Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2538








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2538
ไนเน็กซ์-ซีพี ต่างที่มาแต่เป้าหมายเดียวกัน             
 


   
www resources

โฮมเพจ เครือเจริญโภคภัณฑ์

   
search resources

เครือเจริญโภคภัณฑ์
ไนเน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น
Telecommunications
Investment




"การดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จของไนเน็กซ์กับกลุ่มซีพีในเมืองไทย ซึ่งร่วมกันพัฒนาสร้างโครงข่ายสื่อสารขนาดใหญ่ที่จะมีบริการเสริมหลากหลายรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาล่าสุด เป็นตัวอย่างที่ดีของความสัมพันธ์ที่เราต้องการขยายความร่วมมือในลักษณะนี้มากขึ้นในประเทศอื่นๆ"

ในการแถลงข่าวเพื่อประกาศนโยบายของไนเน็กซ์ ท่ามกลางผู้สื่อข่าวในประเทศกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกราว 50 คน ที่ถูกเชิญเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไนเน็กซ์ได้ประกาศนโยบายการรุกภูมิภาคนี้ ด้วยการขยายความร่วมมือกับกลุ่มซีพี และกล่าวว่ากลุ่มซีพี คือกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพมากที่สุด

ไมเคิล ฮีท กรรมการผู้จัดการกลุ่มพัฒนาธุรกิจ ผู้รับผิดชอบการขยายธุรกิจของไนเน็กซ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงความสัมพันธ์ของยักษ์ใหญ่ระดับโลก ไนเน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น กับกลุ่มซีพี จะไม่มีทางยุติอยู่เพียงแค่โครงการโทรศัพท์ 2 ล้านเลขหมาย ในเมืองไทยเท่านั้น

เพราะการที่ได้เล็งเห็นพ้องกันถึงศักยภาพในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะมีมูลค่ามากมายมหาศาล ทำให้ไนเน็กซ์และซีพี วางแผนขยายกิจกรรมและความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่รองลงมาจากตลาดยุโรป ซึ่งกำลังเริ่มถดถอย

แต่การขยายไปยังขุมข่ายธุรกิจแห่งใหม่ ซึ่งไม่ใช่แหล่งกำเนิดของตน ผู้ประกอบการจำต้องหาพันธมิตรที่มีศักยภาพและควมแข็งแกร่งเพื่อเป็นแขนขาช่วยในการขยายธุรกิจ

เช่นเดียวกับไนเน็กซ์ที่เลือกซีพี ยักษ์ทางด้านเกษตรกรรม และได้ก้าวขึ้นมาสู่ยักษ์ในธุรกิจโทรคมนาคมในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี ศักยภาพของซีพีเป็นที่รู้จักและยอมรับเป็นอย่างดี เพราะนอกเหนือขุมข่ายธุรกิจทางด้านเกษตรกรรมที่มีอยู่แทบทุกมุมในภูมิภาคนี้แล้ว ซีพียังวางแผนขยายธุรกิจในกลุ่มโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเป้าหมายต้องการ ความร่วมมืออย่างเหนียวแน่นจึงเกิดขึ้น และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีความร่วมมือเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศและหลายโครงการด้วยกัน

โครงการสร้างเครือข่ายเคเบิลใยแก้วเชื่อมทวีปยุโรปกับเอเชีย หรือโครงการ FLAG (Fiber optic Link Around the Globe) เป็นโครงการถัดจาก 2 ล้านเลขหมายที่ซีพี โดยบริษัทเทเลคอมโฮลดิ้งเข้าร่วมลงทุนในสัดส่วน 18% กับกลุ่มไนเน็กซ์ และประเทศที่เครือข่ายเคเบิลดังกล่าวจะพาดผ่านอีกจำนวน 12 ประเทศ เริ่มจากสหราชอาณาจักร ผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มหาสมุทรอินเดีย และไปสิ้นสุดที่ประเทศญี่ปุ่น รวมระยะทางกว่า 30,000 กิโลเมตร

พร้อมกันนี้กลุ่มซีพียังได้ผลักดันให้มีการตั้งสถานีเชื่อมต่อภาคพื้นดินขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ ว่าหากโครงการเสร็จสิ้นสมบูรณ์แบบแล้ว เครือข่ายดังกล่าวจะเชื่อมกับเครือข่ายโทรศัพท์ 2 ล้านเลขหมายอย่างไร และซีพีจะสร้างมูลค่าเพิ่มภายในเครือข่ายดังกล่าวได้อย่างไร

แต่ที่แน่ๆ ไนเน็กซ์กล่าวว่า หากเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งสองเข้าด้วยกัน ก็จะกลายเป็นขุมข่ายในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมของกลุ่มซีพี ที่ชาตินี้ก็หาเงินได้ไม่จบสิ้น และจะพลิกโฉมหน้าซีพีให้ก้าวขึ้นเป็นยักษ์โทรคมนาคมในแถบนี้ได้อย่างไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

และด้วยเหตุนี้นี่เอง ที่ทำให้ไนเน็กซ์เชื่อมั่นในศักยภาพของซีพี และเกาะติดเพื่อร่วมขยายธุรกิจกันในประเทศอื่นอีกหลายแห่ง

จีน ตลาดใหญ่แห่งใหม่ของธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ถิ่นฐานของกลุ่มซีพี กลายเป็นเป้าหมายแรกของไนเน็กซ์ที่จะร่วมกันขยายธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการโทรศัพท์พื้นฐาน ที่มีสัดส่วนต่อประชากรเพียง 3:100 ทำให้ไนเน็กซ์และซีพี ซึ่งเล็งเห็นถึงแนวโน้มความต้องการในอนาคต

จึงได้ร่วมลงทุนกันตั้งบริษัทโอเรียน เทเลคอม แอนด์เทคโนโลยี โฮลดิ้ง หรือ โอทีที โดยไนเน็กซ์ถือหุ้นจำนวน 23.1% ส่วนซีพีถือหุ้นในนามเทเลคอม โฮลดิ้ง 22.5% รวมทั้งได้ชักชวนนักลงทุนรายย่อยภายในประเทศจีนเข้าร่วมด้วยอีกส่วนหนึ่ง

ในเวียดนามเป็นเป้าหมายรองจากประเทศจีน และเป็นตลาดแห่งใหม่ที่ผู้ประกอบการหลายรายหมายปอง แต่เนื่องจากเวียดนามยังไม่เปิดกว้างสำหรับนักลงทุนต่างชาติ สำหรับกิจการโทรคมนาคมมากนัก แต่ไนเน็กซ์ก็ยังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของกลุ่มซีพี ซึ่งได้หยั่งรากธุรกิจทางด้านเกษตรกรรมและอาหารสัตว์ที่นั่นอยู่แล้ว และขณะนี้ซีพียังได้มีการเข้าไปเจรจากับระดับผู้นำประเทศ เพื่อขอเป็นผู้ร่วมพัฒนาโครงการระบบสื่อสาร

สำหรับการวางรากฐานทางด้านความพร้อมในการขยายธุรกิจร่วมกันนั้น ขณะนี้ไนเน็กซ์ได้ทำการขยายศูนย์วิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งได้ตั้งขึ้นในเมืองไทยเมื่อครั้งเริ่มติดตั้งโครงการ 2 ล้านเลขหมาย เพื่อให้กลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะนำไปขยายในประเทศอื่นในภูมิภาคนี้

และขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวได้เริ่มทำงานอย่างขะมักเขม้น เพื่อพัฒนาบริการเสริมรูปแบบต่างๆ ที่จะนำมาให้บริการในเครือข่าย 2 ล้านเลขหมาย และที่เริ่มขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างแล้วก็คือ บริการเคเบิลทีวี

ยังไม่รวมบริการเสริมอีกหลายร้อยรูปแบบที่กำลังจะเปิดขึ้นมา อาทิ บริการสมุดโทรศัพท์อิเล็กทรอนิกส์ บริการซื้อสินค้าผ่านสาย ฯลฯ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะเริ่มในเมืองไทย ก่อนที่จะถ่ายทอดไปสู่ประเทศอื่น ภายหลังที่ทั้งคู่ได้โครงการร่วมกัน

สุดท้ายของการประกาศนโยบาย นายฮีทกล่าวสรุปว่า ทั้งซีพีและไนเน็กซ์ต่างก็มีที่มาที่ต่างกัน ไนเน็กซ์แตกออกมาจากเอทีแอนด์ที ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ทางด้าน โทรคมนาคมมานานแสนนาน ในขณะที่ซีพีคือ ยักษ์ทางด้านเกษตรกรรมในโลกซีกตะวันออก ที่ใครๆ ก็รู้จัก และทั้งสองฝ่ายก็จำเป็นต้องพึ่งพากันและกัน

เมื่อรวมความต่างกันและเป้าหมายที่พ้องกันของทั้งสองเข้าด้วยกันแล้ว จึงเกิดเป็นความร่วมมือย่างต่อเนื่องและจะไม่หยุดยั้ง

"เพราะแม้เราจะต่างที่มา แต่ก็มีเป้าหมายเดียวกัน"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us