Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 พฤศจิกายน 2547
ซิตี้เรียลตี้รุกอสังหาฯแนวสูงปี48ขึ้น2โครงการมูลค่า9พันล.             
 


   
search resources

ซิตี้เรียลตี้, บจก.
ชาลี โสภณพนิช
Real Estate




“ซิตี้เรียลตี้” เปิดเกมรุกตลาดคอนโดฯ เผยแผนปี 48 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 โครงการ มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท หลังยอดขายโครงการริเวอร์ไซด์ การ์เด้น พุ่งกระฉูด 50% หลังเปิดขาย 3 เดือน ตั้งเป้าปิดการขายต้นปี 49 นี้

นายชาลี โสภณพนิช กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซิตี้เรียลตี้ จำกัด และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ริเวอร์ไซด์ การ์เด้น มารีน่า จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 2 โครงการ ซึ่งทั้ง 2 โครงการดังกล่าวขณะนี้ยังไม่ได้มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ สำหรับโครงการแรกที่จะมีการเปิดตัวในปี 2548 นี้จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอพาร์ตเมนต์ บนเนื้อที่ตั้งโครงการ 4 ไร่ ในเขตพระราม 9 มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท

ส่วนโครงการที่ 2 จะเป็นโครงการ ในลักษณะเดียวกันกับโครงการแรก บนเนื้อที่ 8 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการนี้จะดำเนินการภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกันคือ จะทำการก่อสร้างเป็น 3 อาคาร และแบ่งขายเพียง 1 อาคารคือ คอนโดมิเนียม ส่วนเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอพาร์ตเมนต์จะปล่อยเช่าให้กับลูกค้าเกรดเอ สำหรับการบริหารการขาย และการบริหารงานก่อสร้างรวมถึงการบริหารพื้นที่เช่า 2 โครงการดังกล่าว บริษัทจะจดทะเบียนบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อดำเนินการแทน ซิตี้เรียลตี้

ปัจจุบัน ซิตี้เรียลตี้ มีรายได้หลักจากการปล่อยเช่าพื้นที่ในโครงการ ซึ่งปัจจุบันจำนวนทั้งสิ้น 200,000 ตารางเมตร โดยบริษัทมีรายได้จากค่าเช่าต่อตารางเมตรที่ 400 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นรายได้รวมต่อปีที่ 2,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ซิตี้เรียลตี้ ยังมีแลนด์แบงก์ (ที่ดินสะสม) อยู่ในมือที่พร้อมจะพัฒนาโครงการใหม่ต่อเนื่องในอนาคตจำนวน 4-5 แปลง เมื่อนับรวมกับ 2 แปลงที่มีแผนจะขึ้นโครงการใหม่แล้ว โดยแลนด์แบงก์ดังกล่าวมีพื้นที่เฉลี่ยอยู่ประมาณ 5-10 ไร่ต่อแปลง

นายชาลี กล่าวถึงโครงการ ริเวอร์ไซด์ การ์เด้น ว่า หลังจากที่เปิดการขายอย่างไม่เป็นทางการไปเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ ปรากฏว่าจนถึงขณะโครงการริเวอร์ไซด์ฯ มียอดขายแล้วที่ 50% จากจำนวน 260 ยูนิต โดยแบ่งเป็นลูกค้า เก่า 40% และลูกค้าใหม่ 10% โดยในจำนวนลูกค้า ทั้งหมด 50% นี้ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ประมาณ 30% คาดจะสามารถปิดการขายได้ในช่วงต้นปี 2549 นี้ สำหรับความคืบหน้าของโครงการขณะนี้การก่อสร้างฐานรากของโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยโครงการนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. 2550

โครงการ ริเวอร์ไซด์ การ์เด้น มีเนื้อที่ก่อสร้าง ในโครงการ 8 ไร่ 2 งาน โดยมีรูปแบบการก่อสร้าง เป็นอาคารสูง 36 ชั้น 3 อาคาร ประกอบด้วยอาคาร คอนโดมิเนียมขายจำนวน 260 ยูนิต ราคาขาย เริ่มต้นที่ 65,000 บาทต่อตารางเมตร อาคารอพาร์ตเม้นต์ เพื่อปล่อยเช่าจำนวน 260 ยูนิต โดยคิดค่าเช่าต่อเดือนที่ 70,000 บาท และอาคารเซอร์วิส อพาร์ตเม้นต์เพื่อปล่อยเช่า จำนวน 260 ยูนิต ราคาค่าเช่าต่อเดือนที่ 50,000 บาท

“โครงการริเวอร์ไซด์ การ์เด้นนี้ เป็นโครงการ ขนาดใหญ่ มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งหมด 3 อาคาร โดยบริษัทจะเก็บไว้เพื่อปล่อยเช่า 2 อาคาร คืออาคารอพาร์ตเม้นต์ และเซอร์วิส อพาร์ตเม้นต์ สวนอาคารคอนโดมิเนียมจะขายให้กับลูกค้า ซึ่งการถือเก็บไว้เองนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าในโครงการมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะจะรุ่งหรือล่มลูกค้าก็เหมือนมีเจ้าของโครงการร่วมหัวจมท้ายด้วย” นายชาลีกล่าว

นายชาลี กล่าวว่า การแข่งขันในพื้นที่นั้นมีความรุนแรงหรือไม่นั้น บริษัทไม่ได้ให้ความสนใจ มาก เนื่องจากซิตี้เรียลตี้ฯมั่นใจในทำเลที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังไม่มีกลุ่มลูกค้าที่เฉพาะเจาะจง ไปในกลุ่มลูกค้าระดับเอบวก อาทิ นักธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ รวมถึงชาวต่างชาติ ซึ่งกลุ่มลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวจะเลือกซื้อโครงการใดนั้นส่วนใหญ่จะเลือกที่มีความเชื่อถือในทำเลที่ตั้งของโครงการ และผู้ประกอบการที่มีคุณภาพทำให้ บริษัทไม่กังวลในเรื่องของการแข่งขันในพื้นที่

เลือกที่มีความเชื่อถือในทำเลที่ตั้งของโครงการ และผู้ประกอบการที่มีคุณภาพทำให้ บริษัทไม่กังวลในเรื่องของการแข่งขันในพื้นที่   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us