นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ผู้บริหารเดอะมอลล์กรุ๊ป
และเป็นรองประธาน บริษัท สยามพารากอน ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง
บริษัท บางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส จำกัด และกลุ่มเดอะมอลล์ เพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตอล
บนเนื้อที่ 52 ไร่ เปิดเผยว่า โครงการสยามพารากอน นับได้ว่าเป็นโครงการที่จะเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้
เนื่องจากทางผู้บริหารโครงการมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะพัฒนาพื้นที่แปลงนี้ให้สมศักดิ์ศรีของการเป็นพื้นที่ของวังสระปทุม
และยังถือเป็นที่ดินผืนงามใจกลางกรุงเทพฯเพียงแห่งเดียว ที่สมควรจะได้รับการพัฒนา
ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของประเทศไทย
ซึ่งการตัดสินใจพัฒนาเป็นโครงการสยามพารากอนจะเกิดผลดีต่อประชาชนโดยส่วนรวม เพราะปัจจุบันที่ตั้งของโรงแรมสยามอินเตอร์
คอนติเนนตอล ซึ่งมีถึง 52 ไร่ ถูกใช้ประโยชน์เพียงชาวต่างชาติที่เข้ามาพักในโรงแรมเท่านั้น
แต่หลังจากที่ผู้บริหารนำที่ดินดังกล่าวมาพัฒนาเป็นโครงการสยามพารากอน จะทำให้ประชาชนทั่วไป
รวมทั้งนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการในพื้นที่ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นาวสาวศุภลักษณ์ มองว่าพื้นที่ในย่านสี่แยกปทุมวัน ราชประสงค์ เลยไปจนถึงเพลินจิตและสุขุมวิท
นับเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีแหล่งช้องปปิ้งรวมกันอยู่มากมาย ซึ่งหากพิจารณาให้ดีจะเห็นได้ว่าแต่ละโครงการก็มีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไป
และผู้บริหารแต่ละโครงการก็พยายามหาจุดเด่นเข้ามาเสริม เพื่อสร้างจุดขายให้แก่โครงการของตัวเอง
“ไม่อยากให้มองว่าเมื่อเกิดสยามพารากอนแล้วเราจะเป็นคู่แข่งขันกับคนอื่นที่ทำโครงการในย่านใกล้เคียงกัน
แต่อยากให้มองเป็นภาพรวมว่าหากทุกโครงการสามารถร่วมมือกัน เพื่อช่วยพัฒนาพื้นที่ย่านใจกลางเมืองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่และมีศักยภาพได้
เชื่อว่ากรุงเทพฯน่าจะมีโอกาสได้เป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งแทน ญี่ปุ่น สิงคโปร์หรือฮ่องกงได้อย่างสบาย
เพราะเรามีความเหนือกว่าด้านสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม และวัฒนธรรมของประเทศที่มีคุณค่า”
แต่การจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางช้อปปิ้งของเอเชียได้นั้น นอกเหนือจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแล้ว
รัฐบาลน่าจะช่วยเหลือภาคเอกชนด้วยการพิจารณาลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะปัจจุบันสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกที่เข้ามาเปิดร้านในประเทศไทย
ยังมีราคาสูงกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะไทยมีกำแพงภาษีนำเข้าสูง โดยเฉลี่ยประมาณ
30-40% ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือแม้แต่มาเลเซียก็ลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยจนเหลือ
0% ซึ่งผลจากการลดภาษีทำให้สภาพการค้าขายของประเทศเพื่อนบ้านมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“เราไม่ได้หวังว่ารัฐบาลจะลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยเป็น 0% เพียงแค่ลดลงครึ่งหนึ่งของที่เก็บอยู่แล้วค่อยๆลดทีละส่วนจนเหลือ
0% ในที่สุดก็น่าพอใจแล้ว ซึ่งหากได้มีโอกาสได้พูดคุยกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็จะนำเรื่องนี้ไปหารือ”
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงโอกาสการเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งของเอเชียแล้ว จะเห็นได้ว่าพื้นที่ตั้งแต่ย่านปทุมวันไปจนถึงสุขุมวิท
มีห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ดิสเคานต์สโตร์ และพื้นที่ค้าปลีกอื่นๆตั้งเรียงรายอยู่กว่า
10 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ค้าปลีกรวมกันกว่า 1 ล้านตารางเมตร นับเป็นแหล่งค้าปลีกที่มีความหนาแน่นมากที่สุดในประเทศไทย
และแต่ละธุรกิจก็มีความแตกต่างกันไปทั้งรูปแบบการค้า สินค้าและบริการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่มีแต่ระดับเศรษฐีลงมาจนถึงคนระดับล่าง
จุดช้อปปิ้งเริ่มตั้งแต่ย่านปทุมวัน ที่เทสโก้โลตัส เตรียมเปิดให้บริการบริเวณตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ
และมาตรงสี่แยกปทุมวันก็มีศูนย์การค้ามาบุญครองซึ่งมีห้างโตคิวอยู่ภายในศูนย์การค้า
ข้ามสี่แยกไปทางฝั่งซ้ายเป็นสยามเซ็นเตอร์ ดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ และโครงการสยามพารากอนที่มีกำหนดก่อสร้างสิ้นปีนี้และจะเปิดให้บริการอีก
2 ปีข้างหน้า ส่วนฝั่งขวาเป็นศูนย์การค้าสยาม ที่มีร้านค้าขายสินค้าแฟชั่นประเภทเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
เป็นส่วนใหญ่
บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ฝั่งซ้ายเป็นศูนย์การค้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งภายในศูนย์ฯมีห้างสรรพสินค้า
2 ห้าง คือ เซน และอิเซตัน ที่ศูนย์การค้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์นี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาหาผู้ร่วมทุนเพื่อเข้ามาพัฒนาโครงการให้เสร็จครบถ้วนสมบูรณ์แบบ
ซึ่งโครงการนี้จะมีศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง พร้อมโรงแรมที่พัก และอาคารสำนักงานไว้รองรับด้วย
ซึ่งมีกระแสข่าวออกมาว่ากลุ่มที่มีความเป็นไปได้ในการเข้ามาบริหารโครงการนี้มากที่สุดก็คือ
กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา
ส่วนฝั่งตรงข้ามเวิลด์เทรด มีบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ (กำลังก่อสร้าง) นารายณ์ภัณฑ์
และเกษรพลาซ่าที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อทำเป็นศูนย์การค้าระดับหรูหรา โดยที่ผ่านมาได้เลื่อนการเปิดไปหลายครั้งและล่าสุดได้ปิดประกาศไว้หน้าศูนย์ฯว่าจะเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคมนี้
ส่วนฝั่งศาลพระพรหม ก็มีศูนย์การค้าเพนนินซูล่า ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดเล็กแต่มีกลุ่มเป้าหมายคือพวกไฮโซ
ที่ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นัดพบ ปรึกษาหารือกันเป็นประจำ และยังมีศูนย์การค้าโซโก้
1 และ 2 อยู่ถัดมาบริเวณสี่แยก ซึ่งปัจจุบันโซโก้อยู่ระหว่างการหาผู้เข้ามาบริหารโครงการ
โดยมีกระแสข่าวออกมาว่าได้มีการเจรจากับกลุ่มเซ็นทรัลให้เข้ามาบริหารพื้นที่ แต่กระแสข่าวล่าสุดมีออกมาว่าผลการเจรจาไม่บรรลุข้อตกลง
เลยขึ้นไปย่านเพลินจิต มีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีกลุ่มลูกค้าประจำที่มีกำลังซื้อสูง
ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานในย่านชิดลม หรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในย่านสุขุมวิท เลยเซ็นทรัลชิดลมเป็นอาคารเวฟเพลส
ที่มีโฮมโปรพลัส เปิดจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านทุกชนิด
จากเพลินจิตผ่านขึ้นไปบนถนนสุขุมวิทก็มีศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม
ของกลุ่มเดอะมอลล์ ที่นับเป็นศูนย์การค้าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ด้วยการเป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำของโลก
มาไว้ภายในศูนย์เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก
เมื่อพิจารณาถึงรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาซื้อสินค้าในประเทศไทย
เมื่อปี 2543 พบว่ามีอัตรา 34.67% ของรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 285,272 ล้านบาท
หริอคิดเป็นเงินที่นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่ายซื้อสินค้าจะมีประมาณ 98,980 ล้านบาท
สำหรับปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า ยอดรายได้จากการซื้อสินค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น
40% จากรายได้รวมของการท่องเที่ยว หรือคิดเป็นเงินถึง 1 แสนล้านบาท แต่หากรัฐบาลสามารถสร้างสิ่งจูงใจ
เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลงเชื่อว่ารายได้จากการซื้อสินค้าน่าจะมีสูงกว่า
1 แสนล้านบาท
“สิ่งที่ประเทศชาติจะได้รับก็คือ เศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมจะดีขึ้น เพราะเมื่อมีการค้าขายก็มีการจ้างงานที่ต่อเนื่องกันเป็นระบบ
และรัฐบาลก็สามารถเก็บภาษีการค้าที่จะเพิ่มขึ้นจากการค้าขายที่ดีขึ้นด้วย ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งชดเชยจากการลดภาษานำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยได้”
นางสาวศุภลักษณ์ กล่าวในตอนท้าย