|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
หมอเลี้ยบย้ำ 2 ประเด็นล้มหรือเดินหน้าต่อ โครงการ 5.6 แสนเลขหมายอยู่ที่เงื่อนไขการเสนอ Protocol ของอุปกรณ์ยึดถือทีโออาร์หรือ Addendum และการต่อรองราคาต้องลดกว่า 1 พันล้านบาท ด้านอลงกรณ์เตรียมเรียกบริษัทที่ตกมาชี้แจงเพิ่ม หลังพบพิรุธขั้นตอนบอร์ดเล็ก
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงโครงการโทรศัพท์ 5.6 แสนเลขหมายว่า จะสามารถรู้ผลได้ภายในวันศุกร์นี้ (19 พ.ย.) เพราะเรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาข้อมูลจากกลุ่มที่ร้องเรียนและการชี้แจงจากนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ประธานบอร์ดทศท ก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
"ผมจะไม่ล้มในสิ่งที่ไม่ควรล้ม และจะไม่ซื้อในสิ่งที่ไม่ควรซื้อ หรือถึงแม้ทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน แต่ถ้าต่อรองราคากับผู้ชนะ การประมูลได้ไม่ถึงพันล้านบาทหรือขั้นตอนทุกอย่างไม่ผ่านการเห็นชอบจากบอร์ดผมก็ล้ม"
เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา นายคริสเตียน ออนซาเลอร์ รองประธานบริหารและหัวหน้ากลุ่มการสื่อสาร บริษัท ซีเมนส์ กล่าว ว่าการที่บริษัทนำเสนอ Protocol เพื่อการเชื่อมต่อระหว่าง MGC และ MGC ในแบบ Session Initiation Protocol for Tele-phony(SIP-T) ตามมาตรฐานของIETF เพียงอย่างเดียว แทนที่ จะส่ง Protocol ในแบบ Bearer Independent Call Control (BICC) ตามมาตรฐานของ ITU ด้วยนั้น เป็นเพราะได้สอบถามทศทในวันบิต คอนเฟอเรนซ์ ซึ่งทศทได้ชี้แจงเพิ่มเติม ( Adden-dum) เมื่อ 9 มี.ค. ซึ่งระบุว่าให้ใช้ SIP-T หรือ BICC protocol บริษัทจึงเลือกส่งอุปกรณ์ตาม SIP-T Protocol ให้อย่างเดียว แต่ก็สามารถเพิ่มเติม BICC ให้โดยไม่คิดมูลค่า
น.พ.สุรพงษ์กล่าวในเรื่องนี้ว่าหาก Addendum ไม่ผ่านการพิจารณาจากบอร์ดทศทและมีเนื้อหาสาระสำคัญที่ต่างจากทีโออาร์ ซึ่งผ่านบอร์ดทศทก็ต้องยึดเนื้อหาที่ได้ผ่านพิจารณาของบอร์ดคือทีโออาร์เท่านั้น
"การทำ Addendum หากตรงนี้ไม่ผ่านการเห็นชอบของบอร์ดทศทก็ถือว่าขั้นตอนไม่ถูกต้อง"
อลงกรณ์ชี้ปมพิรุธ
ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานคณะทำงานตรวจสอบการทุจริตของวิปฝ่ายค้านแถลงว่าคณะทำงานได้มีการสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสในการประมูลโครงการโทรศัพท์ 5.6 แสนเลขหมาย โดยเชิญนายจำรัส ตันตรีสุคนธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายมนตรี วชิรเขื่อนขันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในฐานะประธานคณะกรรมการประกวดราคา มาชี้แจงซึ่งได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ในการสอบสวนอย่างมาก
ทั้งนี้ คณะทำงานได้ซักถามถึงขั้นตอนการประกวดราคา ขั้นตอนการพิจารณาผลการประกวดราคา การกำหนดราคากลาง และปัญหาข้อร้องเรียนของบริษัทที่เข้าร่วมในการประกวดราคาโดยได้พบประเด็นพิรุธจำเป็นที่ต้องตรวจสอบกรณีพิเศษโดยการประกาศประกวดราคามีขึ้นเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 47 และมีการยื่นซองวันที่ 1 เม.ย. 47
โดยมีกลุ่มบริษัทที่ประกวดราคาเข้ามา 10 รายและได้ผ่านขั้นตอนการทดสอบและเทคนิค พร้อมกับเปิดซองวันที่ 10 พ.ย.47
ซึ่งพบข้อเท็จจริงว่าในชั้นคณะกรรมการพิจารณา ปรากฏว่ามี 7 รายไม่ผ่านคุณสมบัติ ส่วน 3 รายที่ผ่านคือ กลุ่มมารูเบนิ กลุ่มซีเมนส์ และกลุ่มอีริคสัน ซึ่งบอร์ดทศทได้มีมติเห็นด้วย และได้แต่งตั้งให้บอร์ดชุดเล็ก ที่มีพล.ต.ท.บุญฤทธิ์ รัตนะพร เป็นประธานพิจารณา และมีมติให้ ผู้ยื่นซอง 2 รายตกไปโดยอ้างว่าไม่ผ่านคุณสมบัติทางเทคนิค มีเพียงกลุ่มซีเมนส์ที่ผ่านการพิจารณาด้วยการเสนอเงื่อนไขราคา 7.5 พันล้านบาท
นายอลงกรณ์กล่าวว่า คณะทำงานได้สังเกตว่า 1.ทำไมจึงมีการพิจารณาในชั้นบอร์ดเล็กแล้วตัดสินให้อีก2รายตกไป เหมือนเป็นการล็อกให้เหลือเพียงรายเดียวและไม่มีการแข่งขันด้านราคาเพราะมีการเปิดซองรายเดียวและชนะทั้ง 3 โซน โดยได้รับสิทธิในการประมูลทั้งหมด
2.มีการเสนอราคาสูงกว่าราคากลางซึ่งตั้งอยู่ที่ 7.3 พันล้าน แต่กลุ่มซีเมนส์เสนอมา 7.5 พันล้านบาท ซึ่งเท่ากับว่ามีการเสนอสูงกว่าราคากลาง 200 ล้านบาท ประกอบกับข้อมูลที่ได้ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบางบริษัทที่เสนอราคาเพียง 6.6 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าบริษัทที่ชนะการประมูลถึง 900 ล้านบาท แต่กลับไม่ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิค
นอกจากนี้ทางคณะทำงานยังได้นำเสนอประเด็นกรณีอุปกรณ์ของซีเมนส์ที่นำเสนอและผ่านเทคนิคแบบ100% แต่คณะทำงานมีข้อมูลจากฝ่ายปฏิบัติการของทศท ว่าอุปกรณ์ที่ซีเมนส์เสนอที่เรียกว่า DLC หรือชุมสายย่อยมีปัญหามาก ดังนั้นจึงให้ทศททำหนังสือชี้แจงมา
"ปัญหานี้ทางผู้บริหารทศทเองก็ยอมรับว่ามีปัญหาจริงซึ่งหากเป็นเช่นนั้นผลการพิจารณาของบอร์ดก็จะตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงแล้วให้ผ่านเต็มร้อยได้อย่างไร เพราะทศทเป็นผู้ใช้เองด้วยซ้ำและถ้ามีปัญหาจริงบอร์ดทศทจะต้องพิจารณาตัวเองรวมถึงบอร์ดชุดเล็กด้วยว่า ผ่านได้อย่างไร ซึ่งทางทศทก็รับที่จะชี้แจงเรื่องนี้ในวันศุกร์ที่ 19 พ.ย. รวมทั้งจะมีการเชิญบริษัทที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสรุปได้" นายอลงกรณ์กล่าว
|
|
 |
|
|