|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ขุนคลังรอคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ-ศาลล้มละลาย กลางระบุชัดคลังมีสิทธิ์เข้าแก้ปัญหา และผ่านแผนฟื้นฟูฯ ฉบับกระทรวงคลัง ชี้ทันทีที่ศาลตัดสิน เดินหน้าหาพันธมิตร-จัดสรรหุ้น เสร็จภายใน 1 เดือน ย้ำ "ประชัย" ยังอยู่ทีพีไอไม่กระทบต่อการบริหาร
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง กรณีที่ศาลล้มละลายกลางเลื่อนฟังคำสั่งศาลในการเห็นชอบ แผนฟื้นฟูกิจการ บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (TPI) ฉบับกระทรวงการคลัง เป็นวันที่ 10 พฤศจิกายน 2547 ว่า จะไม่ทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาล่าช้าออกไป และจะพยายามให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้มาก ที่สุด
นายสมคิดกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังรอเพียงความชัดเจนใน 2 จุด คือในส่วนของคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ร้องขอให้ศาลตีความประเด็นที่กระทรวงการคลังเข้าไปแทรกแซงโครงสร้างหนี้ของทีพีไอว่ามีอำนาจหรือไม่ และคำพิพากษาของศาลล้มละลายกลาง ในการพิพากษาแผนฟื้นฟูฯ ฉบับกระทรวงการคลัง โดยจำเป็นต้องมีคำตัดสินที่ชัดเจนของทั้ง 2 ศาล ซึ่งต้องรอให้ทุกอย่างถึงที่สุดเสียก่อนจึงจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีใครเข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมทุนบ้าง ซึ่งในส่วนของกองทุนวายุภักษ์ 1 นั้น คงตอบแทนไม่ได้ว่าจะเข้าลงทุนหรือไม่ เพราะกองทุนฯมีคณะกรรมการกำกับการลงทุนดูแลอยู่ โดยระหว่างที่รอคำตัดสินของศาล กระบวนการในการหาพันธมิตรร่วมทุน และการจัดสรรหุ้นจะเดินหน้าต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยาก และจนถึงขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยเชื่อมั่นว่า ทันทีที่ศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้แผนฟื้นฟูฯ ฉบับผ่านแล้ว ภายใน 1 เดือนจะได้เห็นความชัดเจนของเรื่องนี้
นายสมคิด กล่าวว่า กรณีของทีพีไอรัฐบาลเข้าไปแก้ไขปัญหาด้วยความเป็นกลางไม่ได้ตั้งใจเข้าไปช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งประเด็นที่ศาลฎีกายืนยันตามคำตัดสินของศาลล้มละลายกลางให้นายประชัยยังดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อไปได้นั้น เชื่อว่าไม่มีผลต่อการบริหารกิจการของบริษัทในอนาคต เนื่องจากจนถึงขณะนี้ทุกฝ่ายยอมรับแล้วว่า ทีพีไอควรได้รับการบริหารอย่างเป็นกลาง ไม่เช่นนั้นปัญหาจะยังคงคาราคาซังต่อไปเรื่อยๆ
"ต้องรอให้ทุกอย่างถึงที่สุดก่อน เพราะประชาชนกำลังเฝ้ามองเรื่องนี้อยู่ ดังนั้นทุกอย่างต้องถูกต้องเป็นธรรม และคิดว่าประชาชนจะเข้าใจ เพราะเดี๋ยวนี้ประชาชน มีสติ มีความคิด มีสมอง" นายสมคิดกล่าว
รายงานข่าวระบุว่า ในวันนี้ (4 พฤศจิกายน) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้นัดแถลงด้วยวาจา และลงมติกรณีคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 198 กรณี พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/17 ซึ่งมีข้อความบัญญัติว่า ในกรณีที่ลูกหนี้เสนอผู้ทำแผน ให้ผู้ทำแผนที่ลูกหนี้เสนอเป็นผู้ทำแผน เว้นแต่จะมีมติของเจ้าหนี้ฝ่ายที่มีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ ซึ่งได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น กำหนดให้บุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผนขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 และมาตรา 50 ประกอบมาตรา 29 หรือไม่ โดยที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ทั้งที่เป็นเอกสารและมาชี้แจงด้วยตนเอง ประกอบด้วย นายไกรสร บารมีอวยชัย อธิบดีกรมบังคับคดี มาในฐานะตัวแทนของกระทรวงยุติธรรม พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ประธานผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ และนาย ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัททีพีไอ
|
|
 |
|
|