|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ พฤศจิกายน 2547
|
 |

แม้ว่าจนถึงป่านนี้จะรู้แล้วว่าราคาหุ้นของบริษัทไทยออยล์ พาวเวอร์ (TOP) หลังจากเข้าตลาดแล้ว มีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด แต่สิ่งหนึ่งที่ควรต้องบันทึกไว้คือ TOP เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจองซื้อจากประชาชนทั่วไปอย่างล้นหลามเป็นประวัติการณ์
เช้าตรู่ของวันที่ 7 ตุลาคม หน้าที่ทำการของสำนักงานใหญ่ ธนาคารทหารไทย และธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน ต่างคลาคล่ำไปด้วยคนที่ต้องการจองซื้อหุ้น TOP ที่ตั้งใจจะไป เข้าคิวยื่นเอกสารจองซื้อทันทีที่ธนาคารเปิดให้บริการ ในเวลา 8.30 น.
ตามกำหนดการ ธนาคารทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปยื่นเอกสารจองซื้อได้ในวันที่ 7 และ 8 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 8.30-15.30 น. โดยเมื่อเริ่มเปิดให้ยื่นเอกสารจองซื้อหุ้น เจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ธนาคารจะตรวจยอด การรับจองซื้อหุ้นในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม และตรวจยอดจองซื้อต่อไปทุกๆ ชั่วโมง ซึ่งหากพบว่าจำนวนหุ้นที่จองซื้อมีจำนวนเท่ากับหรือสูงกว่า 3 เท่าของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ธนาคารแต่ละรายได้รับจะปิดการรับจองซื้อหุ้นในชั่วโมงถัดไป
สำหรับหุ้นที่นำออกมาจัดสรรให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนทั้งสิ้น 60 ล้านหุ้น แบ่งจัดสรรผ่านธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทหารไทยแห่งละ 30 ล้านหุ้น โดยมีบริษัทเซ็ทเทรด ดอทคอม เป็นผู้ดำเนินการสุ่มเลือก โดยผู้จองซื้อแต่ละรายมีสิทธิรับจัดสรรได้ไม่เกิน 10 ใบจอง
ปรากฏว่าเพียงแค่ไม่ถึง 2 ชั่วโมงหลังเปิดรับใบจองในเวลา 10.00 น. ยอดจองซื้อหุ้นได้สูงกว่า 3 เท่าเข้าไปแล้ว และหลังจากการตรวจสอบยอดจองซื้อหลังปิดจองซื้อเมื่อเวลา 11.00 น. มียอดจองซื้อรวม 952 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 15.87 เท่าของจำนวนหุ้นที่นำออกมาจัดสรรในครั้งนี้
ในที่สุด ผู้บริหารของ TOP ได้ตัดสินใจนำหุ้นในส่วนเกิน (กรีนชูออฟชั่น) จำนวน 107.8 ล้านหุ้น ออกมาจัดสรรเพิ่มเติม โดยแบ่งการจัดสรรให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อยในประเทศอีก 60.0 ล้านหุ้น ให้นักลงทุนสถาบันในประเทศ รวม 7.3 ล้านหุ้น และ นักลงทุนสถาบันต่างประเทศประมาณ 40.5 ล้านหุ้น
ส่งผลให้การเสนอขายหุ้น TOP ครั้งนี้มีการนำหุ้นออกมากระจายรวมทั้งสิ้น 1,017.7 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 32,566 ล้านบาท ถือเป็นวงเงินกระจายหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในรอบปีนี้เลยทีเดียว
|
|
 |
|
|