|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ปัญญา" โล่งอกหุ้น WORK ฮอตราคายืนเหนือจองได้ 12% หลังพุ่งไปถึง 22.80 บาทท่ามกลางปัจจัยลบตรึมทั้งน้ำมันแพง-หวัดนกรอบสอง "โสภาวดี" หวังเวิร์คพอยท์กระตุ้นรายอื่นเข้าเร็วขึ้นหลัง "กันตนา-สหมงคลฟิล์ม" จ่อคิวมานาน บิ๊กบลจ.กสิกรไทยปรับเป้าผลการดำเนินงานบจ.เหลือโต 10% ปลอบหวัดนกไม่ทำแพนิก เหมือนรอบแรก พร้อมชี้แจงกองทุนขายหุ้นเพื่อปรับพอร์ต และยังตุนเงินจองหุ้นไทยออยล์-อสมท ด้านต่างชาติเริ่มขายสุทธิ 30 ล้านบาท
วานนี้ (29 ก.ย.) หุ้นบริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) เจ้าของรายการเกมโชว์ดัง "เกมทศกัณฐ์" "แฟนพันธุ์แท้" ฯลฯ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่ทรุดตัวลงมาตลอดหลังจากงานโรดโชว์ ไทยแลนด์โฟกัส 2004 เสร็จสิ้น และบรรยากาศการลงทุนยังเต็มไปด้วยปัจจัยร้ายคอยปกคลุมทั้งไข้หวัดนก และน้ำมันแพง แต่ราคาหุ้น WORK เปิดตลาดได้ที่ระดับ 22.50 บาท สูงกว่าราคาจองที่ระดับ 15 บาท
นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องทำให้ราคาหุ้นทะยานขึ้นไปสูงสุดถึงที่ระดับ 22.80 บาท ก่อนจะถูกแรงขายทำกำไรจนราคาปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ 16.80 บาท และปิดตลาดไปที่ระดับ 17.20 บาท หรือเหนือราคาจองเพียง 12% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเป็นอันดับ 1 ที่ 1,747 ล้านบาท
นายปัญญา นิรันดร์กุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า พอใจกับราคาวันแรกที่ปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าราคาจอง ในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและไข้หวัดนก แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นในหุ้นของบริษัทจากการที่บริษัทไม่มีหนี้สิน ทำให้ไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายรวมทั้งบริษัทยังจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นภายในปลายปีนี้ซึ่งในอนาคตตั้งเป้าหมายจะพัฒนาบริษัทให้เป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลที่ดีโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
นางสาวสุวภา เจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินเปิดเผยว่า พอใจกับราคาหุ้นในวันแรก การที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงกว่าราคาจองนั้นเป็นผลมาจากความสามารถในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตโดยบริษัทเวิร์คพอยท์ถือได้ว่าเป็นผู้นำในด้านเกมโชว์ ที่มีลูกค้าที่หลากหลาย
นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย ประธานศูนย์ระดมทุนและตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เปิดเผยว่าหุ้นกลุ่มบันเทิงยังเป็นกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจซึ่งเห็นได้จากการซื้อขายในวันแรกของหุ้นบริษัทเวิร์คพอยท์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทที่กำลังจะเข้ามาซื้อขายในตลาดต้องเร่งเตรียมตัวเพื่อเข้ามาจดทะเบียนเร็วขึ้น ซึ่งในปีหน้าจะมีหุ้นกลุ่มบันเทิงหลายบริษัทเตรียมเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัทกันตนา กรุ๊ป และบริษัทสหมงคล อินเตอร์เนชั่นแนล
ด้านภาวะตลาดวานนี้ (29 ก.ย.) ดัชนีแม้รีบาวนด์ ยืนแดนบวกได้แต่สุดท้ายก็ซึมลงและไม่สามารถยืนในแดนบวกได้ โดยปิดตลาดที่ระดับ 636.57 จุด ลดลง 1.32 จุด มูลค่าการซื้อขาย 12,226.36 ล้านบาท
ด้านนักลงทุนต่างชาติเริ่มขายสุทธิ 28.95 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 278.09 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 307.04 ล้านบาท
นางสาวโสภาวดี กล่าวว่า ภาวะตลาดในช่วงนี้ยังถูกปกคลุมด้วยปัจจัยลบทั้งเรื่องราคาน้ำมันและไข้หวัดนกที่กลับมาระบาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในส่วนของนักลงทุนต่างชาติเองยังคงมียอดซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องหลังจากการจัดงานไทยแลนด์โฟกัสที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นเริ่มกลับมามากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการขายสลับออกมาบ้างแต่ก็ถือว่าเล็กน้อยเท่านั้น โดยนักลงทุนต่างชาติจะมองที่มูลค่าของหุ้นมากกว่าปัจจัยระยะสั้นที่เข้ามากระทบ
ด้านนางดัยนา บุญนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)กสิกรไทย กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลล์ แต่ยังมั่นใจว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมทั้งปีของปีนี้จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 30% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัท ตั้งไว้ที่ 25% ส่วนปีหน้าคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมจะมีอัตราการเติบโตลดลง เหลือประมาณ 10% ซึ่งเป็นการปรับลดประมาณการ ลงจากเดิมที่คาดการณ์การเจริญเติบโตที่ 15-20% เนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
นางดัยนา กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นน่าจะเป็นเพียงระยะสั้น โดยครึ่งปีหลังราคาน้ำมันเฉลี่ย อยู่ที่ 42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หากเฉลี่ยทั้งปีแล้วคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้จีดีพีเติบโตได้ที่ระดับ 6%
ส่วนปีหน้าคาดว่าราคาน้ำมันน่าจะผ่อนคลายลง โดยเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ระดับ 32 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้จีดีพีอยู่ที่ 5.6% แต่หากราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 37 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จีดีพีจะลดลงอยู่ที่ 4.7% โดยประเมินว่าราคาน้ำมัน ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลกระทบต่อจีดีพีประมาณ 0.9%
นางดัยนา กล่าวถึงสถานการณ์ไข้หวัดนกว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างรุนแรงเหมือน ในครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกคนรู้ข้อมูล รู้วิธีการจัดการแล้ว อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุม สถานการณ์ได้ดีเพียงใดเท่านั้น
"ตลาดหุ้นไทยถือว่ามีความน่าสนใจอยู่มาก เพราะตั้งแต่ต้นปีมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค ขณะที่ P/E อยู่ต่ำกว่า 10 เท่า หนี้สินต่อทุนของบจ.ต่ำกว่า 1 เท่า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง และจีดีพียังโตที่ระดับ 5-6% ถือว่าสูงอยู่" นางดัยนากล่าว
ส่วนการขายสุทธิอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบันในประเทศตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นักลงทุนไม่ควรนำมาเป็นตัววัดว่าตลาดหุ้นไทยไม่น่าสนใจลงทุน เพราะการขายของนักลงทุนสถาบันมีสาเหตุหลายอย่าง โดยเฉพาะการปรับพอร์ตการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่กองทุนจะถือหุ้นเต็มพอร์ต เมื่อหุ้นที่ถืออยู่ราคาสูงขึ้นก็ต้องขายเพื่อซื้อหุ้นตัวใหม่ รวมทั้งการขายเพื่อเก็บเงินรอซื้อหุ้นไอพีโอที่กำลังจะขาย อย่างเช่นไทยออยล์ หรือ อสมท และยังมีการไถ่ถอนหน่วย หรือการจ่ายเงินปันผล ที่ทำให้กองทุนจำเป็นต้องขายหุ้นออกมา ทั้งที่บางครั้งไม่อยากขาย
|
|
 |
|
|