมปทานเดินรถไฟฟ้าคืนทั้งหมด ทั้งจากบีเอ็มซีแอลและจากบีทีเอส เป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการบริหารระบบขนส่งมวลชน แต่ทั้งนี้จะต้องพิจารณาเรื่องอื่นประกอบด้วย โดยเฉพาะราคาและแหล่งเงิน ซึ่งจะหารือกับกระทรวงการคลัง และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด ซึ่งหุ้น 25% นั้น เป็นสิทธิ์ที่รัฐสามารถซื้อได้ในราคาพาร์อยู่แล้ว และรฟม.ได้แจ้งมาว่า รฟม.สามารถที่จะกู้เงินจากธนาคาร พาณิชย์ โดยใช้หุ้นดังกล่าวเป็นหลักค้ำประกันได้ โดยไม่ต้องให้ทางกระทรวงการคลังเข้ามาค้ำประกันแต่อย่างใด

นายสุริยะ กล่าวยอมรับว่า การซื้อหุ้นจากบีเอ็มซีแอล มีหลายเงื่อนไขที่ต้องนำมาพิจารณา และขณะนี้มีหลายทางเลือกเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่แนวทางการซื้อคืนทั้งหมด 100% หรือการซื้อหุ้นเพียงบางส่วน หรือไม่ซื้อเลย แต่อย่างไรก็ตาม หากจะซื้อหุ้น 25% ตามสิทธิ์ก่อนนั้น ก็จะต้องเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายในเดือนธันวาคมนี้

ส่วนการซื้อสัมปทานเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส จากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอส นั้น ได้มีการพิจารณาคู่ไปด้วยโดยคณะ กรรมการในการเจรจาซื้อคืนที่มี นายอุทิศ ธรรมวาทิน อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธานคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้เช่นกัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า คาดว่าในการหารือในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ จะมีการหารือในภาพรวมของระบบการขนส่งมวลชนระบบราง ที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะก่อสร้างระบบรางเพิ่มเติมอีกประมาณ 294 กม.ในระยะเวลา 6 ปี ซึ่งหากการเจรจาซื้อคืนบีเอ็มซีแอล และบีทีเอส ยังไม่ได้ข้อยุติ รัฐบาลก็จะมาดำเนินการในโครงการที่เหลือให้เรียบ ร้อยก่อน แล้วค่อยมีการเจรจาซื้ออีกครั้ง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดระบบการใช้ตั๋วร่วมได้

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายสุริยะ ระบุว่า การซื้อคืนรถไฟฟ้าเป็นของรัฐทั้ง 100% เพื่อให้สามารถบริหารจัดการระบบรางได้คล่องตัวยิ่งขึ้น เช่น การกำหนดอัตราค่าโดยสาร การใช้ระบบตั๋วร่วมและการทำส่วนต่อขยายและต่อเชื่อมเส้นทาง โดยเห็นว่าการให้สัมปทานเอกชนเดินรถเอกชนจะคำนึง ถึงผลตอบแทนการลงทุนเป็นหลัก ขณะที่หลักการลง ทุนระบบรางต้องคำนึงผลประโยชน์ของประชาชนการ ประหยัดด้านพลังงานเป็นหลัก ซึ่งเมื่อคิดแต่ความคุ้มทุนก็ต้องกำหนดค่าโดยสารแพง

สำหรับข้อสัญญาระหว่างรฟม.และบีเอ็มซีแอลนั้น มีข้อความแนบท้ายระบุว่า รัฐจะต้องซื้อหุ้นคืนภายใน 12 เดือน นับจากลงนามในสัญญาในปัจจุบัน ถือว่าได้ล่วงเลยกำหนดไปแล้ว หากรัฐจะซื้อคืนทางบีเอ็มซีแอล จะเจรจาในราคาที่เป็นจริง ซึ่งนาย ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรฟม. กล่าวยืนยันว่า รัฐยังมีสิทธิซื้อหุ้นสัดส่วน 25% จากราคาพาร์ จากบีเอ็มซีแอลอย่างแน่นอนเพราะรฟม.ได้ทำหนังสือสงวนสิทธิดังกล่าวไปยังบีเอ็มซีแอล ภายในเวลา 12 เดือน หลังลงนามในสัญญาตามเงื่อนไขและในสัญญายังระบุว่าให้ชำระค่าหุ้น 25% ดังกล่าวในช่วงที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

ส่วนหุ้นอีก 75% นั้นบีเอ็มซีแอล เสนอขายในราคา 3 บาทต่อหุ้น ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะทำให้รัฐซื้อในราคา เพียงหุ้นละ 2 บาทเศษเท่านั้น โดยหากคิดเฉลี่ยจากหุ้นทั้งหมด 100% คือ 25% ในราคา 1 บาท 75% ในราคา 3 บาท อย่างไรก็ตามบีเอ็มซีแอลระบุว่า การซื้อหุ้น 25% จะต้องจบก่อนที่บีเอ็มซีแอลจะเข้าตลาด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us