Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 ตุลาคม 2547
เจ มาร์ทเชื่อแผนรวมกิจการระหว่างเอ็มลิงค์-สามารถยาก             
 


   
www resources

โฮมเพจ เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น
โฮมเพจ สามารถ ไอ-โมบาย
โฮมเพจ เจ มาร์ท

   
search resources

เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น, บมจ.
สามารถ ไอ-โมบาย, บมจ. - SIM
Mobile Phone
เจ มาร์ท, บมจ.




ผู้บริหารเจ มาร์ทย้ำชัดการร่วมธุรกิจ ระหว่างเอ็ม-ลิงค์กับสามารถ ไอ-โมบายเป็นไปได้ยาก เพราะแต่ละรายต่างเป็นผู้ค้ามือถือรายใหญ่ พร้อมประกาศเดินหน้าสร้างคุณภาพบริการ ล่าสุดเปิดบริการ "We Serve We Listen เราฟังคุณ" เชื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการให้บริการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนของผู้ค้ามือถือ

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เอ็ม-ลิงค์จะมีการตั้งบริษัทร่วมทุนกับสามารถ ไอ-โมบายว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นมีความคืบหน้าและความชัดเจน จึงเป็นเรื่องยากที่จะให้ความเห็น แต่เชื่อ ว่าในเรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากแต่ละรายต่างก็เป็นผู้ค้ามือถือรายใหญ่

ส่วนที่ว่าจะมีการรวมกิจการเฉพาะในส่วนที่เป็นศูนย์ซ่อมนั้น ยิ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำ เนื่องจากศูนย์ซ่อมเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจปลายท่อ

"ต้องให้มีการรวมกันจริงก่อนผมจึงจะคอมเมนต์ แต่เท่าที่เห็นก็ยังไม่มีอะไรคืบ และเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ทำ ได้ยาก และพูดลำบาก"

สำหรับการดำเนินกิจการของเจ มาร์ทยังมุ่งเน้นการ ให้บริการที่มีคุณภาพกับลูกค้า ซึ่งล่าสุดได้เปิดให้บริการ We Serve We Listen เราฟังคุณ เพื่อแสดงถึงความตั้งใจที่จะบริการลูกค้าให้ดีที่สุด เพราะลูกค้าทุกคนมีความ สำคัญ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น และวางใจในคุณภาพการให้บริการของเจ มาร์ท ที่ยินดีรับข้อเสนอแนะ ข้อติชมต่างๆ ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้า ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อนำไปพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง การบริการให้ดีขึ้นด้วย

แต่ผู้บริหารเจ มาร์ทเชื่อว่า กุญแจสำคัญที่จะทำ ให้การบริการของเจ มาร์ทถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็วได้ก็คือพนักงานของเจ มาร์ทเอง

"นอกจากเครือข่ายในการจัดจำหน่ายกว่า 200 สาขา ทั่วประเทศแล้ว สิ่งที่จะทำให้โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จได้คือ พนักงานของเจ มาร์ทที่ไม่ใช่เพียงแค่คนใดคนหนึ่ง แต่จะหมายถึงพนักงานทุกๆ คน ที่พร้อม จะร่วมแรงร่วมใจ และพร้อมให้บริการที่ประทับใจด้วยรอยยิ้มกับลูกค้าทุกคน"

การทำโครงการเพื่อให้บริการใหม่นี้ เจ มาร์ทได้มี การอบรมพนักงานเป็นเวลากว่า 2 เดือน เพื่อจะทำโครงการนี้ให้บรรลุผลสำเร็จ ซึ่งจะเป็นการยกระดับ มาตรฐานบริการให้เต็มรูปแบบ เพราะมีการรับฟังและแก้ปัญหาทุกเรื่อง เพื่อให้ผู้ใช้มีการบอกปากต่อปากให้กลับมาใช้บริการเจ มาร์ทอีก และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ค้ามือถือที่ทำให้การบริการเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน

นายอดิศักดิ์กล่าวว่า ก่อนที่จะทำโครงการนี้ นอกจากการฝึกอบรมพนักงานแล้ว เจ มาร์ทได้รวบรวม ปัญหาทั้งหมดเพื่อเตรียมคำตอบให้กับลูกค้าทุกคำถามอยู่แล้ว และสามารถสัมผัสได้ ซึ่งต่างจากที่ผ่านมาของการให้บริการของผู้ค้ามือถือที่ยังไม่มีรายไหนทำในลักษณะนี้มาก่อน

ส่วนการให้บริการของเจ มาร์ทในช่วงที่ผ่านมา พยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมเข้าถึง และอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้า รวมถึงบริการ หลังการขายที่ครอบคลุม และมีเครื่องสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม หรือที่เรียกว่า Tempofone นอกจากนี้ ยังมีรายการส่งเสริมการขายที่เตรียมไว้ตลอดปี และโครงการลูกค้าสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Jay Mart Privilege Card, Jay Mart Executive Card และ Jay Mart Elite Card ที่พร้อมจะให้สิทธิประโยชน์กับลูกค้า

เจ มาร์ทคาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 6,000 ล้านบาทเติบโตจากปีที่ผ่านมา 1 เท่า ซึ่งเครื่องลูกข่ายที่จำหน่ายได้สูงสุดคือโนเกีย โดยมียอดขาย 60-70% อันดับ 2 โมโตโรล่า มีส่วนแบ่ง 15-20% ในส่วนของการ ทำตลาดแบบส่งสินค้าเดลิเวอรีนั้น มีรายได้ 60-70 ล้านบาท โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าในระดับไฮ-เอนด์ ที่ต้องการเครื่องที่มีคุณภาพ แต่ไม่มีเวลาในการไปซื้อสินค้า   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us