"มิ่งขวัญ"ลังเลเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ "MCOT Televition" สถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ อ้างรอผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา ระบุหากไม่คุ้มค่าอาจไม่ทำหรือต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ฟุ้งผลการดำเนินงานปี"47 อสมท.มีรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ โดยมีกำไรสุทธิกว่า 1 พันล้านบาท คาดปี"48 รายได้พุ่ง 30% หลังเปิดตัวละครหลังข่าวในต้นปีหน้า
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)(MCOT)เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2547 (1 ตุลาคม 2546-30 กันยายน 2547) บริษัทมีรายได้รวม 2,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ 27 ปี หลังก่อตั้งบริษัท และมีกำไรสุทธิ 1,056 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.76 บาท โดยบริษัทจะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2547 ในอัตราหุ้นละ 50 สตางค์ และคาดว่าจะจ่ายในเดือนมกราคมปีหน้า โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลในอัตรา 40% ของกำไรสุทธิ
สำหรับสัดส่วนรายได้รวมของบริษัทในปีงบประมาณ 2547 แบ่งเป็นดังนี้คือ รายได้ที่เกิดขึ้นจากธุรกิจโทรทัศน์ 1,760 ล้านบาท,ธุรกิจวิทยุ 427 ล้านบาท,ธุรกิจร่วมดำเนินฯ 570 ล้านบาท และธุรกิจอื่นๆ 27 ล้านบาท และในปีหน้าตั้งเป้าเพิ่มรายได้ในส่วนของทีวี,วิทยุ และเตรียมลดสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจากการร่วมการดำเนินงาน ซึ่งมีการร่วมดำเนินงานกับช่อง 3 และยูบีซี
ส่วนแนวโน้มรายได้ในปี 2548 บริษัทคาดว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% หรือมีรายได้ประมาณ 3.5-3.6 พันล้านบาท โดยในวันที่ 15 มกราคม 2548 จะมีการเปิดตัวละครหลังข่าว เริ่มด้วยเรื่อง "พี่น้อง สองเลือด" นำแสดงโดยนักร้องวง D2B ผลิตโดยบริษัท อาร์ เอส โปรโมชั่น ซึ่งจะใช้รูปแบบการร่วมผลิต (Time Sharing) กับผู้ผลิตชั้นนำเช่น อาร์ เอสฯ,จี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่/Exact,ทูแฮนด์ส โปรดักชั่น และซีนาริโอ เป็นเวลา 1 ชั่วโมงหลังข่าวทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอดทั้งปี
"การใช้รูปแบบTime Sharing จะทำให้บริษัทไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของการลงทุน เนื่องจากเอกชนจะเป็นผู้ผลิต และส่งงานป้อนให้กับบริษัท โดยจะแบ่งสัดส่วนรายได้ระหว่างผู้ผลิต 70% และบริษัทในอัตรา 30% และคาดว่าละครหลังข่าวจะได้รับการตอบรับจากผู้ชม"
นอกจากนี้ ในปีหน้าบริษัทยังเตรียมเปิดตัวโครงการ MCOT Televition โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ลงนามความร่วมมือกับ Deutsche Welle ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของยุโรปเพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือกัน และมีการส่งเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมให้กับพนักงานของอสมท. ทั้งในส่วนของวิทยุ และโทรทัศน์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการศึกษาวิจัยของบริษัท LEK Consultant ซึ่งจะสรุปได้ภายในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติการลงทุน หลังจากนั้นจะมีการหาพันธมิตรต่างชาติที่เป็นเอเจนซี่เข้าร่วมลงทุน เพื่อผลิตสถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ 24 ชั่วโมง เจาะกลุ่มเป้าหมาย 20 ประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 3 ของปีหน้า โดยตั้งเป็นบริษัทย่อย
อย่างไรก็ตาม หากผลการศึกษาพบว่ามีความเสี่ยงอสมท.ก็อาจจะต้องตัดสินใจไม่ดำเนินการโครงการดังกล่าว หรือขอความช่วยเหลือในการสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อให้เกิดโครงการดังกล่าว
สำหรับความคืบหน้าของโมเดิร์น เรดิโอ บริษัทได้มีการแจ้งยกเลิกสัญญากับผู้ประกอบการภายนอกที่เช่าเวลาสถานีทั้งหมดแล้ว โดยปัจจุบันบริษัทมีสถานีวิทยุ 62 คลื่น แบ่งเป็นคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 60 คลื่น และเอเอ็ม 2 คลื่น แบ่งเป็นคลื่นวิทยุเอฟเอ็มในต่างจังหวัด 53 คลื่น คลื่นเอฟเอ็มในกรุงเทพฯ 7 คลื่น และคลื่นเอเอ็มในกรุงเทพฯ 2 คลื่น โดยสถานีวิทยุ 6 คลื่นในกคุงเทพจะถูกบริหารงานทั้งหมด โดยอสมท. ภายใต้แนวคิด "โมเดิร์น เรดิโอ" ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้มากขึ้น จากการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นายมิ่งขวัญกล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงรอบบัญชีใหม่ ให้มีความเป็นสากลมากขึ้น จากเดิมที่รอบบัญชีจะเป็นรูปแบบของปีงบประมาณ (1 ตุลาคม -30 กันยายน) จะเปลี่ยนมาเป็นปีปฏิทิน (1 มกราคม-31 ธันวาคม) ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นไป ส่วนผลการดำเนินงานในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2547 จะรับรู้รายได้เป็นงวดบัญชีพิเศษ
สำหรับภาพรวมการใช้จ่ายด้านโฆษณารวมทุกสื่อ ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2547 มีการใช้จ่ายรวม 69,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีค่าใช้จ่ายด้านโฆษณารวมทุกสื่อ 58,000 ล้านบาท โดยอัตราการเติบโตของรายไดรวมของอสมท อยู่ที่ 42% ขณะที่การใช้จ่ายด้านโฆษณาบนสื่อโทรทัศน์ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 40,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีการใช้จ่ายโฆษณาบนสื่อโทรทัศน์อยู่ที่ 35,000 ล้านบาท โดยอสมท.มีการเติบโตของรายได้โทรทัศน์ของโมเดิร์นไนน์ทีวีอยู่ที่ 70.9%
ส่วนแผนการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสัญญาการว่าจ้างพนักงาน ในต้นเดือนมกราคมปีหน้า บริษัทวัตสัน ไวแอท ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านปรับโครงสร้างทรัพยากรบุคคลจะสรุปผลการศึกษา ซึ่งรูปแบบการว่าจ้างพนักงานของอสมท ในปีหน้าจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ พนักงานโปรเจกต์ A จะได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับทีเกิดขึ้นในปัจจุบัน และโปรเจกต์ B จะได้รับผลตอบแทนคล้ายกับเอกชน ซึ่งจะมีการประเมินผลงานคล้ายกับเอกชน
|