|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"สหโมเสคฯ" เตรียมปรับราคาสินค้าพรีเมียมอีก 2-3% หลังปรับไปช่วงปีที่ผ่านมา 10% ยอมรับต้องเจอต้นทุนวัตถุดิบ-แก๊ส-ค่าไฟฟ้าขึ้น ด้านรายได้จากการขายคาดทั้งปีทำได้ 2,400 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบอีก 1,000 ล้านบาท ติดตั้งเตาเผาใหม่ คาดกลางปี 48 กำลังการผลิต รวมเพิ่มเป็น 2.2 ล้านตร.ม.ต่อเดือน พร้อมเตรียมปรับปรุง 4 โรงงานให้เสร็จในอีก 2 ปี ดันรายได้จากสินค้าพรีเมียม 30% ควบคู่กับการโหมขยาย ตลาดส่งออก เชื่อตลาดปีหน้ายังโต เหตุความต้องการในตลาดเพิ่ม 10% ทุกปี
นางสาวปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)หรือ UMI ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้น "ดูรา-เกรส" เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปรับขึ้นราคาสินค้า เฉพาะในส่วนของสินค้าพรีเมียม หรือสินค้าราคา สูงขึ้นอีก แต่ในส่วนของสินค้าที่เป็น สินค้ามาตรฐานในตลาดใหญ่ทั่วไป (ตลาดล่าง)จะยังคงราคาไว้เท่าเดิม ซึ่งในส่วนของราคาสินค้าพรีเมียมที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นไปบ้างแล้วในบางสินค้า ประมาณ 2-3% ของราคา สินค้าเดิม ขณะที่ในปี 2546 บริษัทได้ปรับขึ้นราคาสินค้าทุกประเภทไปแล้ว 10% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนในการผลิตที่สูงขึ้น เช่น แก๊ส ,วัตถุดิบ และค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตกระเบื้อง
"ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากค่าไฟฟ้า และค่าแก๊สนั้นคิดเป็นต้นทุนในการ ผลิตอยู่ที่ 25% วัตถุดิบถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีผลกับต้นทุนการผลิตอย่างมาก สำหรับต้นทุนทางด้านราคาน้ำมันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งมีสัดส่วนเพียง 7% เท่านั้น ดังนั้นแม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดจะปรับขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ก็ไม่ได้ส่งผลต้นทุนของสินค้าแต่อย่างใด" นางสาวปวีณากล่าว
ในด้านของยอดขายในปี 2547 นางสาวปวีณากล่าวว่าได้ตั้งเป้าจะมีรายได้ประมาณ 2,400 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายให้แก่ลูกค้าตลาดบ้านใหม่สัดส่วน 30-40% และในส่วนกลุ่มลูกค้าที่ปรับปรุงบ้านใหม่อีก 60-70% ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักของบริษัท เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้แก่บริษัทถึง 100% สำหรับสาเหตุที่ทำให้รายได้ปีที่ผ่านมาเติบโต ส่วนใหญ่เป็นผลกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยตัวเลขหนี้สินต่อทุน (D/E )หลังปรับโครงสร้างแล้วเสร็จต่ำกว่า 1 เท่า และจะทำให้บริษัท มีความสามารถที่จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ ตามนโยบายจะจ่ายเงินปันผลในสัดส่วน 50% ของกำไรสุทธิ
ในส่วนของแผนการขยายตลาด บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต โดยอยู่ระหว่างการติดตั้งเตาเผาใหม่จำนวน 3 เตา ซึ่งแต่ละเตาจะสามารถเพิ่มกำลัง การผลิตได้ 3 แสนตร.ม.ต่อเตาต่อเดือน ใช้เงินลงทุน ในการติดตั้งประมาณ 1,000 ล้านบาท คาดว่าเตาเผา แรกจะเริ่มติดตั้งภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทำให้เมื่อ ติดตั้งครบทั้งหมดภายในกลางปี 2548 กำลังการผลิตรวมของบริษัทจะเพิ่มเป็น 2.2 ล้านตร.ม.ต่อเดือน จากกำลังการผลิตกระเบื้องในปัจจุบัน 1.2 ล้านตร.ม. ต่อเดือน
ปัจจุบัน บริษัทแบ่งสัดส่วนในการผลิตกระเบื้อง ออกเป็น 2 ชนิดคือ กระเบื้องปูพื้น 75% และกระเบื้องบุผนัง 25% โดยแบ่งเป็นสัดส่วนในการผลิต สินค้าพรีเมียม 10% และสินค้ามาตรฐาน(กระเบื้องราคาถูก) 90% และตามแผนจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของสินค้าพรีเมียมเพิ่มขึ้น 30% ในปี 2458 โดยการจะทำการปรับปรุงโรงงานเดิมที่มีอยู่ทั้ง 4 แห่ง ให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และมีกำลังการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าพรีเมียม ซึ่งบริษัทจะเน้นการผลิตให้มากขึ้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการ ผลิต ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมให้บริษัทมีรายได้จาก การขายที่สูงขึ้นจากมูลค่าของสินค้า ซึ่งในการปรับ ปรุงครั้งนี้จะใช้งบประมาณในการปรับปรุงทั้งสิ้น 500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถปรับปรุงโรงงานทั้ง 4 ให้เสร็จได้ภายใน 2 ปีนี้ ส่งผลให้โรงงานที่ปรับปรุงใหม่ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 10%
ปัจจุบัน บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ที่ 15 % และหากเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามเป้าที่วางไว้ จะทำให้ ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 18% นอกจากนี้บริษัทเตรียม ผลักดันสินค้าส่งออกไปต่างประเทศให้มากขึ้น จากเดิมที่มีมูลค่าส่งออกเพียง 15% โดยแบ่งเป็นสินค้ากระเบื้องปูพื้นมาตรฐานประมาณ 5% และเป็นกระเบื้องพรีเมี่ยม 10%
"แนวโน้มของตลาดกระเบื้องในปี 2548 นั้น เชื่อว่าตลาดวัสดุก่อสร้างจะยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของตลาดกระเบื้อง ปกติแล้วความ ต้องการของลูกค้าในตลาดจะเพิ่มขึ้น 10 % ของทุกปี" นางสาวปวีณากล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวโฆษณาใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็นการตอกย้ำตราสินค้าของบริษัท หลังจาก ในช่วงก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ทำการโฆษณาผ่านสื่อทีวี ซึ่งนับจากปีนี้เป็นต้นไป จะมีการออกโปรโมชันและโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบ ในการทำการตลาดประมาณ 50 ล้านบาทของทุกปี
|
|
 |
|
|