Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 พฤศจิกายน 2547
"NCC" เจาะตลาดไมซ์ เพิ่มรายได้ปีหน้า 20%             
 


   
search resources

เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเมนท์, บจก.
เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์, บจก.




เอ็น.ซี.ซี.ฯตั้งบริษัทน้องใหม่ในเครือ ดูแลบริหาร การจัดงานแสดงสินค้าใน-ต่างประเทศ ขานรับตลาดไมซ์บูมปี 48 และนโยบายภาครัฐดันไทยเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและแสดงสินค้าในภูมิภาคอาเซียน พร้อมวางหมากเจาะตลาดนิชมาร์เกต สร้างมิติใหม่ด้านการบริหารจัดการประชุม คาดปีหน้ารายได้พุ่ง 15-20%

นายฤกษมัย สุขุม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจการจัดประชุม สัมมนา และการแสดงสินค้า หรือที่เรียกว่าไมซ์ในปี 2548 จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแถบภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากธุรกิจไมซ์เอื้อต่อการสร้าง Economic Impact ให้กับประเทศ โดยในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนได้มีการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้จัดงานระดับนานาชาติ

จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่า ในแต่ละปีมีนักเที่ยวจากกลุ่มไมซ์คิดเป็นสัดส่วน 4% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาประเทศไทย ซึ่งรายได้จากธุรกิจไมซ์เฉลี่ยแล้วสูงถึง 10% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด

สำหรับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในปี 2548 บริษัทมุ่งเน้นการเป็นผู้นำในการสร้างมิติใหม่ด้านการบริหารจัดการประชุมและแสดงสินค้า โดยเจาะกลุ่มลูกค้า Niche Market มากขึ้น เน้นผู้มาใช้บริการทางด้านการประชุมนิทรรศการแสดงสินค้า และทางด้านกิจกรรมพิเศษ ทั้งนี้บริษัทฯ คาดว่าในปี 2548 จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 15-20%

นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO) บริษัทน้องใหม่ในเครือ ดูแลบริหารการจัดงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดโดยรวมของธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการประมาณ 8,994 ล้านบาท โดยในปี 2547 เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของปีที่ผ่านมา และตัวเลขของการขยายตัวของจำนวนผู้เข้าชมงานทั้งนักธุรกิจและผู้สนใจทั่วไปประมาณ 10-12% ต่อปี

"พฤติกรรมของผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าและนิทรรศการในปัจจุบันมีความคาดหวังสูงขึ้น เพราะผู้จัดงานต้องมีการสร้างสีสันและความแปลกใหม่ในการจัดงาน พร้อมทั้งจัดสัมมนาทางวิชาการ เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมชมงาน ทั้งนี้จำนวนวันของการจัดงานก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากปัจจุบันการจัดงานโดยไม่มีวันเฉพาะกำลังเป็นที่นิยม"

ทางด้านนางวนิดา ดุละลัมพะ รองกรรมการ ผู้จัดการ กล่าวเสริมว่า บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เล็งเห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจไมซ์ จากการจัดงานประชุม นิทรรศการ และงานแสดงสินค้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่หลั่งไหลกันเข้ามาจัดงานในประเทศไทย ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นและเพียบพร้อมทางทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจของภูมิภาคนี้ และเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และตอกย้ำความเป็นผู้นำของธุรกิจที่บริษัท เอ็น.ซี.ซี.ฯ เป็นผู้จุดประกายและริเริ่มดำเนินการธุรกิจประเภทนี้ในประเทศไทย

บริษัทฯจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของชิ้นงาน โฆษณาและประชาสัมพันธ์ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเน้นสื่อสิ่งพิมพ์ต่างประเทศเป็นหลัก สื่อกลางแจ้ง ได้แก่ บิลบอร์ดบนทางด่วน รวมไปถึงโบรชัวร์แนะนำองค์กร ผังแสดงพื้นที่ศูนย์ฯ วิดีทัศน์แนะนำองค์กร และเว็บไซต์ ภายใต้แนวคิด "National Heritage at World Standard" ซึ่งจะค่อยๆ เผยแพร่สู่สาธารณชนในช่วงต้นปีหน้า

บริษัทยังได้เพิ่มให้การบริการ สร้างความแตกต่างเหนือศูนย์การประชุมอื่นๆ อาทิ การนำกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การใช้เครื่องมือการสื่อสารทางการตลาดแบบผสมผสาน และการร่วมมือของพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อจัดแคมเปญส่งเสริมและสนับสนุนการตลาด อันจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดของทั้งผู้จัดงานและผู้เข้าชมงาน

สำหรับปัจจัยของการเติบโตของธุรกิจไมซ์มาจากแผนยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปี 2547-2551 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่มีแนวทางในการชักชวนนานาชาติเข้ามาจัดกิจกรรมในไทยอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันพบว่าประเทศไทยสามารถดึงงานประชุมนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศกว่า 60 งาน มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 66,000 คน ซึ่งนำรายได้เข้าประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท

อีกทั้งรัฐบาลได้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน. หรือ TECB) รับผิดชอบดูแลด้านการนำงานประชุมและแสดงสินค้าเข้ามายังประเทศไทย เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดการประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้านานาชาติในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ International Congress & Convention Association (ICCA) ได้จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการจัดงานในลำดับที่ 21 ของโลก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us