Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน28 กันยายน 2547
แก้ไขแผน TPI ผ่านฉลุยเจ้าหนี้โหวตรับ 99.8%             
 


   
www resources

โฮมเพจ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) - ทีพีไอ

   
search resources

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย, บมจ.




เจ้าหนี้ทีพีไอโหวตรับแผนฟื้นฟูฯฉบับแก้ไข 99.8% ของเจ้าหนี้ที่ร่วมโหวตเพียง 68% ถือว่าเจ้าหนี้ให้การสนับสนุน ตามที่แผนฟื้นฟูฯระบุไว้ว่าเจ้าหนี้ต้องลงคะแนนสนับสนุน 75% ของมูลหนี้ที่มาลงคะแนนเสียง โดยจพท.นัดประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมดโหวตอีกครั้งในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ด้านผู้บริหารลูกหนี้ยืนยันค้านการแก้ไขแผนฯในชั้นศาล

วานนี้ (27 ก.ย.) คณะกรรมการ เจ้าหนี้ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (ทีพีไอ) ได้กำหนดการลงคะแนนเพื่อรองรับ แผนฟื้นฟูกิจการฉบับแก้ไขของเจ้าหนี้ ทางการเงินทั้งไทยและต่างประเทศ 140 รายทางโทรสารที่ประเทศฮ่องกง โดยมีการให้เจ้าหนี้ร่วมโหวตแก้ไขแผนฟื้นฟูฯดังกล่าวจำนวน 68% ของมูลหนี้ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเจ้าหนี้ได้เห็นชอบกับการแก้ไขแผนฯคิดเป็นสัดส่วน 99.8% ของเจ้าหนี้ที่ร่วมลงคะแนน ส่วนเจ้าหนี้ที่ไม่ร่วมลง มติโหวตถือว่าสละสิทธิ์

ดังนั้น ถือว่าการโหวตครั้งนี้เจ้าหนี้ได้ให้การสนับสนุนการแก้ไขแผนฟื้นฟูฯ เพราะตามข้อกำหนด ในแผนฟื้นฟูฯทีพีไอ ระบุว่า การแก้ไขรายละเอียดของแผนฟื้นฟูฯจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากเจ้าหนี้ทางการเงินไม่น้อยกว่า 75% ของมูลหนี้ที่มาลงคะแนนเสียง

หลังจากเจ้าหนี้ทางการเงินลงมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูฯฉบับแก้ไขแล้ว ทางเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.)ก็จะดำเนินการเรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมด เพื่อลงมติโหวตตามกฎหมายในวันที่ 12 ต.ค. โดยการประชุมดังกล่าวจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากเจ้าหนี้เกิน 50% ก็ถือว่าแผนฟื้นฟูฯฉบับแก้ไขผ่านความเห็นชอบแล้ว ซึ่งจพท.จะยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะปฏิบัติตามแผนฯในวันที่ 1 พ.ย.นี้

การโหวตครั้งนี้ถือว่าเป็นไปตามคาดหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีพีไอ มีความเชื่อมั่นว่าเจ้าหนี้คงจะโหวตสนับสนุนแผนฟื้นฟูฯฉบับแก้ไขที่มีตัวแทนกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนฯ เนื่องจากคณะกรรมการเจ้าหนี้ได้ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารแผนฯในการร่างแผนฟื้นฟูฯดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายประชัย ในฐานะผู้บริหารลูกหนี้ ยืนยันจะต้องยื่นคัดค้านการแก้ไขแผนฟื้นฟูฯดังกล่าวในศาลล้มละลายกลาง และหากศาลฯเห็นชอบแผนฟื้นฟูฉบับแก้ไข ก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาต่อไป

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า เชื่อว่าหลังจากนี้ ลูกหนี้จะต้องยื่นคัดค้านในชั้นศาลล้มละลายกลางและแผนฟื้นฟูฉบับใหม่ก็ต้องสะดุด หรือหากผ่านไปได้ก็ต้องเจอกับปัญหาการเพิ่มทุนที่ตอนนี้ยังหาพันธมิตรไม่ได้ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถเจรจาตกลงเรื่องราคาได้

นอกจากนี้ ราคาหุ้น TPI ปรับเพิ่มขึ้นมาเกินมูลค่าที่เหมาะสม จึงแนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุน เพราะแนวโน้มในอนาคตหากแผนฟื้นฟูฯฉบับใหม่ได้รับการเห็นชอบ บริษัทฯจะต้องเพิ่มทุนซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดาน และอัตรากำไรต่อหุ้นต้องลดลงจากปัจจุบัน

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TPI วานนี้ (27 ก.ย.) เปิดตลาด 8.10 บาท มีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่น ดันราคาหุ้นวิ่งไปแตะสูงสุดของวันที่ 8.35 บาทก่อนจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาจนปิดตลาดที่ 7.90 บาท ลดลง 10 สตางค์ หรือ 1.25% คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายรวม 409 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดแผนฟื้นฟูกิจการฉบับแก้ไข กำหนดแนวทางการชำระหนี้เงินต้นจำนวน 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ทีพีไอจะนำเงินจากการ ดำเนินงานมาชำระหนี้คิดเป็น 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 12 ปี ส่วนอีก 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังจะจัดหาจากการจัดสรรขายหุ้นทีพีไอโพลีน คิดเป็นวงเงิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีก 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะใช้วิธีการเพิ่มทุนเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฯ โดยมีแผนจะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับปตท.ในสัดส่วน 30% และที่เหลือขายให้กับหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง

เนื่องจากทีพีไอมีตัวเลขขาดทุนสะสมจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการลดทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว 78,489 ล้านบาท โดยลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้เดิมหุ้นละ 10 บาท เหลือ 1 บาท เพื่อล้างขาดทุนสะสม ทำให้บริษัทฯกลับมามีศักยภาพได้เหมือนเดิม และจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้ภายใน 2-3 ปี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us