"ไทยออยล์" ขาย 32 บาทตามโผ งัดหุ้นกรีนชู 107.8 ล้าน หุ้น ให้รายย่อยเพิ่ม 60 ล้านหุ้น ต่างประเทศ 40 ล้านหุ้น รวมมูลค่าการระดมทุนกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท เป็นไอพีโอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คาดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 26 ตุลาคมนี้ ด้านก.ล.ต.เผยรับหนังสือร้องเรียนจากรายย่อย 80 ฉบับจองผ่านทหารไทยแล้วมีปัญหาคืนใบจอง ขอเวลาตรวจสอบแต่ไม่มีผลกับแรนดอมใหม่
นายสมเกียรติ หัตถโกศล รองกรรมการอำนวยการด้านธุรกิจและทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยออยล์ (TOP) กล่าวถึงการกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย ว่า บริษัทได้ร่วมกับผู้ถือหุ้นเดิมที่เสนอขายร่วม และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายและผู้ซื้อเบื้องต้นในต่างประเทศ ซึ่งทำให้ได้ราคาเสนอขายสุดท้ายที่ 32 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นผลจาก การทำ บุ๊ก บิวดิ้ง (Book building) กับนักลงทุนสถาบันไทยและต่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนกว่า 29 เท่า
ส่วนการจัดสรรหุ้นเพิ่มเติมได้ใช้ดุลพินิจจัดสรรหุ้นส่วนเกิน(กรีนชูออฟชั่น) ประมาณ 107.8 ล้านหุ้น เพื่อจัดสรรเพิ่มเติมให้แก่นักลงทุน โดยได้แบ่งสัดส่วนการจัดสรรดังนี้คือจัดสรรให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อยในประเทศ จำนวน 60 ล้านหุ้น จัดสรรให้นักลงทุนสถาบันในประเทศรวม 7.3 ล้านหุ้น และนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ 40.5 ล้านหุ้น
ทั้งนี้ ทำให้การเสนอขายหุ้นของไทยออยล์ครั้งนี้รวมแล้วมีปริมาณทั้งสิ้น 1,017.7 ล้านหุ้น รวมหุ้นจัดสรรส่วนเกินคิดเป็นมูลค่ารวม 32,566 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสนอขายหุ้นไอพีโอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
"สำหรับการจัดสรรหุ้นให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อย บริษัทเซ็ทเทรดดอทคอม จำกัด จะดำเนินการสุ่มคัดเลือกใบจองผู้จองซื้อสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ www.settrade.com หรือผ่านทางธนาคารที่ท่านจองซื้อ รวมถึงศูนย์ประชาสัมพันธ์การขายหุ้นไทยออยล์ที่หมายเลข 1142 เรียกหุ้นไทยออยล์ และหาก ในกรณีที่ผู้จองซื้อไม่ได้รับการจัดสรรหุ้นนั้น ตัวแทนจำหน่ายหุ้นแต่ละรายก็จะดำเนินการคืนเงินค่าจองซื้อแก่ผู้ที่จองซื้อผ่านตน ตามวิธีที่ผู้จองซื้อระบุไว้ใน ใบจองซื้อภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันสุดท้ายที่ปิดการจอง"
ทั้งนี้ คาดว่าจะนำหุ้นทั้งหมดของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ประมาณวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ในหมวดพลังงาน
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนัก งานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก-ทรัพย์(ก.ล.ต.)เปิดเผยว่า มีนักลงทุนจำนวน 80รายได้มาร้องเรียนกรณีจองหุ้นไทยออยล์ โดยจองหุ้นผ่านสาขาของธ.ทหารไทยซึ่งนักลงทุนได้ยื่นใบจองหุ้นภายในเวลาที่กำหนดแต่ปรากฏว่าธนาคารได้เรียก นักลงทุนดังกล่าว เพื่อคืนใบจองหุ้นซึ่งแสดงว่านักลงทุนรายดังกล่าวจะไม่มีสิทธิที่จะสุ่มตัวอย่างที่จะได้รับหุ้นไทยออยล์ จึงต้องตรวจสอบธ.ทหารไทยว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรให้ธนาคารชี้แจงมาซึ่งตามกระบวนการนั้นจะต้องใช้เวลาพอสมควร
อย่างไรก็ดี การตรวจสอบในครั้งนี้ไม่ใช่หมาย ความว่านักลงทุน 80 รายที่ร้องเรียนจะได้รับการสุ่มตัวอย่าง แต่สำนักงานก.ล.ต.จะเข้าไปดูว่ามีการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือไม่และมีการทำผิดระเบียบหรือไม่
"เท่าที่สอบถามกับผู้บริหารของธนาคารทหารไทยในเบื้องต้นได้รับคำชี้แจงว่าธนาคารจะติดต่อกับบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นรายคน เพื่อชี้แจงถึงเหตุผลให้รับทราบ ในแง่ของก.ล.ต.มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของธนาคารว่ามีลักษณะ เลือกที่รักมักที่ชังหรือไม่คือจัดสรรให้กับลูกค้า ภายในอนาคตน่าจะมีวิธีการแก้ปัญหาหรือป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเพราะบางสาขา ของธนาคารป้อนข้อมูลไม่ทัน ขณะที่บางสาขาก็จะป้อนข้อมูลได้รวดเร็ว เมื่อมีการจองซื้อเต็ม 3 เท่าตามที่กำหนดไว้ จึงได้ปิดระบบการจองซื้อ ดังนั้นสาขาที่ป้อนข้อมูลที่ล่าช้ากว่าจึงไม่สามารถป้อนข้อมูล การจองได้ทัน"
โดยจากการตรวจสอบพบว่า 2 ธนาคารมีความ เร็วในการป้อนข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนั้นสำนักงาน ก.ล.ต.จะหารือกับชมรมวาณิชธนกิจเพื่อที่จะปรับกติกาหรือเกณฑ์การจองซื้อหุ้นใหม่ แทนที่จะกำหนด เป็นเท่าและปิดระบบการจองเปลี่ยนเป็นกำหนดเป็น เวลาที่ชัดเจนไปเลย เช่น กำหนดให้เปิดการจองในระยะเวลา 1 วันเต็ม ซึ่งจะทำให้นักลงทุนทุกคนรู้สึกเท่าเทียมกันถึงแม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ผู้จัดจำหน่ายมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
เพราะจะต้องคืนเงินจองให้กับนักลงทุนมากขึ้น แต่ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการพัฒนาแล้วดังนั้นจึงควรพัฒนาระบบการจองซื้อหุ้นให้เป็นระเบียบ และผู้จัดจำหน่ายจะต้องคาดเดาความนิยมของหุ้นที่ออกให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ในอนาคตถ้ามีบริษัทที่เป็นบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจควรที่จะมีลักษณะการกระจายแบบขั้นบันได ที่ใช้กับหุ้นรัฐวิสาหกิจเพื่อที่จะได้กระจายให้กับนักลงทุนรายย่อยได้ทั่วถึงส่วนสัดส่วนที่จะจัดสรรให้กับนักลงทุนรายย่อยในประเทศและสถาบันและนักลงทุนต่างประเทศในระดับใดนั้นให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายเพราะหุ้นบางกิจการนั้นเป็นที่สนใจนักลงทุนรายย่อยและบางกิจการเป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบัน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับความสนใจของนักลงทุนในแต่ละประเภท
นางชนิสา ชุติภัทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เซ็ทเทรดดอท คอม จำกัด กล่าวว่า การสุ่มเลือกใบ จองหุ้นไทยออยล์ จากยอดจองซื้อหุ้นทั้งหมดจำนวน 947.745 ล้านหุ้น จากจำนวนใบจอง 84,5345 ใบ แบ่งเป็นในส่วนของธ.กสิกรไทยจำนวนใบจอง 62,331 ใบ จำนวนหุ้น 693.234 ล้านหุ้น และธ.ทหารไทยจำนวน ใบจอง 22,203 ใบ จำนวนหุ้น 254.511 ล้านหุ้น ทั้งนี้จากการสุ่มเลือกครั้งแรกจากจำนวนผู้จองซื้อหุ้นทั้งหมดมีผู้ได้รับการจัดสรรจำนวน 5,404 ราย จำนวนทั้งหมด 60 ล้านหุ้น และมีการสุ่มเลือกรายชื่อผู้จองซื้อหุ้นอีก 60,000 รายชื่อ ที่จะได้รับการจัดสรรจำนวนรายละ 1,000 หุ้น จากการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (กรีนชูออปชัน)
นายสุวิทย์ มาไพศาลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบล.ภัทร จำกัด กล่าวว่า หุ้นกรีนชู 107.8 ล้าน หุ้นจะต้องนำไปคืนบริษัทปตท.มีเวลาในการคืนหุ้นในระยะเวลา 30 วันเป็นหุ้นเพิ่มทุน 10% และหุ้นในส่วนของผู้ถือหุ้นกว่า 90% โดยในส่วนของผู้ถือหุ้นเก่าได้มีการติดไซเลนต์พีเรียดอีก 3 ปีสำหรับวิธีการคืนหุ้นกรีนชูมี 2 แบบคือ หากราคาซื้อขายหุ้นไทยออยล์วันแรกต่ำกว่าราคาจองที่ 32 บาทบริษัทจะนำเงินไปซื้อหุ้นในกระดานเพื่อนำไปคืนบริษัทปตท. และหากราคาสูงเกินที่ราคาจอง 32 บาทบริษัทจะนำเงินไปซื้อหุ้นที่เพิ่มทุนประมาณ 10% และส่วนที่เหลือจะซื้อจากผู้ถือหุ้นเดิม
|