Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน5 พฤศจิกายน 2547
ชี้พ.ร.บ.ล้มละลายไม่ขัดรธน.สมคิดรอ10พ.ย.ลุยฟื้นทีพีไอ             
 


   
www resources

โฮมเพจ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) - ทีพีไอ

   
search resources

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย, บมจ.




ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก วินิจฉัยพ.ร.บ.ล้มละลาย มาตราที่ 90/17 วรรคสอง ไม่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ คาดส่งคำวินิจฉัยให้ศาลล้มละลายกลางทัน 10 พ.ย.นี้ "สมคิด" ชี้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคลังเข้าบริหารทีพีไอไม่ขัด รัฐธรรมนูญเท่ากับการทำงานของคลังไม่ขัดหลักความยุติธรรม ยืนยันพร้อมเดินหน้าทันทีหลังศาลล้มละลายกลางเห็นชอบการแก้ไขแผนฯทีพีไอในวันที่ 10 พ.ย.นี้ โดยมีม็อบพนักงานทีพีไอโพลีนเดินทางมาฟังคำวินิจฉัยและปราศรัยโจมตีรัฐบาล

วานนี้ (4 พ.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยชี้ขาดกรณีพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/17 วรรคสอง ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 มาตรา 50 ประกอบมาตรา 29 ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภายื่นคำร้อง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 13 เสียงต่อ 2 เสียง วินิจฉัยเห็นว่า พ.ร.บ.ล้มละลาย มาตรา 90/17 วรรคสอง ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 มาตรา 50 ประกอบมาตรา 29

นายนภดล ช.สรพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีและวิชาการ ศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แล้วเห็นว่าในการฟื้นฟูกิจการ กำหนดว่าลูกหนี้ ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัวเช่นเดียวกับการฟ้องถูกล้มละลาย เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารของลูกหนี้ถือว่าสิ้นสุดลงไม่แตกต่างจากการถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งกฎหมายได้เปิดโอกาสเจ้าหนี้เลือกผู้ทำแผนตามมาตรา 90/17 วรรคสอง โดยให้อำนาจศาลในการพิจารณาผู้ทำแผนตามมติที่ประชุมเจ้าหนี้ว่าสมควรมีคำสั่งแต่งตั้งหรือไม่

นอกจากนี้ กฎหมายล้มละลาย ยังมีบทบัญญัติที่คุ้มครองกิจการลูกหนี้ กล่าวคือ ผู้ทำแผนที่เจ้าหนี้เลือกจะต้องมีคุณสมบัติและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไว้ในกฎหมายว่าการจดทะเบียนและคุณสมบัติผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ พ.ศ.2545 เพื่อไม่ให้ผู้ทำแผนฯจัดทำแผนเอื้อประโยชน์เจ้าหนี้หรือครอบงำกิจการลูกหนี้ แม้ว่าการแต่งตั้งผู้ทำแผนจะมีผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลในทรัพย์สินตามรัฐธรรมนูญมาตรา 48 หรือเป็นการจำกัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพตามมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญ แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพราะลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ดังนั้นมาตรา 90/17 วรรคสอง จึงไม่ได้บัญญัติจำกัดสิทธิของลูกหนี้ในทรัพย์สินแต่อย่างใด

"ตามมาตรา 90/17 วรรคสอง ลูกหนี้ยังมีสิทธิในทรัพย์สินของตนอยู่ เพียงแต่พ.ร.บ.ล้มละลายได้กำหนดอำนาจในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตกอยู่ที่ผู้ทำแผน ดังนั้น แม้จะเป็น การจำกัดสิทธิลูกหนี้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 แต่เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพเท่าที่จำเป็น"

นายนภดลกล่าวต่อไปว่า ทางศาลรัฐธรรมนูญ จะส่งผลการวินิจฉัยดังกล่าวต่อศาลล้มละลายกลางได้ทันก่อนวันที่ 10 พ.ย.นี้ ซึ่งขั้นตอนต่อไปเป็นกระบวนการของศาลล้มละลายกลางต่อไปได้หรือไม่ ส่วนขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าสิ้นสุดแล้ว
ตัวแทนทนายความฝ่ายผู้บริหารลูกหนี้ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (ทีพีไอ) กล่าวว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายล้มละลายมาตราที่ 90/17 วรรคสอง ไม่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญแล้ว คงเหลือคดีที่สำคัญ อีก 2 คดีที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ในฐานะผู้บริหาร ลูกหนี้รอฟังคำสั่งศาลฯ โดยนายประชัยได้ยื่นคำร้อง คัดค้านการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการตามที่ตัวแทนกระทรวงการคลังในฐานะผู้บริหารแผนฯเสนอ ซึ่งศาลกำหนดนัดฟังคำสั่งศาลในวันที่ 10 พ.ย.นี้ และคำร้องขอปลดตัวแทนกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหาร แผนฯ และกล่าวหาว่าตัวแทนกระทรวงการคลังใช้เงินโดยไม่ชอบ โดยศาลฯได้กำหนดวันพิจารณานัดไต่สวนพยานนัดแรกวันที่ 25 ม.ค. 48

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการแต่งตั้งตัวแทนจากกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนฯทีพีไอไม่ขัดรัฐธรรมนูญนั้น แสดงให้เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเล็งเห็นว่าการดำเนินการของกระทรวงการคลังไม่ขัดต่อหลักความยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม อย่างที่เคยย้ำไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า กระทรวงการคลังรอคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญ และศาลล้มละลายกลาง ดังนั้น จึงไม่ต้องการแสดงความเห็นมากในตอนนี้ เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนจากศาลล้มละลายกลางเสียก่อน แต่โดยส่วนตัวคิดว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเช่นนี้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการเดินหน้าแก้ไข ปัญหาของทีพีไอต่อไป รวมทั้งไม่ควรมีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากสังคมต่างรับรู้ว่า ปัญหาของทีพีไออยู่ที่จุดใดและการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องเดินไปในทิศทางใด

"กระทรวงการคลังเข้าไปแก้ไขปัญหาโดยไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด ที่ผ่านมาทางฝ่ายเจ้าหนี้เสียหายไปเยอะเหมือนกัน ซึ่งการที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าการเข้าแก้ไขปัญหาของกระทรวงการคลังเป็นไปในเชิงที่ชอบธรรมอยู่แล้ว เราเองถูกขอให้เข้าไปและพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุดแล้ว ถ้าศาลล้มละลายกลางตัดสินโอเค ทุกอย่างจะเดินหน้าทันที" นายสมคิด กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการลงมติคำร้องดังกล่าว นายประชัยได้มาพร้อมกับพนักงานทีพีไอโพลีนที่เดินทางมาจากสระบุรีจำนวนกว่า 1,000 คน รวมกับม็อบขับไล่รัฐบาลมาปักหลักชุมนุมบริเวณ ด้านหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อรอฟังการตัดสินคดี ตั้งแต่เวลา 08.00 น. โดยตัวนายประชัยเดินทางกลับไปก่อน ซึ่งทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนครบาล 6 และจากหน่วยปราบจลาจล 191 จำนวน 250 คนมาคอยดูแลความเรียบร้อย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us